วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมายกําหนดการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ หมายกําหนดการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง วันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.2560 เวลา 18.00 น. ...

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ลงหมายกําหนดการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 12 ก.พ.2560 ดังนี้

หมายกําหนดการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง

เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า เนื่องจากตําแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกยังว่างอยู่ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้ทรงสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 ผู้เหมาะสมที่จะได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และโดยที่ตําแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกทรงเป็นประธานของฝ่ายสงฆ์ มีความสําคัญยิ่งในพระบวรพุทธศาสนาแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งทรงเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีสถาปนาในท่ามกลางสังฆมณฑลซึ่งพร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัดต่างๆ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติในตําแหน่งที่มีความสําคัญและเชิดชูพระพุทธศาสนาสืบไป ดังมีรายการต่อไปนี้

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 18 นาฬิกา เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ซึ่งดํารงตําแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อพระสงฆ์ออกไปครองผ้าเสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งยังอาสน์สงฆ์ตามลําดับ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีลสมเด็จพระราชาคณะถวายศีลจบแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอ่านประกาศกระแสพระราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกจบ สมเด็จพระราชาคณะนําสวดคาถา “สงฆราชฏฺฐปนานุโมทนา” แล้วพระสงฆ์กรรมการมหาเถรสมาคมนําสวด “โสอตฺถลทโธ” แล้วสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเสด็จไปประทับที่อาสน์สงฆ์พร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม ณ ท่ามกลางสังฆมณฑลซึ่งมีเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปถวายน้ําพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และถวายพระสุพรรณบัฏ พระตราตําแหน่งพัดยศและเครื่องสมณศักดิ์

ขณะนี้พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัยพราหมณ์เป่าสังข์ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมสังข์แตรดุริยางค์ พระสงฆ์ตามพระอารามทั่วราชอาณาจักรซึ่งชุมนุมในพระอุโบสถเจริญชัยมงคลคาถาและย่ำระฆัง

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายเครื่องสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในสังฆมณฑลตามลําดับแล้วทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรกจบแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเสด็จไปประทับ ณ อาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถ พระมหาเถระฝ่ายคณะธรรมยุตและฝ่ายมหานิกาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้วสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเสด็จออกจากพระอุโบสถทางพระทวารกลาง ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตญวนและจีน ส่วนพระสงฆ์นอกนั้นออกจากพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนินกลับ

การแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศไว้ทุกข์ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ หรือสายสะพายช้างเผือก

สํานักพระราชวัง

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560