บริการข่าวไทยรัฐ

ทรัมป์ป้องธุรกิจลูกสาว-จวกศาลเล่นการเมือง

จากกรณีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กลางเขต 9 เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างพิจารณาว่าการที่นายเจมส์ โรบาร์ต ผู้พิพากษาศาลขั้นต้นรัฐวอชิงตัน ตัดสินให้ระงับคำสั่ง ผู้บริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรื่องห้ามพลเมือง 7 ประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯไปเมื่อวันที่ 3 ก.พ. เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่นั้น สำหรับความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายทรัมป์ได้กล่าวโจมตีระหว่างการหารือกับคณะผู้บัญชาการตำรวจ ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า การพิจารณาของศาลที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องน่าอับอาย และเป็นวันที่น่าเศร้าของสหรัฐฯ พร้อมพูดว่า “ผมไม่ได้หมาย ความว่าศาลเลือกปฏิบัติ แต่มันเป็นเรื่องการเมืองเสียเหลือเกิน”

ก่อนหน้านี้กระทรวงยุติธรรมได้ออกโรงปกป้องคำสั่งผู้บริหารดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของความหวาดกลัวการก่อการร้ายในประเทศ ส่วนทีมทนายจากรัฐวอชิงตันได้โต้แย้งว่า เป็นการมุ่งโจมตีต่อชาวมุสลิม ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯหรือไม่ แต่ต่อมาในวันเดียวกันนี้ นายนีล กอร์ซุช ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายทรัมป์เป็นหนึ่งในคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาคนใหม่ กล่าวว่า การที่นายทรัมป์พูดโจมตีกระบวนการยุติธรรมถือเป็นเรื่องน่าใจหายและทำลาย ขวัญกำลังใจ

ขณะเดียวกัน ได้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว หลังนายทรัมป์ได้โพสต์ข้อความเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ แสดงความไม่พอใจต่อห้างสรรพสินค้านอร์ดสตอร์ม ในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ที่ตัดสินใจยกเลิกขายสินค้า แบรนด์เสื้อผ้าของนางอิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวนายทรัมป์ โดยระบุว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม ซึ่งต่อมาเลขาธิการฝ่ายสื่อมวลชนทำเนียบขาว ออกชี้แจงว่านายทรัมป์มีสิทธิที่จะปกป้องครอบครัว และคำพูดของนายทรัมป์เป็นการตอบโต้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว ขณะที่ห้างสรรพสินค้านอร์ดสตอร์มชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า การยกเลิกขายสินค้าลูกสาวนายทรัมป์เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจ

ส่วนวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านเกณฑ์สนับสนุน 52 เสียงต่อคัดค้าน 47 เสียง แต่งตั้งนายเจฟฟ์ เซสชันส์ ส.ว.รัฐอลาบามา ขึ้นเป็น รมว.ยุติธรรม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า นายเจฟฟ์จะทำหน้าที่อย่างเป็นเอกเทศได้หรือไม่ เพราะเป็นผู้สนับสนุนตัวหลักของนายทรัมป์ตั้งแต่สมัยหาเสียง ขณะที่นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เตรียมเข้าประชุมสุดยอด กับนายทรัมป์ที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ วันที่ 10 ก.พ.นี้ พร้อมจะเสนอแผนสร้างงานให้ชาวอเมริกันกว่า 700,000 ตำแหน่ง ด้วยโครงการให้ญี่ปุ่นมาลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.