วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่พิษณุโลก ติดตามแก้ปัญหาภัยแล้งลุ่มน้ำยม

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามการวางแผนป้องกันภัยแล้ง 3 จังหวัดลุ่มน้ำยม เร่งสร้างความเข้าใจเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ เลื่อนทำนาเร็วขึ้นช่วง เม.ย. ก่อนเข้าฤดูน้ำหลาก ...

วันที่ 10 ก.พ. 60 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการป้องกันและช่วยเหลือภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำยม จ.พิษณุโลก สุโขทัย และพิจิตร เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเข้ารับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ของทั้ง 3 จังหวัด ที่ศาลากลาง จ.พิษณุโลก จากนั้น พลเอกฉัตรชัย พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังบริเวณแก้มลิงบึงตะเคร็ง ในพื้นที่ ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยมี นายบัณฑิต อินต๊ะ ผู้อำนวยการชลประทานพิษณุโลก บรรยายสรุปการบริหารจัดการแก้มลิงในพื้นที่

พลเอกฉัตรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำยมไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หรือเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่เช่นลุ่มน้ำอื่นๆ ทำให้ฤดูน้ำหลากเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ส่วนในฤดูแล้งน้ำก็ไม่พอใช้ จึงต้องอาศัยน้ำต้นทุนจากแม่น้ำยม และแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ซึ่งมีน้ำรวมกัน 206 ล้าน ลบ.ม. สำหรับพื้นที่เพาะปลูก 241,898 ไร่ แบ่งเป็น จ.สุโขทัย มีน้ำใช้การได้ 175 ล้าน ลบ.ม. ในพื้นที่เพาะปลูก 190,898 ไร่ จ.พิษณุโลก มีน้ำใช้การได้ 23 ล้าน ลบ.ม. ในพื้นที่เพาะปลูก 11,000 ไร่ และ จ.พิจิตร มีน้ำใช้การได้ 8 ล้าน ลบ.ม. ในพื้นที่เพาะปลูก 40,000 ไร่ ซึ่งในส่วนพื้นที่เพาะปลูกดังกล่าวสามารถดูแลได้ไม่เสียหาย

สำหรับแหล่งน้ำใน จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 59 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ อ.บางระกำ ได้สั่งการให้ปรับปรุงแก้มลิงเพื่อรับน้ำหลาก และเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง โดยก่อสร้างคลองไส้ไก่ชักน้ำเข้าแก้มลิงทุ่งทะเลหลวง และก่อสร้างคลองชักน้ำเข้าแก้มลิง 3 แห่ง คือ บึงตะเคร็ง บึงระมาณ และ บึงขี้แร้ง ทำให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้งนี้ เป็นการชดเชยเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมไปอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ในส่วนพื้นที่ที่ไม่ได้ปลูกข้าวนั้น ได้สั่งการให้มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ให้เกษตรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ มีรายได้ในช่วงฤดูแล้งโดยใช้งบปกติ และมุ่งเน้นพื้นที่ที่เกิดภัยแล้งซ้ำซาก โดยมาตรการดังกล่าวได้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่ ต.ค. 59 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้รายงานให้ ครม. ทราบเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 60

พลเอกฉัตรชัย กล่าวกับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ อ.บางระกำ ด้วยว่า เมื่อทำนาปีนี้และเก็บเกี่ยวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้พักพื้นที่ทำนาสัก 15-30 วัน เพื่อให้ดินได้ปรับสภาพ โดยขอให้เริ่มทำนาในเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ทางกรมชลประทานก็จะปล่อยน้ำจากเขื่อนมาช่วยเหลือเกษตรกรด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การผลิตข้าวคราวหน้ามีคุณภาพและมีผลผลิตมากขึ้น โดยในขณะนี้ ภาครัฐ มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรหน้าแล้งนี้ 6 มาตรการ 29 โครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ขณะที่ บึงตระเคร็ง ควรปล่อยและเก็บน้ำไว้ใช้ให้มากขึ้น พร้อมปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่น ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเกษตรกร 17 ราย ที่เสียสละมอบที่ดินให้ทำแก้มลิง สำหรับรับน้ำหลากครั้งที่ผ่านมา และปัจจุบันยังเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งอีกด้วย