วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กธุรกิจรับเชิญปยป.

ทั้งแบงก์กรุงเทพ-กสิกร ตลอดจน-อดีตปูนใหญ่ ไปถึงดร.ศุภชัย-ประสาร

“บิ๊กเนม” ทยอยร่วมวง ป.ย.ป.เพียบ ล่าสุด “ศุภชัย-ประสาร-ชาติศิริ-กานต์” ตอบรับคำเชิญแล้วขณะที่นักวิชาการชื่อดังก็รับเทียบเชิญเช่นกัน “บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะเรียก ผบ.เหล่าทัพและผู้เกี่ยวข้องถกนัดแรก พร้อมแบ่งงานให้ปลัด กห.คุมรับฟัง ความเห็น ผบ.สูงสุดรวบรวมข้อเสนอแนะ “บิ๊กเจี๊ยบ” ดูแลจัดทำข้อเสนอ ให้โฆษก กห.ดูงานประชาสัมพันธ์ ถือฤกษ์วาเลนไทน์วันแห่งความรักเริ่มคิกออฟ เปิดรับฟังทุกฝ่ายไม่เลือกปฏิบัติ “สุวัจน์” ทำบุญวันเกิดครบ 62 ปี ยินดีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพใหญ่ ขอทุกฝ่ายเสียสละถอยคนละก้าว รบ.เดินเกมด้านการข่าวตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม ดีอีไล่ล่ากลุ่มหมิ่นกบดานลาว

การเดินหน้าปฏิรูป วางยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความปรองดองภายในประเทศ คืบหน้าตามลำดับ โดยเฉพาะการเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากสังคมเข้าร่วม เริ่มทยอยตอบรับเรื่อยๆ ล่าสุดนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการดับเบิลยูทีโอ ได้รับเข้าร่วมงานกับ ป.ย.ป.แล้วเช่นกัน

“บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะถกปรองดอง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 ก.พ.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เรียกประชุมคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย ได้แก่ อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น อนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการ และอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม นายปณิธาน วัฒนายากร ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์สนช. รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม

ปรามการเมืองเสนอสร้างสรรค์

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตรแถลงผลการประชุมว่า ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือดี การปรองดองต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทุกคนมีส่วนร่วม โดยตั้งกรอบรับฟังความคิดเห็นไว้ 3 เดือนจนถึงเดือน เม.ย. จากนั้นส่งไปที่อนุกรรมการชุดที่ 2 เพื่อจับประเด็นวิเคราะห์บูรณาการ ก่อนส่งต่อไปยังอนุกรรมการชุดที่ 3 เพื่อบูรณาการ ทั้งหมดเหตุผลที่ให้ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาเป็นอนุกรรมการ เพราะมีความเหมาะสม เป็นผู้ใหญ่และผู้นำหน่วย และไม่ห่วงกับการเชิญพรรคการเมืองมาแสดงความเห็น เพราะต้องอยู่ในกรอบ 10 หัวข้อที่กำหนดไว้ และต้องอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ ไม่ควรเสนอนอกกรอบที่ผิดกฎหมาย เมื่อถามว่าจะเชิญพรรคการเมืองมาแสดงความเห็นในวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เราจะเรียงตามลำดับตัวอักษรว่าจะเชิญใครมาก่อนหลัง

ฟรีสไตล์ลงเอ็มโอยูหรือไม่ก็ได้

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิบัติในขั้นตอนสุดท้ายว่าจะทำสัญญาประชาคมร่วมกันหรือไม่นั้น จะทำหรือไม่ก็ได้ แต่ขอให้ได้ข้อสรุปเดินหน้าปรองดองร่วมกัน และยึดมั่นในสัญญาตามสัตยาบันที่ทำไว้ หากบางกลุ่มไม่ลงนามในสัญญาประชาคมแล้วไปทำนอกเหนือ ถือว่าเป็นเรื่องที่ ประชาชนต้องตัดสิน เมื่อถามว่าสัญญาประชาคมจะมีข้อตกลงห้ามทหารทำรัฐประหารด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เกี่ยวกับทหาร ไม่จำเป็นต้องทำยืนยันว่าทหารไม่อยากทำ ทำไปเพื่ออะไร ไปถามนายกฯ ดูทำรัฐประหารมา 2 ปีไม่เคยได้หลับได้นอน ให้ไปดูรูปก่อนกับหลังทำรัฐประหาร แตกต่างกันอย่างไร

ตั้งบิ๊กเหล่าทัพคุมอนุแต่ละด้าน

ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ที่ประชุมได้แจ้งคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการ ให้ทราบถึงอำนาจหน้าที่ แนวทางการทำงาน และตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 4 คณะ คือ 1.อนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน 2.อนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะ มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธาน 3.อนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธาน มี พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รอง ผบ.ทบ. เป็นรองประธาน และมี พล.อ.สสิน ทองภักดี เสธ.ทบ. เป็นกรรมการและเลขานุการ และ 4.อนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ มีโฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน

นักวิชาการรุ่นใหญ่ร่วมวงเพียบ

พล.ต.คงชีพกล่าวต่อว่า อนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น จะเชิญพรรคการเมืองทุกพรรค ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย มาแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ จะเปิดเวทีสาธารณะให้ทุกฝ่ายพูดคุย อาทิ กลุ่ม นปช. กลุ่ม กปปส. กลุ่มสมัชชาเกษตรกร และกลุ่มแรงงาน รวมถึงองค์กรสื่อ หลังได้ข้อสรุปจะส่งให้อนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะ ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิจากเหล่าทัพ และนักวิชาการจำนวน 9 คนเป็นอนุกรรมการ ได้แก่ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน นางถวิลวดี บุรีกุล นางผาสุข พงษ์ไพจิต นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ นายทองอิน วงศ์โสธร นางสุภางค์ จันทวานิช นายจุลชีพ ชินวรรณโณ นายตระกูล มีชัย และนางปาริชาต สถาปิตานนท์ รวบรวมข้อเสนอแนะและสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อเตรียมการปฏิรูป ก่อนส่งให้คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นายนันทวัฒน์ ปรมนันท์เป็นที่ปรึกษา และมีนักวิชาการอีก 9 คน คือนายศุภชัย ยาวะประภาษะ นางถวิลวดี บุรีกุล นายบรรเจิดสิงคะเนติ นางจุฑารัตน์ เอื้ออำนวย นายธนวรรธ์ พลวิชัย นายจรัล มะลูลีม นางอมรา พงศาพิชญ์ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฏ์ และนางปาริชาต สถาปิตานนท์ เป็นกรรมการ

ใช้ฤกษ์วาเลนไทน์เริ่มคิกออฟ

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า อนุกรรมการชุดรับฟังความคิดเห็นฯ จะใช้ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นที่รับฟังความคิดเห็น โดยจัดโต๊ะกลมขนาด 20 ที่นั่ง เชิญฝ่ายแสดงความคิดเห็น 10 คน และฝ่ายรับฟังความคิดเห็น 10 คน ในส่วนภูมิภาคมอบให้แม่ทัพภาคที่ 1-4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดรับผิดชอบจัดรับฟังความคิดเห็นทุกจังหวัด ก่อนจะเปิดเวทีสาธารณะเชิญทุกภาคส่วนมารับฟังเพื่อปรับปรุงร่างสัญญาประชาคมความเห็นร่วม ก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ผ่านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ป.ย.ป. เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยจะเริ่มดำเนินการวันที่ 14 ก.พ.นี้

เดินตามกรอบ 10 ประเด็นหลัก

โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่จะหารือมี 10 หัวข้อสำคัญ คือ 1.ด้านการเมือง การแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้นอีก ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการเลือกตั้ง 2.ด้านความเหลื่อมล้ำ เช่น การครอบครองที่ดินทำกินของเกษตรกร การเข้าถึงแหล่งน้ำ 3.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะมีทางออกที่เกิดจากความไม่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม การแทรกแซงการบังคับใช้กฎหมายอย่างไร 4.แนวทางเสริมสร้างความปรองดองต่อประเด็นความแตกต่างทางสังคม ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุข 5.แนวทางการไม่ใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้ง 6.แนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7.แนวคิดที่จะดำเนินการต่อปัญหากิจการภายในประเทศ ยกระดับให้เป็นปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ 8.แนวคิดการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน 9.การปฏิรูป และ 10.ข้อเสนอแนะให้เกิดการยอมรับร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

เปิดรับฟังทุกฝ่ายไม่เลือกปฏิบัติ

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า คณะกรรมการฯชุดนี้มีความจริงใจตั้งใจสร้างความปรองดองให้เกิดเป็นรูปธรรม มองไปที่ผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศ ชาติเป็นสำคัญ มีจุดยืนคือการรับฟังความคิดเห็น โดยปราศจากเงื่อนไขอคติ เราเปิดโอกาสการรับฟังครอบคลุมทุกภาคส่วนด้วยความจริงใจ เป็นธรรมทุกฝ่ายไม่เลือกปฏิบัติ เราอยู่บ้านหลังเดียวกัน ปัญหาความขัดแย้งจะยุติได้อยู่ในบ้านหลังนี้ และบรรยากาศช่วงเดือน ก.พ.เดือนแห่งความรัก จึงอยากให้สื่อมวลชนร่วมสร้างบรรยากาศด้วยการนำเสนอข้อมูลสร้างสรรค์ ไม่ขยายความขัดแย้ง ส่วนเรื่องกฎหมายจะรับฟังทุกปัญหา ทุกเงื่อนไขของกฎหมาย แต่ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมและอภัยโทษ

“ดร.ซุป” ตอบรับร่วมงาน ป.ย.ป.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ป.ย.ป. เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและขับเคลื่อนการทำงานในคณะกรรมการทั้ง 4 ชุดของ ป.ย.ป. ล่าสุด นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ได้ตอบรับแล้ว โดยจะเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอบรับจะเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ และ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการและบุคลากรของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ก็ตอบรับแล้วเช่นกัน

“ประสาร–ชาติศิริ–กานต์” ก็มา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และนายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตอบรับแล้ว ส่วน นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ขอส่งตัวแทนเข้าร่วมและรวบรวมผลการศึกษาเสนอมายัง ป.ย.ป. แทนการเข้ามานั่งทำงานเป็นทางการ

ปรับทีมยุทธศาสตร์ภาคใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ป.ย.ป. ได้แบ่งการบริหารงานยุทธศาสตร์ภาคออกเป็น 6 ภาค มีกระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนรายชื่อบุคคลที่รับผิดชอบอีกรอบ ดังนี้ 1.ภาคตะวันออก 6 จังหวัด มีนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแล 2.ภาคกลาง 19 จังหวัด มีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยดูแล 3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด มีนายชยพล ธิติศักดิ์ 4.ภาคเหนือ 17 จังหวัด มีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน รับผิดชอบ 5.ภาคใต้ 9 จังหวัด มีนายประยูร รัตนเสนีย์ รับผิดชอบ และ 6.ภาคใต้ชายแดน 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล มีนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ กำกับดูแล

“สุเทพ” โนคอมเมนต์ ป.ย.ป.

ช่วงเช้าที่ศาลอาญารัชดา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวถึงกรณี ป.ย.ป.จะเชิญกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองไปให้ความเห็นการสร้างความปรองดอง ว่า ในส่วน กปปส.ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือประสานมาแต่อย่างใด ต้องรอให้ประสานมาก่อนจึงจะพิจารณาว่าจะส่งบุคคล หรือส่งความเห็นเป็นเอกสารให้กับ ป.ย.ป. และต้องพิจารณาเนื้อหาสาระว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า เห็นหน้าตาของ ป.ย.ป.แล้วเป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ นายสุเทพปฏิเสธที่จะออกความเห็น โดยตอบสั้นๆว่า “ไม่มีความเห็นใดๆ ขอให้เค้าประสานเข้ามาก่อน”

“สุวัจน์” ทำบุญวันเกิดครบ 62 ปี

วันเดียวกันเวลา 11.00 น. ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคชาติพัฒนา ทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 62 ปี พร้อมกับครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าที่บ้านย่านถนนราชวิถี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ให้ผู้แทนพระองค์มอบแจกันดอกไม้ประทานแก่นายสุวัจน์ ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ต่อนายสุวัจน์และครอบครัว

ยินดีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพใหญ่

ต่อมานายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ว่า ในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในโลกให้ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย คนไทยมีความสุข มีความสามัคคีร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน เพราะปัจจัยพื้นฐานเราดีอยู่แล้ว นโยบายต่างๆ เดินมาถูกทาง รวมทั้งการปฏิรูปประเทศ และขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาลเดินหน้าสร้างความปรองดองให้สำเร็จ ยินดีที่รัฐบาลเริ่มต้นเรื่องนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วกับฝันร้ายของคนไทยจากปัญหาความแตกแยกในสังคม บั่นทอนความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ เสียโอกาสดีๆ ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความแตกแยก

ขอทุกฝ่ายลดละเสียสละกันบ้าง

นายสุวัจน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเมืองเป็นหนึ่งปัจจัยหลักของปัญหา ต้องใช้โอกาสนี้ร่วมมือจริงจัง ปรึกษาหารือกัน ให้ความเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ ป.ย.ป.ได้ข้อคิดเห็น และวิธีการที่ทุกฝ่ายยอมรับและเกิดความสำเร็จจริง ทุกฝ่ายต้องยอมเสียสละยอมถอยกันบ้าง ยิ่งพวกเราร่วมมือกันส่งสัญญาณดีๆมากเท่าไร จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีกับเศรษฐกิจ ยิ่งถ้าทำเรื่องปรองดองสำเร็จก่อนการเลือกตั้งได้จะยิ่งดี ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย รวมทั้งต่างประเทศ รัฐบาลหลังการเลือกตั้งก็จะชอบธรรม ได้รับการยอมรับ สามารถบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน

รบ.เดินเกมปฏิบัติการด้านข่าว

ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน มีผู้บริหารส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ และโฆษกกระทรวง เข้าร่วม โดยนายวิษณุกล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ.นี้ จะเริ่มดำเนินการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจัง จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยมีคณะทำงานของรัฐบาลคอยแจ้งไปยังหน่วยงาน ให้สร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อความเข้าใจในเรื่องนั้นๆอย่างถูกต้อง สิ่งที่เราต้องการให้ทำคือ แจ้งข่าวบอกประชาชนว่ามีอะไรเกิดขึ้น ให้ข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องครบถ้วน แก้ข่าวในสิ่งที่เกิดความเข้าใจผิด ในสิ่งที่เป็นเรื่องซุบซิบนินทาให้เกิดความกระจ่าง สุดท้ายคือการขยายข่าวบางเรื่องที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว แต่ยังมีความรับรู้ไม่ทั่วถึง เมื่อประชาชนรับทราบสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างถูกต้องครบถ้วน จะได้มีส่วนร่วมพัฒนาไปกับรัฐบาล ตรงนี้จะมีการประเมินผลด้วย

ขีดเส้นหนึ่งวันต้องรีบแจง

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯ และกรมประชาสัมพันธ์ จะติดตามข่าวสารช่องทางต่างๆ ถ้าเห็นว่ามีอะไรต้องชี้แจงสังคมจะแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ขอให้ชี้แจงอย่างรวดเร็วภายใน 1 วัน ตรงประเด็นและกระชับ หน่วยงานต่างๆก็ต้องติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับตัวเองด้วย และให้แจ้งสิ่งที่ได้ชี้แจงไปให้คณะทำงานของรัฐบาลรับทราบ เพราะนายกฯไม่ต้องการเพียงคนทำงาน แต่ต้องการคนที่สร้างการรับรู้ด้วย

“พิชัย” ขอ “บิ๊กตู่” เปิดใจรับฟัง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่ายังมีคนไม่ดีพยายามจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์น่าจะยังเข้าใจผิดในสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง เช่น ตัวเลขการขอบีโอไอ กับตัวเลขของการลงทุนจริงอาจต่างกันมาก อยากให้บีโอไอออกมาชี้แจงตามที่ พล.อ.ประยุทธ์แนะนำ หากตัวเลขการลงทุนจริงของบีโอไอไม่ตรงกับตัวเลขการลงทุนของธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) ก็ต้องให้ ธปท.ออกมาชี้แจง ตัวเลขที่ตนเปิดเผยเป็นตัวเลขทางการ ไม่ได้โจมตีแทบทุกเรื่องที่อยากขอร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เปิดใจรับฟังทุกคนที่เปิดหน้าออกมาวิจารณ์ มากกว่าจะให้ไปวิจารณ์ลับหลัง หากข้อมูลไม่ถูกต้องก็ให้ผู้รับผิดชอบ ออกมาชี้แจง หากข้อมูลผิดหรือบิดเบือน คนวิจารณ์จะหมดความน่าเชื่อถือไปเอง

“บุญทรง–ภูมิ” ลุ้นทุเลาจ่ายจำนำข้าว

วันเดียวกัน ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำสั่งในคดีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 4 คน กรณีขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 453/2559 ที่ให้นายบุญทรงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และคดีที่นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ฟ้องนายกฯกับพวกรวม 4 คน ขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 240/2558 แต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด และคำสั่งที่ 453/2559 ให้ นายภูมิชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ในวันที่ 10 ก.พ. เวลา 13.30 น. ทั้งนี้หากศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ กระบวนการของกระทรวงพาณิชย์ในการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากนายบุญทรง และนายภูมิ ก็จะหยุดไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด

“ยิ่งลักษณ์” จ่อคิวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับค่าสินไหมทดแทน มียอดเงินรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นมติให้นายบุญทรง ชดใช้ค่าเสียหาย 1,770 ล้านบาท นายภูมิ สาระผล ชดใช้ค่าเสียหาย 2,300 ล้านบาท คำสั่งศาลที่จะมีออกมาในวันที่ 10 ก.พ.นี้ ไม่ว่าจะออกมาในทางใดมีความน่าสนใจ เพราะยังมีคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องนายกฯกับพวกรวม 4 คน กรณีขอเพิกถอนคำสั่งที่ 1351/2559 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ดังนั้น หากศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้กับนายบุญทรง และนายภูมิ อาจเป็นที่คาดการณ์ได้ว่าคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็น่าจะมีคำสั่งออกมาในแนวทางเดียวกัน

รับสภาพยุบ ป.ป.ช.จังหวัด

อีกเรื่อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เตรียมตัด ป.ป.ช.จังหวัดออกจากกลไกการทำงานของ ป.ป.ช. ว่า ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนตัวเห็นว่าประโยชน์ของ ป.ป.ช. จังหวัดมีมาก เพราะบุคคลเหล่านี้คือผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตข้าราชการ เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่ ช่วยงานได้มาก แต่เมื่อระดับนโยบายไม่ต้องการให้มี ป.ป.ช.จังหวัด ป.ป.ช.ก็น้อมรับและดำเนินการตาม มุมมองของตนในอนาคตหากจะแบ่งเบาภารกิจกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ 9 คน อาจเริ่มต้นจากการมีกรรมการ ป.ป.ช.ภาค จะตอบโจทย์ได้ตรงกว่า และป้องกันข้อครหาได้มากกว่า

ดีอีไล่ล่ากลุ่มหมิ่นกบดานลาว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รอง นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการติดตามกลุ่มคนไทยที่กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้สถานีวิทยุในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว (สปป.ลาว) และสื่อโซเชียลมีเดียหมิ่นสถาบัน ว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเรื่องนี้อยู่ สัปดาห์หน้านายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลฯ น่าจะชี้แจงความคืบหน้าต่อสื่อได้ เมื่อถามว่าได้ประสานทางการ สปป.ลาวให้ช่วยควบคุมการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลฯได้หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ทุกประเทศมีกฎหมายความมั่นคงของเขา เพียงแต่อาจแตกต่างกันบ้าง แต่ฝ่ายความมั่นคงของเรามีการประสานงานใกล้ชิดอยู่แล้ว และทางผู้บริหารเฟซบุ๊ก ยูทูบ และไลน์ เขากำลังพิจารณาตามที่เราร้องขอไป

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายทหารพิเศษ

ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 9 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานยศทหารและแต่งตั้งนายทหารพิเศษ โดยมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารและแต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษประจําหน่วยทหารรักษาพระองค์ ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เป็น พล.ร.อ.และพล.อ.อ. และแต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจํากรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ประจํากรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ และประจํากรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช 2.พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เป็น พล.ร.อ.และ พล.อ.อ. และแต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจํากรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ และประจํากรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.เป็นต้นไป