วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร.10ทรงเปิด‘นิทรรศการ’ เย็นศิระเพราะพระบริบาล

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้าน “ธนะศักดิ์” ยันการก่อสร้างพระเมรุมาศคืบหน้าไปกว่ากำหนด พร้อมเผยภาพร่างโครงสร้าง “ราชรถปืนใหญ่” ที่ใช้อัญเชิญพระบรมโกศ และพระโกศทองคำลงยาประดับรัตนชาติ สำหรับบรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 3 แบบ เตรียมเสนอคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อพิจารณาจัดสร้างต่อไป

ที่ท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 9 ก.พ. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมคณะ เดินทางเข้าตรวจดูความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ ที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ฯลฯ ให้การต้อนรับและชี้แจงความคืบหน้าในส่วนต่างๆ

ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่บริเวณจุดหล่อฐานรากพระเมรุมาศ จุดก่อสร้างพระที่นั่งทรงธรรม จากนั้นเข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในอาคารวิธานสถาปกศาลา หรือโรงขยายแบบ และโรงขยายแบบลายพระโกศจันทน์ ฉากบังเพลิง สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ก่อนไปตรวจความคืบหน้าการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รวมทั้งติดตามการบูรณะส่วนล้อราชรถ และส่วนการจัดสร้างราชรถรางปืน ที่กรมสรรพาวุธทหารบก

จากนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการจัดสร้างฯว่า การก่อสร้างพระเมรุมาศ มีความคืบหน้าไปมากกว่ากำหนดที่ตั้งไว้ ในส่วนฐานรากขณะนี้ก็เริ่มแล้วเสร็จ ทั้งมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ซึ่งในวันที่ 27 ก.พ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธานพิธีบวงสรวงยกเสาเอกพระเมรุมาศ มั่นใจว่าการก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.แน่ นอกจากนี้ ยังได้รับทราบความคืบหน้าการจัดสร้าง “ราชรถปืนใหญ่” ที่ใช้ในงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นำต้นแบบมาจากราชรถในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่8 และงานพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

“ขณะนี้กรมสรรพาวุธทหารบกเขียนแบบโครงสร้างเสร็จแล้ว เตรียมเสนอคณะกรรมการ อำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพเพื่อพิจารณา สำหรับราชรถปืนใหญ่จะใช้ในการอัญเชิญพระบรมโกศ หลังจากพระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนมาถึงพระเมรุมาศ เพื่อนำพระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศ แทนพระยานมาศสามลำคาน มีนายชนะโยธิน อุปลักษณ์ สำนักช่างสิบหมู่ เป็นผู้ออกแบบ ดำเนินการจัดสร้างโดยกรมศิลปากรและกรมสรรพาวุธทหารบก เมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอำนวยการ กรมสรรพาวุธทหารบกจะสามารถจัดทำโครงสร้างเพื่อส่งต่อให้กรมศิลปากร จัดทำลวดลายต่อได้ไม่เกิน เม.ย. สำหรับการแบบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย ที่จะจัดสร้างขึ้นใหม่ ที่จะใช้อัญเชิญพระสรีรางคาร ทางกรมศิลปากรเขียนแบบแล้วเสร็จเช่นกัน อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการจัดสร้าง” รองนายกฯกล่าว ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธระบุขนาดราชรถปืนใหญ่ที่ออกแบบไว้จะมีความยาว 8 เมตร กว้าง 1.6 เมตร จัดสร้างโดยนำปืนใหญ่และรถขนกระสุนสมัยโบราณมาประกอบกัน รวมเป็นสี่ล้อ ใช้เชือกชักลาก 2 เส้น

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการออกแบบและจัดสร้างพระโกศทองคำลงยาประดับรัตนชาติทรงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีด้วยกัน 3 แบบ ได้แก่ 1.พระโกศทองคำลงยาประดับเพชร 9 เหลี่ยม เพื่อนำพระบรมอัฐิไปประดิษฐาน บนพระที่นั่งจักรี มหาปราสาท ออกแบบโดยนายอำพล สัมมาวุฒธิ 2.พระโกศทองคำลงยาประดับพลอย 8 เหลี่ยม ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ออกแบบโดยนายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพ-พร และ 3.พระโกศทองคำลงยาประดับพลอย 8 เหลี่ยม ทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัย ลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบล รัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ออกแบบโดย นายณัฐพงศ์ ปิยมาภรณ์

ขณะที่บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 36,489 คน รวม 98 วัน มี 4,197,903 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวม 98 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 353,691,491.09 บาท ขณะที่ตลอดวันที่ 9 ก.พ.พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศไทย อาทิ จากจังหวัดเชียงราย นครพนม อุทัยธานี ราชบุรี นครปฐม ฯลฯ ยังเดินทางมาแสดงความไว้อาลัยและกราบสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เช่นเดียวกับที่สนามหลวงตั้งแต่เช้าวันเดียวกันนี้ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหา– ปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนจะต้องเข้าไปนั่งอยู่ที่จุดพักคอยในเต็นท์ด้านทิศเหนือ ทำให้ตั้งแต่เต็นท์ ก.ไปจนถึงเต็นท์ ค. เนืองแน่นไปด้วยประชาชน จากนั้นทหาร และอส.จะทยอยปล่อยให้เดินไปที่จุดพักคอยเต็นท์หน้ากรมศิลปากร ก่อนที่จะเข้าไปภายในพระบรมมหาราชวัง ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดจุดคัดกรองจำนวน 2 จุด จากจำนวน 8 จุด คือที่บริเวณด้านสะพานผ่านพิภพลีลาศ และถนนกลางสนามหลวงด้านวัดมหาธาตุ โดย 6 จุด คัดกรองที่เหลือ ได้แก่ จุดท่าช้าง วงเวียน รด. กระทรวงกลาโหม อนุสาวรีย์พระแม่ธรณีบีบมวยผม อนุสาวรีย์ทหารอาสา และหน้า ม.ธรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรวจเข้มประชาชนที่จะเข้ามาภายในพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย

จากนั้นในช่วงค่ำวันเดียวกัน เวลาประมาณ 19.14 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนิน ยังท้องสนามหลวง เพื่อทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้ารับเสด็จฯ

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออกจากพลับพลาพิธี ไปยังบริเวณพิธีเปิดงาน ทรงตัดแถบแพร เปิดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” แล้วเสด็จฯ เข้าสู่ภายในนิทรรศการ โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดนุชา สินธวานนท์ เฝ้ารับเสด็จฯ การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯทอดพระเนตรนิทรรศการเย็นศิระ เพราะพระบริบาล ซึ่งประกอบด้วย 5 โซนได้แก่ โซนที่ 1 บุญของแผ่นดินไทย โซนที่ 2 พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) โซนที่ 3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ โซนที่ 4 พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5 ร้อยใจไทย ต่อด้วยเสด็จฯ จากอาคารนิทรรศการไปยังบริเวณจัดแสดงนิทรรศการ ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต แล้วเสด็จออกจากบริเวณจัดนิทรรศการ ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ตามพระราชอัธยาศัย แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับโดยรถยนต์พระที่นั่ง ในเวลา 19.45 น. ได้ทรงโบกพระหัตถ์ให้พสกนิกร ท่ามกลางเสียงทรงพระเจริญ ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

สำหรับนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือประชาชนที่รอถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. และประชาชนทั่วไป ตั้งแต่เวลา 12.00-13.00 น. และเวลา 17.00-18.00 น.โดยผู้ที่มาชมนิทรรศการ จะได้รับแจกการ์ดขนาดเท่าบัตรเอทีเอ็ม ด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ร.9 ด้านหลังเป็นพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของในหลวง ร.9 ซึ่งมีทั้งหมด 89แบบ ไม่ซ้ำกัน โดยจะแจกที่โซน 5 ร้อยใจไทย เพื่อให้ประชาชนเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นมงคลแก่ชีวิตด้วย

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมารับสั่งว่า ให้ช่วยกันสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำต่อไป ให้ประชาชนเข้าใจและเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด อีกประการหนึ่งคือเรื่องของศาสนาต้องช่วยกันเพราะใกล้วันมาฆบูชาแล้ว ก็มีงานที่สำคัญ พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งว่า “ทุกคนพร้อมช่วยกันนะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับ ประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จต่างพากันเดินมาที่หน้าบริเวณประตูทางเข้าอาคารจัดแสดงนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปชมภายในอาคาร จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องขยายเสียงประกาศว่า ขอให้ประชาชนรอประมาณ 20 นาที ขอให้เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่ด้านในเสร็จก่อนแล้วจะเปิดให้เข้าชมทันที หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมภายในอาคารทันที

ด้านนายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งขอบใจคณะผู้จัดทำนิทรรศการนี้ เพราะนิทรรศการนี้จะได้เป็นสมบัติของประเทศชาติต่อไป เป็นนิทรรศการที่มีคุณค่า และระหว่างที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เมื่อทอด พระเนตรภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9รับสั่งว่า ท่านเคยเสด็จฯไปกับสมเด็จพระชนนีด้วย