วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ยธ.’ ชง ครม.ตั้งคณะกรรมการแก้หนี้นอกระบบ คาด 3 เดือนเห็นผล

"รองปลัด ยธ." นั่งหัวโต๊ะ ถก หน่วยบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหนี้นอกระบบ เตรียมเสนอตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายต่อ ครม. คาด 3 เดือนเห็นผล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 60 ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม (ศนธ.ยธ.) เป็นประธานในการประชุมหารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหนี้นอกระบบ โดยมีผู้แทนจาก คสช. ดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง. เข้าร่วมประชุม

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เบื้องต้นได้แต่งตั้งผู้ประสานงานขึ้นมา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งกำหนดรูปแบบในการทำงาน ให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานมากยิ่งขึ้น โดยสิ่งสำคัญต้องดูว่าใครรับผิดชอบด้านไหนเพื่อพิจารณาว่าในกรณีที่มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องหนี้นอกระบบต้องมีการบูรณาการกันในการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการนำกฎหมายพิเศษมาใช้ทั้งกฎหมายการฟอกเงินและกฎหมายการดำเนินการทางภาษี เนื่องจากเมื่อก่อนเจ้าหน้าที่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

"โดยมี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้นำเสนอจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายต่อ ครม. ให้การติดต่อระหว่างหน่วยงานราชการจะขาดความรวดเร็ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้นมา เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าว จะมีการจัดอันดับผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเป็นรูปธรรมได้ภายใน 3 เดือน" พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว

รองปลัด กระทรวงยุติธรรม เผยต่อว่า ส่วนนายวิชัย ปั้นงาม หัวหน้าแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ายิ่งตรวจสอบยิ่งพบเบาะแสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากประชาชนที่เดือดร้อน และพลเมืองดีที่ช่วยกันแจ้งเบาะแสทรัพย์สินของเครือข่ายดังกล่าวมายังทหารและดีเอสไอที่อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วนกรณีที่จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายวิชัยพร้อมกัน ซึ่งมีกว่า 1,000 คนนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ปรึกษาหารือกับอัยการแล้วว่าจะต้องออกหมายจับพร้อมกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อและนามสกุล รวมถึงถิ่นที่อยู่อาศัยและภาพถ่ายด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบและไม่ผิดตัว ส่วนจำนวนทรัพย์สินทั้งหมดที่เราสามารถยึดอายัดได้นั้น ขณะนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนทำการรวบรวมและรายงานมายังตน เพราะในการกำกับดูแลจำเป็นต้องรู้จำนวนทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อจะได้พิจารณาหาแนวทางจัดการดูแลต่อไป.