วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' นำข้อติดขัดแก้ใน ป.ย.ป. เดินหน้า ศก.ภาคตะวันออก

นายกฯ เร่งเดินหน้าแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ลุย พัฒนาอุตสาหกรรมไทย นำปัญหาเข้า ป.ย.ป. แก้ข้อติดขัด มั่นใจ อีอีซี สร้างรายได้ประชาชน 20 ปี ย้ำ หลายโรงงานต้องปรับปรุง

วันที่ 10 ก.พ. เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2560 ว่า เป็นวันดีอีกวัน ได้พบกับปลัดกระทรวงทุกระทรวง ซึ่งทุก 2 เดือน จะมีการประชุม 1 ครั้ง ทำไมถึงต้อง 2 เดือน เพราะว่าได้สั่งการไปเยอะ เพราะให้เวลาในการทำงาน และในระหว่าง 2 เดือน ก็มีความคืบหน้าและก้าวหน้าไปโดยตลอดว่า ตนได้สั่งการอะไรไปแล้วบ้าง อะไรที่กำลังทำอยู่ หรือเสร็จไปแล้ว หรืออะไรที่เป็นปัญหาก็จะมาพูดคุยกันตรงนี้ เพราะฉะนั้น ผลการปฏิบัติต่างๆ จะออกมาตามช่วงเวลา เรื่องใดก็ตามที่ทำแล้วมันติดขัดจะถูกนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ขับเคลื่อนไปให้ได้ และดูว่าติดขัดในเรื่องอะไร

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ มีทั้งงานฟังก์ชั่นของรัฐบาล งานฟังก์ชั่นของแต่ละกระทรวง และงานบูรณาการของกลุ่มกระทรวง และงานที่ตามมา คือ การปฏิรูปและปรองดอง เพราะฉะนั้น ทุกคนจะต้องประสานและสอดคล้องกันให้หมด วันนี้ตนดีใจ เห็นงานมีความคืบหน้าไปในเรื่องต่างๆ โดยมี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้ามาร่วมในการที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ที่สำคัญเรื่องที่เร่งรัดอยู่ คือ เรื่องแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซีใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จะมีการจ้างงานในหลายตำแหน่ง มีรายได้มากมาย และมีการลงทุน นี่คือโครงสร้างใหญ่ที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ แต่เรื่องเล็กๆ เราก็ทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานการควบคุม การออกมาตรฐาน มอก. การตรวจสอบโรงงาน ซึ่งในวันนี้มีผลงานเยอะแยะ และหลายโรงงานต้องมีการปรับปรุง มีหลายอย่างที่จะต้องแก้ไข ทั้งในเชิงโครงสร้างและกฎหมาย เชิงวิธีการปฏิบัติงาน และข้อสำคัญคือ ความตั้งใจของข้าราชการทุกคนในการทำหน้าที่เหล่านี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นโยบายแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) มีความจำเป็นต้องมีโครงการลักษณะนี้ออกมา เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน ในอีก 10-20 ปี โดยต้องมีแนวทางเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ให้เกิดความเดือดร้อน หากไม่ทำแล้วพัฒนาในแบบเดิมประเทศจะอยู่ที่เก่า ไม่มีสิ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า เพราะผลผลิตด้านการเกษตรนั้น ตกต่ำลงต่อเนื่อง ดังนั้น ต้องมีเรื่องอื่นเข้ามาเสริม และอย่ามองว่า ทำแล้วจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะจะมีมาตรการรองรับ สร้างการรับรู้และดูแลประชาชน ขณะนี้ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ตั้งคณะทำงานคิดและวางแผน โดยในอนาคตจะมีการออก พ.ร.บ.เพื่อรองรับเรื่องดังกล่าว โดยคณะทำงานต้องเดินหน้าร่วมกับคณะรัฐมนตรี