บริการข่าวไทยรัฐ

2 ครูสายไหมต้องโทษชำเรานร. ขอรื้อคดีไม่สำเร็จ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง

ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้อง 2 ครูเขตสายไหม ที่ศาลฎีกาตัดสินคดีชำเรานักเรียนหญิง ติดคุก 19 ปี กับ 12 ปี ขอรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ แบบเดียวกับครูจอมทรัพย์ แต่พิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานที่นำเสนอ ไม่ใช่หลักฐานใหม่ จึงยกคำร้อง...  

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.พ. ศาลอ่านคำสั่งขอรื้อฟื้นคดี ที่นายลอน โสรกนิษฐ์ อายุ 68 ปี อดีตอาจารย์ระดับ 7 ประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และนายพิมล ซุ่นศรี หรือซุ้นศรี อายุ 58 ปี อดีตอาจารย์ระดับ 7 สอนวิชาพลศึกษาในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านสายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในฐานความผิดพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจาร, กระทำอนาจารและพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราฯ และหน่วงเหนี่ยว กักขัง เพื่อการอนาจาร ที่ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 18 ม.ค.59 จำคุกนายลอน 19 ปี 3 เดือน ส่วนนายพิมล จำคุก 12 ปี

ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอรื้นฟื้นคดี ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 (เหมือนคดีครูจอมทรัพย์) โดยวันนี้มีกลุ่มเพื่อนครูและญาติสนิทของจำเลยทั้งสองเดินทางมาให้กำลังใจ 7 คน ขณะที่จำเลยทั้งสองถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำกลางบางขวาง

ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์พยานหลักฐานตามที่ศาลชั้นต้นไต่สวนมาแล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นได้ทำการไต่สวนพยานตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่ที่จะยืนยันได้ว่าผู้ร้องทั้งสองไม่ได้กระทำผิด มีพยานเป็นบรรณารักษ์ ภารโรง และครู ที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ เบิกความในทำนองเดียวกันว่า ไม่เชื่อว่าผู้ร้องทั้งสองกระทำความผิดทั้งที่ห้องพักครูและในห้องพยาบาล แต่ไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งคำเบิกความดังกล่าว พยานในชั้นไต่สวนคำร้องขอรื้อฟื้นคดี ได้ทำการเบิกความไว้ในชั้นสืบพยานของศาลชั้นต้นในการพิจารณาคดีมาแล้ว จึงไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่มาเป็นเหตุให้รื้อฟื้นคดี ตามมาตรา 5 (3) พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 คำร้องไม่มีมูล ให้ยกคำร้อง

ภายหลังรับฟังคำสั่งศาล นายพีระพัฒน์ เพียงแก้ว ทนายความจำเลยกล่าวว่า หลังจากนี้จะไปตรวจสอบข้อกฎหมายว่า จะสามารถดำเนินการอย่างไรได้อีก ในส่วนของการลดโทษ เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเช่นนี้ การรื้อฟื้นคดีจึงไม่สามารถดำเนินการใดได้อีก เพราะการยื่นคำร้องสามารถดำเนินการได้เพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ดีนายลอนเหลือระยะเวลาถูกคุมขังอีกประมาณ 8 ปี ส่วนนายพิมลจะครบกำหนดในเดือน พ.ค.นี้

สำหรับคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องนายลอนและนายพิมลเมื่อวันที่ 2 พ.ย.49 ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.49 - 10 ส.ค. 49 ต่อเนื่องกัน นายลอน จำเลยที่ 1 ได้พา ด.ญ.ปุ๊ก (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ผู้เสียหาย โดยหลอกเข้าไปในห้องน้ำก่อนกระทำอนาจารผู้เสียหาย จากนั้นจำเลยที่ 1 ยังได้พราก ด.ญ.ปุ๊กไปกักขังเพื่อกระทำชำเรา และจำเลยที่ 1 ยังมีพฤติการณ์พา ด.ญ.ปุ๊ก ไปชำเราและอนาจารอีกจำนวน 5 ครั้ง ขณะที่ นายพิมล จำเลยที่ 2 ได้ใช้กำลังประทุษร้าย ด.ญ.ปุ๊ก เพื่อกระทำอนาจารและกระทำชำเรา โดยที่ผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จำนวน 4 ครั้ง

ต่อมา จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันพาเด็กหญิงผู้เสียหายอายุ 7-8 ขวบ รวม 5 คน โดยล่อลวงว่าจะพาไปซื้อขนม ก่อนจะกระทำอนาจาร และพรากผู้เสียหายทั้ง 5 คนไปจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร หน่วงเหนี่ยวกักขัง กระทำการด้วยประการใดให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เพื่อยินยอมให้จำเลยทั้งสองกระทำชำเรา โดยจำเลยทั้งสองยังร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย และผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราผู้เสียหายทั้ง 5 คนอีกด้วย เหตุเกิดที่แขวงและเขตสายไหม กทม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกาสั่งจำคุกเพิ่ม 19 ปี คดี 'ครูลอน' ข่มขืน นร.หญิง