วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านที่ระยอง ถึงกับมึน จู่ๆ ญาติก็ทำให้เป็นหนี้ 81 ล้าน

ชาวบ้านที่ระยอง ถึงกับมึน จู่ๆ เป็นหนี้ถึง 81 ล้าน ต้นตอมาจากการออกเช็คเปล่าให้กับพี่เขย เพื่อไปค้ำประกันกู้ยืมเงินจากนายทุนในการทำธุรกิจ ตั้งแต่ปี 2557 สุดท้ายเรื่องมาแตกถึงรู้ว่า ไม่ได้ให้ญาติพี่น้องออกเช็คเปล่ารายเดียวแต่มีถึง 9 ราย 

วันที่ 9 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านจำนวน 7 คน นำโดย นางสาวนีระกานต์ ปานสะอาดโชค อายุ 36 ปี ได้เข้าพบกับนายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออก เพื่อขอปรึกษาและขอความเมตตาช่วยเหลือเรียกร้องความเป็นธรรม หลังจากพากันตกเป็นหนี้สินนายทุนรายหนึ่ง ในจังหวัดระยอง รวมกันแล้วถึง 81 ล้านบาท ที่สำนักงานทนายความสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออก อ.เมือง จ.ระยอง

ทั้งนี้ นางสาวนีระกานต์ หนึ่งในผู้ที่ตกเป็นหนี้ในจำนวนเงิน 81 ล้านบาท เล่าว่า เรื่องราวดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 เมื่อตนได้ออกเช็คเปล่าให้กับนายวิเศษ สิงห์อ่อน หรือ นายธีระสิทธิ์ ไชยธนาศักดิ์ ซึ่งเป็นพี่เขย โดยอ้างว่า จะนำเช็คไปค้ำประกันในการกู้ยืมเงินจากนายทุนรายหนึ่งมาใช้หมุนเวียนทำธุรกิจ โดยนายวิเศษ ขณะนั้นทำธุรกิจรถบรรทุก ตนเกิดความสงสารและเห็นใจ จึงยินยอมให้เช็คเปล่า แก่ นายวิเศษ พี่เขยไป ซึ่งตนได้เซ็นชื่อในเช็คไว้ แต่ไม่เขียนจำนวนเงิน จนเรื่องมาเกิด เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ปี 2557 นายวิเศษ พี่เขยได้ถูกกลุ่มนายทุนเจ้าของเงินติดตามทวงหนี้ และอุ้มไปทำร้ายร่างกาย และขู่ฆ่า พร้อมกับบังคับให้นำเงินไปจ่าย จำนวน 10 ล้านบาท ในวันดังกล่าว และหลังจากกลุ่มนายทุนได้ทำร้ายร่างกาย นายวิเศษ จนพอใจแล้ว จึงได้ปล่อยตัวมา จากนั้น นายวิเศษ ได้เรียกตนไปพบที่บ้านจึงได้รู้ว่า ไม่ใช่ตนคนเดียวเท่านั้นที่นายวิเศษ ได้ไปขอยืมเช็คเปล่ามาเพื่อค้ำประกันเงินกู้ ยังมีญาติและเพื่อนรวมทั้งลูกสาวของนายวิเศษ รวมอยู่ด้วยถึง 9 คน รวมเป็นเงินที่ต้องชดใช้เป็นหนี้รวมแล้ว 81 ล้านบาท ด้วยกัน

หลังจากเกิดเรื่อง นางสาวนีระกานต์ ยังเล่าว่า พวกตนทั้ง 9 คน ได้ถูกจับกุมคดีเช็คติดคุกกันทุกคน ก่อนที่จะปรึกษาทนายความรายหนึ่ง แต่คาดว่า น่าจะเป็นทนายที่รวมหัวกับนายทุน ใช้อุบายเล่ห์กลทางกฎหมายหลอกพวกตนเซ็นชื่อยอมรับสภาพ โดยอ้างว่า เพื่อเปลี่ยนไม่ให้เป็นคดีอาญา พวกตนหลงเชื่อพากันเซ็นชื่อ จนปัจจุบันต้องมานั่งรับสภาพเป็นหนี้รวมกันแล้วถึง 81 ล้านบาท

ทั้งนี้ แต่ละคนจะมีสภาพเป็นหนี้ต่างกันตั้งแต่ 5 ล้านบาท ไปจนถึงสูงสุด 17 ล้านบาท อย่างเช่น นางสาวนีระกานต์ นั้น เป็นหนี้ต้องชดใช้นายทุน 17 ล้านบาท เช่นเดียวกับ นายแอ็ด รักษาศีล ซึ่งเป็นเพื่อนประกอบอาชีพทำธุรกิจขายยางรถยนต์ และรู้จักกับนายวิเศษ ต้องเป็นหนี้ถึง 7 ล้านบาท เบื้องต้น กลุ่มชาวบ้าน ได้ยื่นหนังสือและเอกสารทางคดีทั้งหมดให้แก่ นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออก เพื่อขอความเมตตาหาทางช่วยเหลือและขอความเป็นธรรมต่อไปแล้ว