วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไร้สัญญาณตอบรับกำจัดส่วย

ทำท่าเหมือนเอาจริงเอาจังกันในช่วงแรก

แต่พอเวลาล่วงเลยก็เงียบหายไปตามกาล ทั้งที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แถลงและมีบัญชาสั่งการด้วยตัวเอง ไปเมื่อ 8 พ.ย.2559 ให้หน่วยงานอย่าง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันหาแนวทางจัดการปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด

นี่ก็เลย 90 วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ขีดเส้นแล้ว เราลองมาดูว่ามีอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรมบ้าง

จากข้อมูลที่ คุณทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรแรกๆที่ออกมาโดดรับนโยบายของท่านนายกฯ เฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

ยืนยันว่าตลอดระยะ 90 วันมานี้ ยังมีรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งกันโจ๋งครึ่ม ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมาย และเจ้าหน้าที่รัฐ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบรรทุกพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะรถบรรทุกอ้อย ยังคงวิ่งกันปกติ แต่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อเคลียร์เส้นทาง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยด้านความมั่นคง ก็ยังทำหน้าที่ตั้งด่านสกัดตรวจจับเหมือนเดิม

ยังทำงานกันลักษณะ “แมวไล่จับหนู”

ขณะที่แมวซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด และยังมีภารกิจอื่นต้องรับผิดชอบอีก แต่หนูมีเป็นล้านคัน จะไปไล่จับกันยังไงไหว

แถมหนูยุคใหม่ยังฉลาด มีเครือข่ายเป็นตาสับปะรด แถมยังมีโลกโซเชียลเป็นตัวช่วยอีก

เห็นแมวที่ไหนก็รายงานผ่านทาง LINE หรือ Facebook ให้หนูตัวอื่นรู้ทันที เพื่อเลี่ยงเส้นทาง

อย่างนี้มันจะสำเร็จได้อย่างไร

แล้วกับข้อเสนอของสมาพันธ์ฯ ที่ให้ข้อเสนอไว้หลายประเด็นน่าสนใจ แต่น่าเสียดายว่ารัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ กลับไม่ได้หยิบขึ้นไปดำเนินการ หรือรายงานความคืบหน้าให้นายกฯรับทราบ

เช่น 1.แนวทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ ก่อนจะปล่อยรถหรือสินค้าออกจากโรงงาน โกดัง คลังสินค้า ท่าเรือ การนิคมอุตสาห– กรรม ทุกที่ต้องมีเครื่องชั่ง เพื่อชั่งน้ำหนักต้นทางก่อนปล่อยรถ

2. กรณีตรวจพบบรรทุกน้ำหนักเกิน ต้องใช้มาตรการความรับผิดชอบร่วม แบบที่ต่างประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว

3. แก้ไข พ.ร.บ.ทางหลวง อาทิ มาตรา 61 มาตรา 73 เพื่อเปลี่ยนแปลงโทษทางอาญา มาเป็นความรับผิดทางแพ่ง ที่มีบทโทษปรับในอัตราก้าวหน้า

ไร้สัญญาณตอบรับใดๆจากหน่วยงานเหล่านี้ จึงเหลือหนทางเดียวที่จะจัดการปัญหานี้ได้เด็ดขาด คือ นายกฯประยุทธ์ ต้องงัดมาตรา 44 ขึ้นมาใช้อีกรอบ

หากยังปล่อยให้แมวไล่จับหนูกันแบบนี้ เราก็ต้องสูญเสียงบซ่อมถนนไปอีกนับล้านล้านบาท เกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตทรัพย์สินประชาชนกันอีกเท่าไหร่

โดยเฉพาะส่วยทางหลวง มหากาพย์คอร์รัปชันของประเทศไทย ยังคงไร้บทอวสานกันต่อไป

สุดท้ายคำบัญชาท่านนายกฯคงไม่มีความหมายอะไร.

เพลิงสุริยะ