บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ไผ่ ดาวดิน' นอนคุกต่อ หลังอัยการขอนแก่น สั่งฟ้อง ปฏิเสธทุกข้อหา

'ไผ่ ดาวดิน' จ๋อยอีก นอนคุกต่อ ศาลไม่ให้ประกันตัว เป็นครั้งที่ 6 หลังอัยการขอนแก่นสั่งฟ้อง เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ด้าน “จ่านิว” นำเครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค แสดงสัญลักษณ์หน้าศาล เย้ย คสช.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการเบิกตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มารับทราบข้อกล่าวหาและแถลงเปิดคดี หลังอัยการจังหวัดขอนแก่นได้สั่งฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยครั้งนี้จำเลยจะต้องมารับทราบข้อกล่าวหา ตามที่โจทก์คือ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น และพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งในการแถลงเปิดคดีครั้งนี้ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้พิจารณาคดีลับ โดยห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปร่วมรับฟังได้มีเพียงจำเลย ทนายความ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของไผ่ ดาวดิน ที่ศาลได้อนุญาตให้ร่วมรับฟังเท่านั้น

ขณะเดียวกัน นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ พร้อมด้วย กลุ่มนักศึกษาดาวดินและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค ได้ร่วมกันสวมใส่หน้ากากที่มีรูปใบหน้าของ นายจตุภัทร์ รวมทั้งการชูป้ายที่มีข้อความว่า FREE PAI เพื่อเรียกร้องให้ศาลจังหวัดขอนแก่น ปล่อยตัวผู้ต้องหาในระหว่างการพิจารณาคดีหลังไม่อนุญาตให้มีการประกันตัวมาแล้วถึง 6 ครั้ง ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ที่มาคอยรักษาความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายหรือเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

และเมื่อรถเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ควบคุมตัวผู้ต้องหามาถึงภายในศาล กลุ่มนักศึกษาต่างมีการร้องเรียกชื่อและโห่ร้องเพื่อให้กำลังใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวไปในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ทำให้กลุ่มนักศึกษาต่างพากันไปรวมตัวกันที่บริเวณห้องควบคุมผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจและพูดคุยในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของผู้ต้องหา กล่าวว่า ผู้พิพากษาได้ใช้เวลาในการแถลงเปิดคดีเพียง 5 นาที ก็มีคำสั่งให้จำเลยถูกคุมขังต่อไปในช่วงของการพิจารณาคดี ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดขอนแกน ได้มีการสั่งฟ้องจำเลยรวม 2 ข้อกล่าวหา คือ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเมื่อผู้พิพากษาอ่านข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหารับทราบ นายจตุภัทร์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้คดีความดังกล่าวในชั้นศาลตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะที่ในคำสั่งฟ้องต่ออัยการจังหวัดขอนแก่นนั้น ยังคงมีการขอคัดค้านการประกันตัวด้วยเหตุผลของคดีความดังกล่าวที่มีบทลงโทษที่สูง รวมทั้งเป็นคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันกษัตริย์ และเกรงว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งให้ทำการคุมตัวผู้ต้องหาไปยังเรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อควบคุมตัวทันที ในช่วงระหว่างพิจารณาไต่สวนในคดีความดังกล่าว

“ศาลได้นัดสืบพยานและเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย ในวันที่ 21 มี.ค.2560 ซึ่งในช่วงเวลานี้ทีมทนายความและครอบครัว จะยังคงยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง ตามสิทธิของการเป็นผู้ต้องหาที่สามารถจะกระทำได้ แต่จะยังคงต้องรัดกุมให้มากขึ้น เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวน มีเพียงการขอฝากขังครั้งแรกในช่วงระหว่าง วันที่ 4-22 ธ.ค.2559 เท่านั้น ที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวจากนั้นอีก 6 ครั้ง ศาลท่านไม่อนุญาต ทำให้การยื่นขอประกันตัวในครั้งนี้ จะต้องมีการเตรียมตัวอย่างดี มีการเก็บข้อมูลและเอกสารต่างๆ เพื่อที่จะแถลงต่อศาลและยังคงมั่นใจว่า ศาลจะพิจารณาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวในช่วงนี้ เพื่อให้จำเลยนั้นได้มีโอกาสเตรียมเอกสารหลักฐานและข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะต่อสู้ทางคดีกับคดีความดังกล่าวได้ ซึ่งในข้อกังวลที่อัยการจังหวัดเสนอคัดค้านการประกันตัวในเรื่องที่จะหลบหนีนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะในครั้งก่อนผู้ต้องหาไม่มีทีท่าที่จะหลบหนีและมารายงานตัวต่อศาลตามนัดทุกครั้ง”

นายกฤษฎางค์ กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้ผู้พิพากษามีคำสั่งให้เป็นการพิจารณาคดีในทางลับ ซึ่งจะอนุญาตให้เฉพาะจำเลยและทนายความเข้าร่วม ในการพิจารณาคดีเท่านั้น ซึ่งทีมทนายความและครอบครัวจะยื่นคำร้องต่อศาลให้เป็นการพิจารณาคดีที่เปิดเผย เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้จะมีการยื่นขอประกันตัวและการเตรียมเอกสาร หลักฐานต่างๆ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการสืบพยานและพิจารณาไต่สวนคดีความดังกล่าวนี้ตามที่ศาลนั้นได้กำหนด

และทันทีที่ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งคุมขังจำเลยต่อเนื่องและให้มีการส่งตัวกลับเรือนจำกลางขอนแก่นทันที และการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามที่พนักงานอัยการเสนอเรื่องขึ้นมา ทำให้กลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ที่มาร่วมรับฟังการพิจารณาคดี รวมไปถึงกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค และกลุ่มสมาชิกดาวดิน ออกแถลงการณ์ บริเวณด้านหน้าศาลจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ อ่านแถลงการณ์ มีการร่วมกันวางดอกกุหลาบสีขาว เพื่อไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยด้วย