บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไลน์สื่อรัก 'อีฟ พุทธธิดา-ต้น เติมศักดิ์' รับยิ่งใกล้วัน "แต่ง" ไม่ตื่นเต้นแต่เริ่มคิดถึงชีวิตคู่

ต้อนรับเดือนแห่งความรัก“วาเลนไทน์” ปีระกาทองนับว่าเป็นปีที่คู่รักคนบันเทิงต่อคิวสละโสดกันคึกคัก รวมทั้ง คู่รัก “30+แล้วไง” สาวอีฟ-พุทธธิดา ศิระฉายาทายาทหัวแก้ว หัวแหวนของสองนักแสดงอาวุโส เศรษฐา-อัญชลี (อรัญญา) ศิระฉายา เตรียมตัวใส่ชุดเจ้าสาวหลังจาก ต้น-เติมศักดิ์ศักดาทรแฟนนักธุรกิจเกิดปิ๊งสาวเพียงแค่เห็นรูป ยิ่งได้คลุกคลียิ่งมั่นใจคนนี่แหละ “แม่ของลูก”เลยไม่รอช้าวางแผนคุกเข่าขอ แต่ง หลังคบกันไม่นาน รวดเร็วยิ่งกว่า4Gก่อนเตรียมจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์26ก.พ.60บ้านจิมทอมป์สันและงานฉลอง4 มี.ค.ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทอง ธานีอีฟ-ต้น เปิดใจถึงเส้นทางรัก ขณะทั้งสองร่วมถ่ายพรีเวดดิ้งถึงทะเลเสม็ด ย้อนรำลึกวันวานแสน หวาน โดยให้ “บันเทิงไทยรัฐ” ร่วมเก็บภาพบรรยากาศหวานๆ ริมทะเลมาฝากแฟนๆ

ขอย้อนความหลังวันแรก ที่ต้นเจออีฟรู้สึกยังไงบ้าง

ต้น “ถูกชะตาครับ มีออร่ารังสีของความเป็นแม่ของลูก” อีฟ ร้องเสียงหลง ห๊า หา...า ทางต้นเล่าต่อ “เค้ามีความเป็นผู้นำและมีความมั่นใจในตัวเองมาก และเราชอบคนที่มีบุคลิกผู้นำและผู้ตามที่ดีและเรารู้สึกว่าเค้าอาจจะนำเราได้ในบางเรื่อง” เริ่มต้นการจีบยังไง ต้น “เริ่มต้นจากการเห็นรูปเพราะตอนนั้นผมก็โสดพอดี วันนั้นรู้สึกอยากมีใครสักคนเข้ามาในชีวิต ก.พ.ปีที่แล้ว บังเอิญผมไปทานข้าวกับ รุ่นพี่ก็คุยเรื่องสัพเพเหระ คุยกันอยาก มีแฟนและเค้าเลย เอารูปของอีฟให้ดู เราเห็นจากรูปก็ รู้สึกชอบเลยขอเบอร์ ขอไลน์” อีฟ “ตอนแรกเพื่อนไลน์มามีเพื่อนอยากชวนไปกินข้าวอีฟก็งงๆ ยังมีอีกเหรอแบบนี้ เพราะตอนนั้นอีฟกำลังไปดูคอนเสิร์ตมาดอนน่า ก็ไลน์บอกเพื่อนอย่าเพิ่งคุยกัน แต่เพื่อนจะไลน์จี้หนักมากก็เลยบอกให้ไลน์อีฟไปสิเพื่อตัดบท เพื่อนก็ถามให้ไลน์เลยเหรอ? อีฟเลยบอกก็ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องกินข้าว ถ้าคุยรู้เรื่อง แย่สุดก็ได้เพื่อนใหม่ พอเพื่อนให้ไลน์ไปปุ๊บ ไลน์เด้งมาทันที สวัสดีครับ อีฟขำรีบนะ (หัวเราะ)” รีบจีบสาวอะไรขนาดนั้น ต้น “ตอนนั้นอยากมีแฟน อยากมีความรักเพราะวันๆทำแต่งานมันน่าเบื่อ เซ็งกับชีวิตมาก มีเค้าเข้ามาคิดเหมือนกันอย่างน้อยถ้าเค้าไม่ชอบเรา อย่างน้อยมีเพื่อนใหม่”

ลุกส์ภายนอกคนกลัวอีฟดุเป๊ะ ต้นล่ะแอบหวั่นๆมั้ย

ต้น “สำหรับผมไม่กลัว ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ใช่ เพราะฉะนั้นผมเข้าไปโดยไม่ได้กลัวอะไรเลย” อีฟ “มันไม่ได้รู้สึกถูกจีบ เหมือนเราไปกินข้าวด้วยกันครั้งแรกก็นั่งคุยกัน เค้าเล่า เรื่องงานเค้า เราก็เล่าเรื่อง งานเรา เค้าคุยเรื่องครอบครัว เราคุยครอบครัวจิปาถะ รู้ตัวอีกทีนั่งคุย 6-7 ชม. จนเค้าก็ถามอีฟว่าจะต้องกลับบ้านหรือยัง ดูนาฬิกาตี 1 แล้ว ถึงกลับบ้านกัน อีฟก็งงตัวเอง สิ่งแรกเรา ไม่ค่อยเจอคนที่คุยแล้วบทสนทนาไปได้เรื่อยๆ แปลกใจเคสนี้เรานั่งคุยกับคนไม่รู้จักได้นานขนาดนี้” ออกมาเดทแรกได้บอกที่บ้านมีหนุ่มมาชวนมั้ย “บอกนะ วันแรกที่เค้าไลน์ มาคุยอีฟก็ดูคอนเสิร์ตกับพ่อกับแม่ อีฟยังเล่าให้ฟังเพื่อนมาจี้ให้แลกไลน์” มีหนุ่มแลกไลน์พ่อว่ายังไง อีฟ “โตขนาดนี้ เค้าไม่สนใจอะไร จริงๆ สำหรับพ่อแม่ที่มองอีฟเป็นคนเรื่องมากอยู่แล้วเค้าเฉยๆ เพราะรู้ว่าอีฟเป็น คนเพื่อนเยอะ”

ขนาดอาต้อยพ่ออีฟยังมองว่าเรื่อง เยอะแล้วในสายตาต้นที่มองอีฟล่ะ

ต้น “ผมมองเค้าไม่ได้เยอะอย่างที่คิด ขอแค่ว่าเราเข้าใจเค้าในสิ่งที่คิด สิ่งที่คนอื่นมองคนเยอะแต่ผมเป็นคนนึงมองแล้วมองภาพรวม” อีฟ หันไปถามแปลว่าอะไร ต้น อธิบายต่อ “เหมือน เรารักเค้าเลยมองมุมที่ดีของเค้า ไม่ได้มองเค้าเยอะ” แสดงว่าต้นยังไม่เคยโดนอีฟดุใช่มั้ย อีฟ “อีฟไม่เคยดุแฟน มันเหมือนกับว่าผู้หญิง ทุกคนอยากให้แฟนได้ดี มันอาจจะเป็นเรื่องความเคี่ยวเข็ญแต่ ในวัยเด็กเราเคี่ยวเข็ญ ในสิ่งที่เราอยากได้แต่เค้าไม่อยาก ได้ แต่เดี๋ยวนี้ความรักคือความเข้าใจมัน โตแล้วเราเข้าใจ สำหรับต้นไม่มีอะไรต้องเคี่ยวเข็ญ เค้าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่มีอะไรต้องกดดันเค้า กลายเป็นอีฟชิลแต่เค้าเป็นคนซีเรียสมากกว่าเรา ไม่เคยไปยุ่งกับเค้า กลับบ้านกี่โมง ทำไมไม่โทร.หาเค้า มีแต่เค้าทำไมไม่โทร.ทำไมไม่เล่า กลายเป็นเค้าต่างหากที่เค้าต้องการเรา เราเลยรู้สึกว่า คำว่าเยอะหรือไม่เยอะอยู่ที่ถูกเติมมากกว่าว่าเค้าขาด เขาอยากได้คำว่าเยอะไม่มี”

จำวันที่ตกลงเป็นแฟนกันได้มั้ย

อีฟ “ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าหลังจากวันเกิดก็เนียนๆ” ต้น “เราเกิดเดือนเดียวกัน” อีฟ “ห่างกันหลายปีแต่วันที่ใกล้เคียงกัน อีฟเกิด 4 มิ.ย.เค้าเกิด 14 มิ.ย. สักพักนึงมีอะไรสักอย่างอึดอัดเลยถามเราเป็นแฟนกันแล้วเหรอ? เราเกินวัยที่จะมานั่งแอ๊ว เธอคิดยังไงกับฉัน? เราอยากรู้ก็ถาม เค้าก็ตอบว่า นี่ยังไม่รู้อีกเหรอ” ต้น “ตั้งแต่วันเกิดผมคิดเอาไว้แล้วของขวัญวันเกิดปีนั้นที่เรารู้จักกันคุยกัน ผมไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดเค้านะเพราะว่าผมคิดว่าของขวัญวันเกิดผมนี่แหละที่เป็นของขวัญวันเกิดให้เค้า” อีฟ ถึงกับทนไม่ไหวบอกว่า “พี่คิดดูสิลงทุนเนอะ (หัวเราะ) แต่ทุกคนจะงงมากเพราะเรื่องเป็นแฟนก็เรื่องนึงแต่เรื่องแต่งงานทุกคนเซอร์ไพรส์กว่าเยอะเลย”

เพิ่งคบกันไม่นานอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ต้นตัดสินใจอยากแต่งแล้ว

ต้น “สิ่งหนึ่งที่ผมคิดก่อนที่จะหอบหิ้วแหวนไปขอเค้าที่อเมริกา ผมคิดไว้แล้วผู้หญิงคนนี้แหละที่จะอยู่กับเราจนบั้นปลายชีวิต ณ ตอนนั้นเองเค้าเป็นคนชวนผมเองไปเที่ยวอเมริกาแต่ผมวางแผนล่วงหน้าจะทำตัวไม่ว่าง จนอีก 7 วันจะบินผมไปขอวีซ่า ส่วนแหวนผมทำล่วงหน้าเป็นเดือน วางแผนจะไปขอกันที่นั่นแต่ผิดแผนนิดหน่อย เพราะ 14 ก.พ. มีความสำคัญมาก” อีฟ เสริม “14 ก.พ. คือวันแรกที่เราเจอกัน” ต้น “งานแต่งที่อเมริกาจะเป็นวันที่ 13 ก.พ. แต่จะเป็นวันที่ 14 ก.พ. ของเมืองไทย ผมเลยกลัวไม่ทันเที่ยงคืนเลยขอตรงนั้นดีกว่ากลัวข้ามวันเมืองไทย” อีฟ แซว “เค้าสายเป๊ะค่ะหลังจากนั้นตกลงกันใครจะบอกพ่อแม่ก่อนเพราะเราสองคนเหมือนกันจะให้ความสำคัญกับครอบครัว เลยเกี่ยงกันใครจะเป็นคนพูดก่อนเพราะไม่คิดจะมีวันนี้ คิดอะไรไม่ ออกเลยวีดิโอคอล พอเห็นหน้าพ่อแม่ อีฟพูดไม่ออกยกแหวนให้ดู จะพูดว่าต้นขอแต่งงานมันพูดไม่ได้ ร้องไห้เลย พ่อแม่ก็ยินดีบอกดีใจด้วยนะลูก”

ต้นทำยังไงให้พ่อของอีฟ เปิดใจรับเราเป็นลูกเขยได้

“ผมเป็นตัวของตัวเอง เราเป็นคนธรรมะธัมโม และเราก็หนักเอาเบาสู้อยู่แล้ว เราเป็นเด็กไร้เดียงสาคนนึง (อีฟถึงขั้นหัวเราะ) แล้วผมมั่นใจตัวเองเราดีพอ สามารถดูแลผู้หญิงที่เค้าหวงที่สุด” วันแรกที่เจออาต้อยมีพูด
ขู่อะไรยังไงบ้าง อีฟ “วันแรกที่มาเจอพ่อ เค้ามากับตาม น้องชายฝาแฝด พอดีวันนั้นเจอพ่อ แล้วตลกตรงที่ตามจะต้องไปถอยรถให้พ่อ ตามมือเย็นเฉียบแล้วมาสะกิดอีฟว่ากลับเลยได้เปล่า? อีฟหันไปบอกว่าคนกลัวไม่ควรเป็นเธอ คนกลัวคือคนที่นั่งอยู่ในบ้าน ปรากฏว่าเค้าดูใจเย็น นั่งอยู่กับแม่ เหมือนมีแม่เป็นพวก แล้วพ่อก็เข้าไปในบ้านก็ทักทายกันวันนั้นยังเรียกคุณอา แต่เรียกแม่อีฟว่าคุณแม่นะ” ต้น “จะเรียกพ่อเลยเกิดตอบว่าใครพ่อคุณ? ก็ต้องใจดีสู้เสือไว้ก่อน (หัวเราะ)” เห็นว่าหลังแต่งต้นย้ายมาอยู่บ้านอีฟ แต่ครอบครัวคนจีนปกติแต่งเข้าแต่เราแต่งออก “ที่บ้านต้นไม่ซีเรียสเรื่องนี้ ผมมีพี่น้องหลายคน (3 คน) แล้วธุรกิจอยู่ทั่วประเทศแล้วอีกอย่างผมก็ไปๆมาๆอยู่แล้ว ไม่ได้ติดขัดเรื่องที่อยู่อาศัย”

พิธีแต่งเตรียมการไปถึงไหนเพราะใกล้มาก

“ใกล้ก็ใกล้แต่จะไม่มีวันเสร็จจนกว่าถึงวันนั้นทุกอย่างเราไม่มีโอกาสซ้อมใหญ่ทุกอย่างเกิดขึ้นวันนั้น พิธีแต่ง 26 ก.พ. จะเป็นพิธีแบบไทยๆ มีรดน้ำสังข์ งานจัดเล็กๆ แค่ญาติผู้ใหญ่จำนวนนึง ไม่ได้เชิญคนมาเยอะเพราะเรารู้ว่าเด็กๆมาคงไม่จบตอนเที่ยงวัน ส่วนยกน้ำชาตามธรรมเนียมจีนทางครอบครัวต้นไม่ซีเรียส ทุกคนพร้อมใจเอาแบบสั้นๆ เรียบง่าย ส่วน 4 มี.ค. งานฉลองจะเป็นธีมแกสปี้ ย้อนยุคนิดนึง สีสันไม่บังคับให้ทุกคนเต็มที่ อยากให้ทุกคนแต่งตัวสวยเพราะสุดท้ายเหลือแค่รูปถ่ายเท่านั้นเลยอยากได้รูปที่สวยๆ ที่ทุกคนสละเวลามางานแต่งเรา หลายคนไม่เคยเจอต้นเลย อยากให้ทุกคนสัมผัสและรักเค้าเหมือนที่เรารักเค้า วันนั้นเหมือนเป็นการเปิดตัวเค้ามากกว่า” ต้นถือว่าเป็นผู้ชายที่ม้ามืดมาก อีฟ “พูดจริงๆนะ อีฟยังไม่คิดเลยตัวเองจะได้แต่งงาน วันก่อนไปกินข้าวกับเพื่อนๆ นั่งอยู่อีฟพูดไม่คิดจะมีวันแบบนี้ อีฟไม่ได้ตื่นเต้นวันแต่ง แต่เราจะคิดวันเริ่มต้นหลังจากแต่งงานจะเป็นยังไง มันทำให้เรารู้สึกนั่นแหละของจริง”

สัญญารักซึ่งกันและกันหลังจากนี้ต้องจูงมือไปด้วยกัน

ต้น “คำเดียวเลยคำว่า เข้าใจ เคารพซึ่งกันและกัน บางเรื่องเราไม่คิดว่าตัวเองเก่ง บางเรื่องเขาเก่งกว่าเราก็ต้องฟัง ไม่ใช่ว่าต่างฝ่ายต่างเอาความเห็นของตัวเองเป็นใหญ่มันก็ไม่ใช่ สุดท้ายแล้วคำว่าเข้าใจนี่แหละ ผมเดินตามทางคำนี้มาตลอด ต้องเข้าใจกันและกัน” อีฟ “เราสัญญากันว่าถ้ามีลูกเราจะไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก เป็นสิ่งแรกและอย่างเดียวที่อีฟพูดกับเค้า พอทุกคนรู้ว่าอีฟจะแต่งทุกคนถามทันทีจะมีลูกเลยมั้ย? และเค้าก็อยากมีลูกเลยนะ ขอให้เรามีเลย อีฟเลยบอกถ้าจะมีลูกเราจะต้องเป็นทีมนะ เราอย่าทะเลาะกัน อย่าเถียงต่อหน้าลูกไม่อย่างนั้นลูกจะแบ่งฝ่ายบางเรื่องเลือกพ่อ บางเรื่องเลือกแม่ อีฟไม่ชอบ เราเป็นลูกคนเดียวเรารู้จะเป็นยังไงเราเป็นมาแล้ว มันไม่ใช่ข้อเสียแต่มันดีกว่า”

เจ้าของเพลง “30++แล้วไง” ยังม้ามืดได้แต่ง แบบนี้สาวโสดทั้งหลายก็ยังมีลุ้นนะจ๊า...า อิอิ.

ทีมข่าวบันเทิง