วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' ห่วงประเด็นถก 'ปรองดอง' กว้าง เหตุเงื่อนไขเวลาจำกัด

"นิพิฏฐ์" ปัดวิจารณ์ตั้ง ปธ.4 อนุฯปรองดอง ห่วงประเด็นถก "ปรองดอง" มากกว่า เหตุกว้างเกิน เงื่อนไขเวลาจำกัด หวั่นเดินหน้าต่อไม่ทัน แนะรัฐควรเปิดเวทีรับฟังเสียง ปชช.ทุกจังหวัด แทน "พรรคฯ-กลุ่มการเมือง"

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้ง ผบ.เหล่าทัพเป็นประธานอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด ในคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า ไม่ขอพูดถึงตัวบุคคล แต่ดูจากสาระของการตั้งอนุกรรมการขึ้นทำงานแต่ละขั้นตอน ถือว่าใช้ได้ตามหลักการ ส่วนวัตถุประสงค์หรือประเด็นการวางกรอบที่จะหารือทั้ง 10 เรื่องสำคัญที่ระบุนั้น ส่วนตัวเห็นว่า ทั้ง 10 ประเด็นล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าทำทั้ง 10 ข้อ แต่ละเรื่องอาจต้องใช้เวลาเป็นปี เกรงว่าจะเป็นการตั้งประเด็นที่กว้างเกินไปขณะที่มีเวลาจำกัด จึงอยากให้มีการวางกรอบหรือการกำหนดแนวทางว่า หากเกิดปัญหาหรือความขัดแย้งไม่ว่าเรื่องใดในอนาคต จะมีมาตรการใดออกมาใช้เพื่อเลี่ยงการใช้ความรุนแรง หรือตั้งกองกำลังตัวแทนใช้ความรุนแรงกับคนเห็นต่าง เพราะเชื่อว่าบางเรื่อง เช่น ความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงทรัพยากร เรื่องพลังงาน หรือแม้แต่เรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้นในอนาคตก็จะมีความเห็นต่าง หรือความขัดแย้งเกิดขึ้น จึงไม่มีสูตรสำเร็จใดที่จะตายตัว เช่น กรณียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หากวางไว้แล้ว 5 ปีข้างหน้าสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปไม่ตรงกับที่วางไว้ จะทำอย่างไร เพราะฝ่ายหนึ่งมีธงอยู่แล้ว

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเรื่องการสร้างความปรองดองนี้ แทนที่รัฐบาลจะเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนคนไทยเป็นหลัก โดยเปิดเวทีกลางในแต่ละภาค แต่ละจังหวัด เพื่อรับฟังว่าประชาชนในจังหวัดนั้นๆ คิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ หากเกิดความขัดแย้งขึ้น จะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไร อะไรบ้าง ที่จะพูดคุยแสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง โดยไม่ใช้ความรุนแรงเช่นที่ผ่านมา สื่อสารมวลชนมีบทบาทอย่างไรในการร่วมแก้ไขปัญหา เพราะโลกยุคใหม่ประชาชนเจ้าของอำนาจจะเป็นผู้กำหนดรูปแบบการปกครองประเทศ โดยเอาความเห็นความต้องการของประชาชนมาเป็นตัวตั้งในการกำหนดกรอบนโยบาย เพื่อสะท้อนความต้องการ หรือบีบให้ผู้บริหารทำตามความต้องการของประชาชน มากกว่าที่จะเปิดรับฟังความเห็นของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองคู่ขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่เห็น ป.ย.ป.ออกมาพูดต่อสังคมเลยว่า จะฟังความเห็นของประชาชนเจ้าของประเทศอย่างไร มีแต่จะทำเอ็มโอยู หรือฟังความเห็นของพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองคู่ขัดแย้งเท่านั้น จึงห่วงว่ารัฐบาลเริ่มต้นนับ 1 ถูก แต่จะนับ 2 เดินต่อที่ 3 จะถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เพราะยังไม่มีการให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศแต่อย่างใด.