วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จารึกสุพรรณบัฏ ของพระสังฆราช

มีไฟไหม้ ประตูไม้ ‘วิหาร’วัดราชบพิธ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ ในการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏสมเด็จพระสังฆราช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งเจ้าคณะจังหวัด และคณะสงฆ์ทั่วประเทศและทั่วโลกประกอบ พิธีเจริญชัยมงคลคาถา ลั่นระฆังทุกวัดทั่วประเทศในช่วงประกอบพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ตามโบราณราชประเพณี ขณะเดียวกันกำหนดให้พุทธศาสนิกชนเข้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช วันที่ 13-15 ก.พ.นี้ วันละ 2 รอบ เช้า-บ่าย เช่นเดียวกับ มหาดไทย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานคณะสงฆ์ร่วมมุทิตาจิต

ภายหลังสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ได้รับการโปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 โดยจะมีพระราชพิธีสถาปนาในวันที่ 12 ก.พ.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.เวลา 10.49 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ พล.ร.อ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ เป็น ผู้แทนพระองค์ ในการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ สมเด็จพระสังฆราช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง การนี้ พล.ร.อ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ประทับพระเก้าอี้ที่จัดถวายไว้ เจ้าพนักงานอาลักษณ์เข้าไปกราบพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร แล้วหันหน้าสู่พระราชอาสน์ที่ทอดไว้ ถวายบังคม 3 ครั้ง คำนับผู้แทนพระองค์ แล้วไปนั่งที่โต๊ะจารึกพรสุพรรณบัฏ เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนาอาราธนาศีล พระราชาคณะถวายศีล ผู้แทนพระองค์และเจ้าหน้าที่พนักงานอาลักษณ์รับศีล

เมื่อพระราชาคณะถวายศีลจบ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำเทียนชนวนให้เจ้าพนักงานอาลักษณ์จุดเทียนทอง เทียนเงิน บนโต๊ะจารึก เจ้าพนักงานอาลักษณ์นำสายสิญจน์คล้องคอ เริ่มทำพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ขณะที่เจ้าพนักงานอาลักษณ์จารึกพระสุพรรณบัฏ พระสงฆ์ 5 รูป เจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์

เจ้าพนักงานอาลักษณ์จารึกพระสุพรรณบัฏเสร็จ นำสายสิญจน์คล้องคอออก พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ถวายน้ำเทพมนตร์เจิมพระสุพรรณบัฏ เสร็จแล้วเจ้าพนักงานอาลักษณ์เชิญพระสุพรรณบัฏบรรจุซองไว้บนพาน แล้วเชิญพานพระสุพรรณบัฏไปวางไว้ที่ธรรมาสน์ศิลา เจ้าพนักงานอาลักษณ์ไปกราบพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ถวายบังคมพระราชอาสน์ และคำนับผู้แทนพระองค์

จากนั้น พล.ร.อ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระราชาคณะที่เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้นทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ ผู้แทนพระองค์กราบพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ถวายความเคารพพระราชอาสน์ เสด็จกลับ เจ้าพนักงานอาลักษณ์เชิญพระสุพรรณบัฏกลับสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า ภายหลังที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้รับการโปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชในวันที่ 12 ก.พ. แล้ว ทางวัดราชบพิธฯได้เปิดให้พุทธศาสนานิกชนเข้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. ที่พระอุโบสถวัดราชบพิธฯ วันละ 2 รอบ คือ เวลา 09.00-10.30 น. และเวลา 14.00-16.00 น.

ด้านนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม พศ. กล่าวว่า พศ. จะออกประกาศสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ เพื่อแจ้งยังเจ้าคณะจังหวัด และคณะสงฆ์ทั่วประเทศและทั่วโลก ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา และลั่นระฆังทุกวัดทั่วประเทศ ในช่วงเวลาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวรรตแด่สมเด็จพระสังฆราช และถวายพระสุพรรณบัฏ พระตราตำแหน่ง พัดยศ และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามโบราณราชประเพณี

เช่นเดียวกับที่กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมงานโปรดสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชว่า กระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุนเรื่องอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่จากกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 30 คน เข้าไปช่วยงาน พร้อมทั้งประสานงานกับ กทม. ให้เปิดลานคนเมือง เพื่อให้ประชาชนนำรถเข้าไปจอดได้ และเปิดพื้นที่กระทรวงมหาดไทยให้เป็นที่จอดรถของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และจัดเตรียมเทียนในพิธี “จุดเทียนยันรุ่ง” โดยทางวัดจะจุดตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 06.00 น. ของอีกวัน ขณะที่ในส่วนของต่างจังหวัด ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานกับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมมุทิตาจิตหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายสุพรรณบัฏ และเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อให้เป็นสิริมงคล ซึ่งการจัดงานอาจจะพิเศษใน จ.ราชบุรี เพราะเป็นพื้นที่ชาติภูมิของพระองค์ท่าน

ต่อมาในช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ มีกำหนดการเดินทางเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ 1,250 รูป เนื่องในวันมาฆบูชา ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) อ.ศาลายา จ.นครปฐม แต่เนื่องจากทางคณะแพทย์ต้องการให้สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ รักษาสุขภาพก่อนเข้าพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชจึงได้มอบหมายให้พระพรหมเวที เจ้าคณะภาค 15 เป็นประธานในพิธีดังกล่าวแทน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ก.พ. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่วัดราชบพิธฯ โดยเมื่อเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ภากร สมุทรคีรี รอง ผกก. (สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ประตูพระวิหาร วัดราชบพิธฯ จึงรุดไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. พร้อมรถน้ำ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณประตูพระวิหารด้านหลัง พบว่าเจ้าหน้าที่วัดสามารถช่วยกันใช้น้ำดับได้ทัน ตรวจสอบพบเป็นประตูไม้ทำจากไม้สัก กว้าง 50 ซม. สูง 2 เมตร สลักเป็นรูปลายกนก มีอายุกว่า 150 ปี อยู่ระหว่างการบูรณปฏิสังขรณ์ จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่าขอบประตูและคานด้านบนถูกเพลิงไหม้เสียหายเล็กน้อย จึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.ท.รัฐชยุตม์ วัชรโกมลมาศ รองผกก.สายตรวจ รรท.สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้สั่งการให้ตนนำกำลังไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกับตำรวจท้องที่ ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลวัดทราบว่าพระวิหารหลังดังกล่าวอยู่ระหว่างการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยเริ่มทำงานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยช่วงเช้าเพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นทำให้ประตูไม้สักได้รับความเสียหาย ประเมินค่าไม่ได้ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สำนักกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ในรายละเอียด ผบ.ตร. จะเป็นผู้ให้ข้อมูลหลังจากทราบผลตรวจจาก พฐ.แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนได้เข้านมัสการพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เพื่อหารือว่าขณะนี้ทางวัดอยู่ในห้วงเวลาที่มีการบูรณะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ จึงจะจัดส่งกำลังรถสายตรวจ และชุดสายตรวจเดินเท้าอย่างละหนึ่งชุด มาประจำที่วัดเพิ่มเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกต่อไป

จากนั้นเวลา 18.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เปิดเผยว่า สำหรับสาเหตุที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ประตูไม้สักอายุกว่า 150 ปี พระวิหารของวัดราชบพิธสถิต มหาสีมารามราชวรมหาวิหาร เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการซ่อมแซมบูรณะจนเกิดสะเก็ดไฟขึ้นและกระเด็นไปถูกประตูดังกล่าวและเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยเพียงเท่านั้น ส่วนสาเหตุหรือประเด็นการวางเพลิงหรือไฟฟ้าลัดวงจรนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้เนื่องจากตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่มีการเดินสายไฟฟ้าแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จะต้องให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป