นายกฯ แนะคนไทยเน้นทำความดี ตามรอย 'ในหลวง' รัชกาลที่ 9 - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

นายกฯ แนะคนไทยเน้นทำความดี ตามรอย 'ในหลวง' รัชกาลที่ 9

นายกฯ เปรียบประเทศไทยป่วยเรื้อรัง จากปัญหา "สังคม-อาชญากรรม" ขอคนไทยร่วมแก้ไม่ให้รุนแรงกว่าเดิม แนะทำความดียกระดับจิตใจ เน้นย้ำการเอาชนะอุปสรรคต้องอาศัยความเข้าใจ ร่วมมือ ขอชาวพุทธยึดคำสอนพระพุทธศาสนาทำความดี "วันมาฆบูชา" เหมือน "ในหลวง ร.9" ยึดหลักทศพิธราชธรรมปกครองบ้านเมืองตลอด 70 ปี

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ตนอยากฝากประชาชนช่วยคิดว่า เราจะแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองได้อย่างไร ที่ไม่ใช่มีแค่หลักคิดอย่างเดียว ต้องมีหลักในเรื่องประชาธิปไตย เรื่องของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม จึงไม่อยากให้ทุกคนกดดันนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว เพราะประเด็นสำคัญ คือ เราจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์จากการคิดร่วมกัน ด้วยหลักการเดียวกันได้อย่างไร

"เพราะประเทศไทยในวันนี้ ถ้าเราเปรียบเทียบกับคนทั่วไป ก็ไม่ต่างไปจากเราเป็นคนป่วย อาจจะเบาลงแล้ว อาจจะป่วยน้อย วันนี้เรากินยาควบคุมอาการไว้ เสริมด้วยการให้วิตามิน สร้างความเข้มแข็ง จึงต้องระมัดระวัง หากขาดยาโรคต่างๆ จะกำเริบ ถ้าเราแก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ ก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ที่เราเห็นได้ในสังคมทุกวันนะครับ คือ เรื่องของการใช้ความรุนแรง ทั้งในครอบครัว สถานศึกษา ในสังคม การทุจริต และการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาการเหล่านี้ส่งผลกระทบเชื่อมโยงกัน ทำให้แยกออกได้ยากนะรวมถึงปัญหาเด็กแว้น วัยรุ่นตีกัน นักศึกษาตีกัน ปัญหาลักเล็กขโมยน้อย ปัญหาอาชญากรรมที่เป็นอาการเรื้อรังมาโดยตลอด และพวกเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอปัญหา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การรักษาอาการเรื้อรังเหล่านี้ ตนจึงอยากให้ทุกคนใช้คำสอนของศาสดาในทุกศาสนา เป็นเครื่องมือในการสร้างความยับยั้งชั่งใจ ให้มีสติปล่อยละวาง และให้อภัยในเรื่องที่เป็นปัญหาเล็กน้อย ก่อนที่จะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ จนหยุดยั้งไม่ได้ กลายเป็นอนาธิปไตย และอย่ามองว่าความดีเพียงแต่เล็กน้อยไม่ทำ เพราะหากทำวันละเล็กวันละน้อยจะช่วยยกระดับจิตใจของเราทุกคน และสร้างความเป็นปึกแผ่นของชุมชนได้เป็นอย่างดี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเน้นย้ำว่า การที่จะเอาชนะต่ออุปสรรคต่างๆ ของประเทศ ที่เรียกว่ากับดักนั้น ส่วนใหญ่มันก็เกิดจากปัญหาในเชิงนโยบาย เชิงโครงสร้าง เราต้องอาศัยความเข้าใจบวกกับความร่วมมือ ปัญหาของประเทศไทย มีไม่กี่เรื่อง 1. คำว่าประชาธิปไตยมันเป็นอย่างไร กับอนาธิปไตยมันเป็นอย่างไร ต้องทำความเข้าใจว่า มันควรจะเป็นอย่างไร 2. การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรมในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม 3. การศึกษาที่ต้องสร้างหลักคิด และทำให้คนนั้นรู้จักคิดในสิ่งที่ดี ทำความดี มีจิตสำนึกที่ดี เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ และแก้ปัญหาร่วมกัน โดยรัฐบาลจะแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย

"เราต้องทำร่วมกัน อย่าปล่อยปละละเลย เราใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ มามากแล้ว วันนี้น่าจะถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องช่วยกันปรับตัว คิดถึงการเสียสละประโยชน์ส่วนน้อย ให้ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่ แล้วก็ดูแลกัน หากทุกคนเอาแต่เรียกร้อง ก็ไม่รู้ว่าเท่าไรจะเพียงพอ มันต้องเรียกร้องให้พอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของอะไรก็แล้วแต่ มันมีกติกาอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรมันจะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันได้ ถ้าเรียกร้องอย่างเดียว แล้วก็ให้ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ แล้ววันหน้ามันก็ไม่มีจะให้ วันนั้นบ้านเมืองก็เสียหาย ปั่นป่วน กลายเป็นอนาธิปไตยไป ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โลกวันนี้นั้นเต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ ความสับสนอลหม่าน เพราะฉะนั้นใครที่ขาดสติ ก็อาจถูกกิเลสครอบงำโดยง่าย ขาดภูมิคุ้มกัน มนุษย์เราจึงควรจะมีหลักธรรมคำสอนทางศาสนา เป็นเครื่องนำทาง เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตัว เป็นภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ได้ทรงเห็นถึงภัยเงียบต่างๆ เหล่านี้ จึงได้ให้แนวทางพระราชทาน ในการที่จะสร้างเกราะป้องกันตนเอง ป้องกันครอบครัว และป้องกันสังคม ด้วยคำว่าบวร ที่มาจากคำว่า บ้าน วัด และโรงเรียน ที่เป็นการเชื่อมโยง 3 สถาบันหลักของไทย เพื่อนำมาใช้ในการเอาชนะมลพิษทางจิตใจ สร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชาติ และชุมชนตั้งแต่ระดับฐานราก อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าศาสตร์พระราชาจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างชาติ ด้วยการสร้างทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งก็คือประชาชนทุกคน ให้ตั้งมั่นอยู่ในศีล ในธรรม ให้มีจิตใจสูง ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ทางสังคมทุเลาเบาบางลง และเปลี่ยนหนักให้เป็นเบา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ เป็นวันมาฆบูชา อยากให้คนไทยทุกคน โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชน ที่ยึดมั่นในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ในการดำเนินชีวิต เหมือนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงปกครองบ้านเมือง โดยยึดหลักทศพิธราชธรรมตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นสามัญชนทุกคนขอให้ยึดหลักธรรมสำคัญ ทางศาสนาพุทธ 3 ประการ คือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สังคมและบ้านเมืองของเรา ก็จะเป็นปกติสุข สิ่งที่เคยเป็นปัญหาในบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็ก ปัญหาใหญ่ ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป


advertisement