สมาคมบอลฯ ประชุมยืนยันมติแบนขอนแก่น-เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

สมาคมบอลฯ ประชุมยืนยันมติแบนขอนแก่น-เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2560 มีวาระสำคัญเรื่องการยื่นอุทธรณ์ต่อสมาคมฯ ของสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด และการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง...

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 10 ก.พ. 60 ที่ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ รัชดา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2560 โดยมีวาระสำคัญเรื่องการยื่นอุทธรณ์ต่อสมาคมฯ ของสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด, การแก้ไขข้อบังคับลักษณะปกครอง และการจัดประชุมใหญ่สามัญ ภายในที่ประชุมประกอบไปด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ, นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกฝ่ายจัดการแข่งขัน, นายวิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค, นางลัขณานันท์ ลักษมีธนานันต์ อุปนายกฝ่ายการเงิน, นาย ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ อุปนายกฝ่ายสิทธิประโยชน์, นายยงยศ พึ่งธรรม ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายสมาคม และสภากรรมการอีกจำนวน 5 คน

หลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ประชุมวันนี้ก็คือ เรื่องแรก กรณีที่ทีมสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ยื่นอุทธรณ์คัดค้านมติสภากรรมการ สภากรรมการก็รับคำอุทธรณ์ ครั้งนี้สภากรรมการได้พิจารณาเรื่องราวที่ขอนแก่น ยูไนเต็ด ยื่นอุทธรณ์มา สภากรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยืนยันมติเดิม ให้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสามัญประจำปีในช่วงปลายเดือนเมษายน

"เรื่องที่สอง หลังจากการประชุมครั้งที่สอง การแก้ไขข้อบังคับลักษณะสมาคมฯ คราวที่แล้วเราได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฯ ไปพิจารณาแก้ไขถ้อยคำเนื้อหาให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การบริหารงานของสมาคมดำเนินต่อไปได้ วันนี้ฝ่ายกฎหมายก็นำเรื่องมารายงานต่อที่ประชุมสภากรรมการ เพื่อให้สภากรรมการแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขข้อบังคับ ลักษณะปกครอง และสภากรรมการ มีมติให้สมาคมฯ นำข้อบังคับดังกล่าวเสนอที่ประชุมสามัญประจำปีในปลายเดือนเมษายน" นายกสมาคมฯ กล่าว

นายกสมาคมฯ กล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญคือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง จากเดิมเรามี 72 เสียง แต่เราจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น เพื่อให้สิทธิ์กับสโมสรสมาชิกได้ใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง และได้เปลี่ยนรูปแบบการคัดสรรหรือสรรหาจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง จากเดิมที่ใช้การเลือกตั้งตัวแทน โซนละ 5 สโมสร จากแต่ละภูมิภาค มาเป็นระบบอันดับคะแนนในปีก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งมันเป็นการแก้ไขปัญหาล็อกเสียง หรือเป็นการไม่ให้สามารถที่จะควบคุม หรือกำหนดฐานเสียงได้ เพราะฉะนั้นที่มีข่าวว่าสมาคมฯ หรือผู้บริหารสมาคมฯ พยายามเปลี่ยนข้อบังคับเรื่องผู้มีสิทธิ์โหวต เพื่อรักษาสถานภาพหรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริหารสมาคมฯ นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะระบบลำดับคะแนน ไม่สามารถควบคุมได้ว่า ใครจะอยู่ลำดับไหนในปีนั้นๆ

"การแบ่งจำนวนผู้มีสิทธิ์โหวตจะเป็นดังนี้ ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก (ลีกสูงสุด) และไม่ถูกระงับสมาชิกสภาพ, ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเอ็ม 150 แชมเปียนชิพ และไม่ถูกระงับสมาชิกสภาพ, ยูโร่ เค้ก ลีก โปร หรือ T3 ทีมอันดับ 1-7 ของแต่ละโซนและไม่ถูกระงับสมาชิกสภาพ และ ยูโร่ เค้ก ลีก หรือ ทีมลำดับ 1-3, T5 ทีมลำดับ 1 ของแต่ละโซน ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศจากฟุตซอลลีก, ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศฟุตบอลลีกหญิง, ทีมชนะเลิศจากฟุตซอลลีกหญิง, ทีมชนะเลิศกีฬาฟุตบอลลีกชายหาด, ทีมจากสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพที่เป็นสมาชิกและได้รับรองจากสมาคมกีฬาฟุตบอล แห่งประเทศไทย ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดจะต้องไม่ถูกระงับสมาชิกสภาพ" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว