บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟ้ามุ่ยสวนผึ้ง หลักแสนก็ซื้อ

“เรื่องการดูแลรักษากล้วยไม้ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลา ไม้พวกนี้มีชีวิต แต่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนใหญ่จะฝากเทวดาเลี้ยง ซื้อปุ๋ยไปก็ไม่ค่อยให้มักเอาไปบูชา แล้วจะบ่นทุกคนว่า ซื้อไปเห็นดอกแค่ครั้งแรก ไม่เหมือนอยู่ที่สวน” พี่เล็กว่า

โพธิ์เจริญ พรายมณี หรือพี่เล็ก เจ้าของสวนผึ้งออร์คิด เลขที่ 313/2 หมู่ 3 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ย้อนอดีตว่า ฝังใจเรื่องกล้วยไม้มาตั้งแต่เด็ก กลับจากโรงเรียนก็เข้าแล็บช่วยพ่อทำกล้วยไม้ เรียกว่าเข้าสายเลือด พ่อสอนทุกอย่าง และยังบอกว่ากล้วยไม้เปลี่ยนนิสัยทำให้ใจเย็น และสร้างรายได้

ความภูมิใจของพี่เล็ก คุณพ่อฟื้น พรายมณี เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ผลิตกล้วยไม้พันธุ์แอสโคเซนด้าดอกสีเหลืองเข้ม ตั้งเป็นชื่อคุณแม่ว่า “ประชิดโกลด์” ได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ และต้นนั้นสามารถแลกรถในราคาหลักแสนได้

ตอนวัยรุ่นพี่เล็กชอบถ่ายภาพมาก ไปสมัครงานที่หนังสือพิมพ์มติชน ได้เป็นช่างภาพตระเวนไปทั่วประเทศ ปี 2540 ช่วงฟองสบู่แตก ก็ลาออก

พี่เล็กหุ้นซื้อที่กับพี่ชาย 53 ไร่ ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แรกๆทำกล้วยไม้ 2 ไร่ พี่ชายรู้จักกับคุณวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตผู้ว่าฯราชบุรี แนะนำให้ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว

พี่เล็กขยายที่จาก 2 ไร่ เป็น 10 ไร่ แรกๆทำเป็นสวนปิด ไม่เปิดให้เข้าชม แต่พอเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ให้ชมฟรี พี่เล็กตั้งใจว่า ใครเข้ามาซื้อไม่ซื้อ ไม่ซีเรียส จะสอนให้เป็นวิทยาทาน คนก็บอกปากต่อปาก

สองปีที่ผ่านมา พี่เล็กเริ่มเก็บเงินค่าเข้าชม 20 บาท เป็นค่าบำรุงห้องน้ำ แต่ยังเปิดให้เข้าฟรีสำหรับผู้สูงอายุ พระภิกษุสามเณร นักเรียนนักศึกษา คนพิการ แต่ถ้ามาเป็นหมู่คณะให้ทำหนังสือจะได้เข้าชมฟรี

พี่เล็กเป็นวิทยากรบรรยายเอง ใครอยากรู้อะไรให้ถาม

“ผมใช้ประสบการณ์ที่สัมผัสด้วยตัวเอง สะสมมาตั้งแต่เด็ก ฝึกใหม่ๆก็หัดคือล้างขวด นั่งล้างทั้งวันจนมือเปื่อย พ่อยังหัดให้ไปขายริมคลองหลอด ตั้งแต่ตัวเล็กๆ”

กล้วยไม้เหล่านี้พี่เล็กผสมพันธุ์เองทั้งหมด พอเริ่มออกเป็นฝัก หนึ่งฝักมีประมาณ 4-5 แสนต้น เพาะใส่ขวดไว้ ต้นพอประมาณก็ลงกระถางส่งไปเพชรบุรี มีที่อยู่ห้าไร่ ที่นั่นอากาศร้อน ต้นจะโตเร็ว ใช้เวลาปีถึงสองปี แล้วย้ายต้นกลับมาไว้ที่สวนผึ้ง

“อากาศสวนผึ้งเย็น ใส่ปุ๋ยใส่ยา กล้วยไม้จะออกดอกได้ดี”

การให้ปุ๋ยจะทำเป็นตาราง ไม่เกิน 40 วันก็แทงช่อ ก่อนจะให้ปุ๋ยต้องดูอากาศ ถ้าฝนตกก็เลิกให้ เพราะน้ำฝนจะล้างปุ๋ยออกหมด

กล้วยไม้ขายเป็นช่อ ราคาตั้งแต่ 30-60 บาท แต่ถ้าพวกแอสโคเซนด้า จะมีราคาตั้งแต่ 10-40 บาท วัดเป็นขนาดไซส์ 30 บาท อยู่ที่ 25 เซนติเมตร 40 บาท อยู่ประมาณ 1 ฟุต 50 บาท ก็ฟุตกว่า 60 บาทตั้งแต่ 2 ฟุตขึ้นไป เวลาตัดดอกต้องมานั่งแต่ง มีตำหนิไม่ได้

ตลาดญี่ปุ่นและยุโรป เน้นดอกบลูกับแดง บลูคือสีออกเข้ม แดงคือชมพูกับแดง กลีบดอกจะหนา

ฟ้ามุ่ยของพี่เล็กติดอันดับหนึ่งในประเทศไทย วิธีการดูฟ้ามุ่ยให้ดูที่ลายสมุ ยิ่งชัดเท่าไหร่ สีเข้มเท่าไหร่ ดอกฟอร์มดีเท่าไหร่ ราคาก็จะแพง

“ราคาอยู่ที่ความพอใจระหว่างคนขายกับคนซื้อ เหมือนพระสมเด็จองค์ละยี่สิบสามสิบล้าน คนยังดั้นด้นหาซื้อ ผมตั้งราคาไว้หลักหมื่นหลักแสน คุณพอใจก็ซื้อ

ฟ้ามุ่ยต้นเลี้ยงยาก ที่ไหนอากาศไม่เย็น ลมไม่โกรก โตได้แต่ต้น อย่างกรุงเทพฯหมดสิทธิ์เห็นดอก ที่เห็นฟ้ามุ่ย ฟ้ามุ่ยลูกผสมทั้งนั้น” พี่เล็กว่า

ไร่ของพี่เล็กมีกล้วยไม้กว่า 20 สายพันธุ์ ตระกูลไม้ไทยหาตามทั่วภูมิภาคของประเทศ เอามาพัฒนาพันธุ์สายใหม่ให้ออกดอกทั้งปี

ไม้ไทยอย่าง เอื้องผึ้ง เอื้องคำ ม่อนไข่ ไอยเรศ ออกดอกปีละครั้ง ถ้าเป็นตระกูลช้าง เช่น ช้างแดง ช้างเผือก ช้างกระ เอื้องสายโอโน่ จะออกดอกช่วงฤดูหนาว ช้างแดงผสมกับพวกแอสโคเซนด้าให้ออกดอกทั้งปี มีกลิ่นหอม แต่ดอกจะอยู่ได้ไม่นาน

การตั้งชื่อกล้วยไม้ แล้วแต่เจ้าของสวนจะตั้งชื่อ แล้วก็ต้องจดสิทธิบัตร ในไร่อำเภอสวนผึ้ง พี่เล็กตั้งไว้ 3 ชื่อ คือ สวนผึ้งทูโทนออเรนจ์ สวนผึ้งไวท์โรส สวนผึ้งฝาแก้น ตัวนี้จะมีกลิ่นหอม อยู่ในตระกูลแอสโคเซนด้า

เมื่อก่อนสวนผึ้งยังน่ากลัว ถนนเป็นลูกรัง กว่าจะเข้าถึงต้องใช้เวลาครึ่งวัน

“ผมมาบุกเบิกทำสวนกล้วยไม้เป็นเจ้าแรก แล้วก็ชวนกลุ่มนักกล้วยไม้มาสร้างสีสัน เป็นกลุ่มเลี้ยงแคทลียา กลุ่มเลี้ยงม็อคคาร่า กลุ่มตระกูลไม้ไทย มีอยู่ห้าสวน นอกนั้นเป็นสวนปิด”

ช่วงที่มาอยู่ใหม่ๆ พี่เล็กส่งกล้วยไม้เข้าประกวด เพื่อทำชื่อเสียงให้กับสวนตัวเอง ติดหนึ่งในสิบแหล่งท่องเที่ยวของสวนผึ้ง

ช่วงหลังเริ่มมีคนรู้จัก ก็ส่งแค่ 2 งานใหญ่ๆ คือที่สยามพารากอน ชิงถ้วยพระราชทาน งานประกวดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

ที่สวนสามพรานโรสการ์เด้น ไปออกร้านพบปะชาวต่างชาติ เอาฟ้ามุ่ยไปโชว์

การประกวดจะมีความละเอียดมากว่า สายพันธุ์มาจากไหน พ่อแม่เป็นใคร ดอกฟอร์มต้องดี (ต้องบานเต็มที่) ช่อต้องยาว สีต้องเข้ม การประกวดแบ่งออกเป็นยอดเยี่ยมของงาน ยอดเยี่ยมเป็นกอ

ฟ้ามุ่ยของพี่เล็กได้ที่หนึ่งบ้าง ยอดเยี่ยมบ้าง แต่ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมงาน ยอดเยี่ยมประเภท เพราะแต่ละเจ้าส่งกันเป็นร้อยต้น ได้รางวัลอย่างน้อย 20-30 รางวัล ก็ถือว่าคุ้มค่าน้ำมันแล้ว

“กล้วยไม้เป็นพวกที่กินทางใบ ดูดซึมทางราก ควรรดน้ำเน้นที่ใบกับราก แต่ลูกค้าส่วนใหญ่จะไปจ่อรดที่ราก รดแค่ผ่านๆพอเปียก ผิดทั้งนั้น ต้องลดให้รากนิ่ม ให้อิ่มตัว แล้วรดเช้าเย็น ลูกค้าส่วนมากรดรอบเดียว เพราะไม่มีเวลา อย่าให้โดนแดดร้อนจัด และที่สำคัญถ้าว่างวันอาทิตย์ก็ให้ปุ๋ย”

พี่เล็กบอกว่า กล้วยไม้ที่สวนจะเป็นรากอากาศ จะให้ปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำ ใส่กระบอกฟ็อกกี้ฉีดใบกับราก แค่พอเปียก ปุ๋ยเม็ดส่วนมากจะเร่งต้นกับราก เหมาะสำหรับพวกที่มีวัสดุช่วยปลูก เช่น กาบมะพร้าว ถ่าน แต่กาบมะพร้าวมีอายุการใช้งานไม่เกินสองปี สะสมมากๆจะยุ่ยเป็นเชื้อรา

“ผมปลูกกับเสาปูน เสาเหล็ก กล้วยไม้ขาดน้ำไม่ได้ ต้องให้น้ำเยอะๆ ยิ่งหน้าร้อน รดน้ำเช้า 2 รอบ เย็น 2 รอบ กล้วยไม้เป็นไม้ที่ต้องการความชื้น อุณหภูมิที่ 18-19 องศา

ถ้าหน้าหนาวจะรด 10 โมงเช้า ตอนเย็นจะเริ่มรดตั้งแต่บ่ายสาม เพราะกล้วยไม้ก็หนาวเป็น แต่ถ้าหน้าร้อนตอนเย็นรดหกโมงเย็น ให้อากาศคลายร้อน หน้าฝนสบายไม่ต้องรด ตกมากก็ไม่เป็นไร มีสแลนช่วยได้”

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฝนตกสามวันสามคืน กล้วยไม้เสียหาย ส่งออกไม่ได้ ยังดีมีตลาดในประเทศรองรับ

เลี้ยงกล้วยไม้มาหลากหลายสายพันธุ์ พี่เล็กชอบพันธุ์ไหนที่สุด

“ฟ้ามุ่ย” พี่เล็กตอบ

ฟ้ามุ่ยเป็นไม้ต้นตระกูล เสียอย่างเดียวกลีบบาง ช้ำง่าย กล้วยไม้พวกนี้พี่เล็กถือว่าเป็นภรรยา จำชื่อได้ทุกต้น สังเกตง่ายๆ ใบเรียวๆเล็กๆเป็นแอสโคเซนด้า ใบออกหนาๆ เป็นแวนด้า บางตัวใบเฉียง บางตัวใบโค้ง ให้สังเกตดูที่ใบจะแตกต่างกัน

แต่ถ้าจะดูสีดอก พี่เล็กบอกให้สังเกตที่หมวกราก จะเป็นตัวบ่งบอกสีว่ากล้วยไม้ต้นนั้นดอกสีอะไร เช่น เขียวปนแดงจะออกสีชมพู เขียวธรรมดาจะออกโทนบลู ดำปี๋ก็ม่วงเข้ม เขียวใสออกโทนเหลือง โทนขาว โทนน้ำตาล

ความมั่นใจที่ได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา พี่เล็กกล้าท้า

“ผมคลุกคลีกับกล้วยไม้มากว่า50 ปี เรื่องพวกนี้ไม่มีพลาด”.