วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจอโจทย์ยากงานหิน!

ยังออกลูกขุ่นมัว ติดใจไม่เลิกรา

ในบริบทของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ระหว่างนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

เน้นย้ำให้ส่วนราชการช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน หยุดขยายการสร้างความเข้าใจผิดแบบปากต่อปาก และการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย

ขันนอตหน่วยงานรัฐ หากพบความเข้าใจผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเอง ขอให้ช่วยกันชี้แจง อย่าเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ

บนสถานการณ์ที่ผู้นำ คสช.ต้องกระตุ้นเตือนภาครัฐกันตรงๆให้ช่วยเคลียร์ประเด็นที่เป็นผลลบต่อรัฐบาล ไม่ปล่อยให้ขยายความจนเลยเถิด จุดกระแสความเข้าใจผิดลามไปเรื่อยๆ

เป็นผลมาจากอารมณ์ต่อเนื่องหลัง “บิ๊กตู่” เผลอนอตหลุดโชว์สื่อ จนต้องเอ่ยปากขอโทษขอโพยสื่อที่ใส่อารมณ์หงุดหงิดในการตอบคำถาม

จากประเด็นล่าสุดที่ถูกโจมตีเรื่อง “เงินคงคลังประเทศ” ลดฮวบฮาบจากระดับแสนล้านบาท เหลือติดกระเป๋าคงคลังแค่ 74,900 ล้านบาท

ต่ำที่สุดในรอบหลายปี สอดรับจังหวะรัฐบาลขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเครื่อง

ถูกทั้งฝ่ายการเมือง นักวิชาการหยิบมาจุดกระแสรัฐบาล “ถังแตก” ต้องหารายได้

มาจุนเจือ ชดเชยการรีดภาษีที่ไม่เป็นไปตามเป้าในช่วงที่ผ่านมา

จนคีย์แมนทีมเศรษฐกิจทั้ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ต้องชักแถวประสานเสียง ยืนยันสถานภาพการเงินประเทศยังอยู่ในระดับเข้มแข็ง

แม้กระทั่งตัวผู้นำ คสช.ยังต้องช่วยการันตีอีกทาง แสดงความหงุดหงิดใส่สื่อในการตอบคำถาม

กู้กระแสความมั่นใจกลับคืนมา ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะ “ถังแตก”

เพียงแต่เป็นแนวทางการบริหารจัดการของกระทรวงการคลังที่ไม่ต้องการกู้เงินมากองไว้ จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 2,000 ล้านบาท

โดยยืนยันกระทรวงการคลังยังมีวงเงินกู้ฉุกเฉิน เพื่อรักษาสภาพคล่องอีก 8 หมื่นล้านบาท

ปมร้อนๆเรื่องเศรษฐกิจเป็นปัจจัยตามหลอนผู้นำ คสช.

โดนทิ่มจุดอ่อนกองทัพ เก่งแต่เรื่องอาวุธ แต่ไม่มีฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

สำทับด้วยอารมณ์เหน็บแนมแรงๆจากฝ่ายการเมืองที่ขย่มให้รัฐบาลเลิกซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประเทศลง เลยเถิดไปถึงขั้นยุให้ปรับทีมเศรษฐกิจใหม่

เรื่องของเรื่องมันสะท้อนอารมณ์หวั่นไหวของรัฐบาลอยู่ลึกๆ

ที่ถูกตามขยี้จุดอ่อนฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

แม้จะเปลี่ยนตัวทีมงานจากชุด “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มาเป็นทีมงาน “สมคิด” แต่สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน

เจอโจทย์ปัญหาปากท้องเรื้อรัง คาราคาซังมานานนับปี แต่ยังแก้ไม่ตกเสียที

ควบคู่ไปกับโจทย์ยากอีกข้อ “โมเดลปรองดอง” ฉบับเวอร์ชั่นรัฐบาลทหาร ที่ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กำลังเดินหน้าแผนปลุกสามัคคีคนในชาติ

ระดมระดับบิ๊กจากขั้วการเมือง และภาคธุรกิจร่วมเป็นทีมงานสร้างความปรองดอง อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายบัณฑูร ล่ำซำ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ

รวมถึงกำลังทาบทาม นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ร่วมวงเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

แผนปรองดองเริ่มขยับให้เห็นเป็นรูปร่าง แต่ที่ต้องโฟกัสเป็นพิเศษคือ คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นหัวหอก

ตั้งแท่นระดมความเห็นพรรคการเมืองและผู้เกี่ยวข้องเสนอต่อ ป.ย.ป. จัดทำเป็นพิมพ์เขียวความปรองดองให้ทุกฝ่ายทำตามพันธสัญญา

ในสภาวะที่แต่ละพรรค แต่ละก๊วนการเมือง มีเงื่อนไขแนวทางสร้างสมานฉันท์เป็นของตัวเอง ยึดอุดมการณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ดูมุมไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจูนความเห็นทุกฝ่ายให้ลงตัว

ทั้งปมเศรษฐกิจ และการเมือง ยังเป็นโจทย์หินของ คสช.

ทีมข่าวการเมือง