บริการข่าวไทยรัฐ

ผู้การโจ๊ก แถลงผลปิดล้อม 29 จุดทั่วกรุง ทลายแก๊งเงินกู้โหด ยึดปืนเพียบ

“ผู้การโจ๊ก” นำทีมตำรวจ 191 ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลปิดล้อมตรวจค้นกวาดล้างอาชญากรรม 29 พื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล บุกทลายแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยึดอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก

 วันที่ 10 ก.พ. 60 ที่ลานจอดรถด้านหน้า กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.พรพรหม จักษุรักษ์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผกก.ศร. พ.ต.ท.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผกก.กก.ต่อต้านการก่อการร้าย เจ้าหน้าที่สายตรวจ 1 สายตรวจ 2 และสายตรวจ 3 และเจ้าหน้าที่ ตร.บก.ทท. ร่วมกันแถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทั้งสิ้น 29 จุด 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจบก.สปพ.สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว และทหาร รวมทั้งสิ้น 194 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลมาฆบูชาและเทศกาลวาเลนไทน์ โดยทำการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 29 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เบื้องต้น พบการกระทำความผิดจำนวน 8 จุด จับกุมผู้ต้องหา 10 ราย พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ปืนวินกัน ดัดแปลงให้ใช้กับกระสุนจริง ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ .22 (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ปืนขนาด 7.56 จำนวน 1 กระบอก ปืนบีบีกัน .38 จำนวน 1 กระบอก ปืนดัดแปลงบีบีกัน .32 จำนวน 1 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ เบอร์ 20 จำนวน 1 กระบอก ปืนแบลงก์กัน จำนวน 1 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ .45 จำนวน 1 กระบอก รวมอาวุธปืนทั้งสิ้น 10 กระบอก เครื่องกระสุนปืนรวม 275 นัด โครงปืนพร้อมลำเลื่อน จำนวน 1 ชุด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการกวาดล้างตรวจยึดอาวุธปืน เป็นการขยายผลเพิ่มเติมจากการที่ก่อนหน้านี้ได้ทำการกวาดล้างไปแล้ว 13 ครั้ง ทลายเครือข่ายจำหน่ายอาวุธปืนของ นายมนัส ศรศรีชัย กับ นายปิยชัย เรืองสาท ผู้ต้องหา ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมจำหน่ายอาวุธปืนผ่านทางอินเทอร์เน็ต และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ.จับกุมมาก่อนนี้ และเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนได้มากกว่า 500 กระบอก ดังจะเห็นได้ว่าแรกๆ ที่มีการจับกุมสามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก แต่มาพักหลังตรวจยึดได้เพียงไม่กี่กระบอก ซึ่งถือว่าการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจ ทำให้อาวุธปืนที่อยู่ในตลาดขายปืนเถื่อนลดน้อยลง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย ซึ่งเป็นขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยพฤติกรรมของขบวนการนี้จะเปิดเฟซบุ๊กรับจำนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด และจากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 19 คัน รถยนต์ จำนวน 3 คัน ซึ่งรถทั้งหมดผู้ครอบครองไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ ทั้งนี้ การทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้นอกระบบ ทาง บก.สปพ.ได้ประสานความร่วมมือกับสมาคมไฟแนนซ์ ซึ่งหลังจากนี้จะมีขยายผลเครือข่ายต่อไป อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนยังไม่พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงไปยังเครื่องข่ายโจรกรรมรถ หรือการนำรถไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน จึงอยากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนทราบว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิด โดยผู้ให้กู้มีการเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดฐานปล่อยดอกเบี้ยเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท อีกทั้ง ผู้ที่นำรถที่ติดไฟแนนซ์ไปจำนำ และผู้รับจำนำจะถือว่ามีความผิดรับของโจรด้วย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีให้ใช้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย กับผู้ที่มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง ในส่วนของแก๊งปล่อยเงินกู้จะมีความผิดฐานปล่อยดอกเบี้ยเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนท้องที่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.