บริการข่าวไทยรัฐ

กำลังใจแน่น! #ทีมฌอห์ณ #ทีมเอสเธอร์ มหกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน

เพราะออร์แกไนเซอร์เดือด! ออกมาโพสต์ข้อความแฉ ฌอห์ณ จินดาโชติ ถึงพฤติกรรมที่สวนทางกับคำสัมภาษณ์ในงานอีเวนต์งานหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ตนเป็นคนจัด จึงทำให้ฝ่ายออร์แกไนเซอร์รู้สึกว่า มันไม่ถูกต้อง! ขอออกมาชี้แจงแทนฝ่ายนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา อดีตคู่จิ้นของหนุ่มฌอห์ณ ถึงสาเหตุที่ฝ่ายหญิงไม่ได้ไปร่วมงานอีเวนต์ดังกล่าว จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตอยู่ในตอนนี้ มาวันนี้ทำให้เกิดการแบ่งฝ่ายแบ่งพวกกันใหญ่ บางคนก็ออกตัวแรงว่าอยู่ทีมเอส หรือทีมฌอห์ณ กันเลยทีเดียว และบางคนก็ขอเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด เพราะอยู่ในวงการเดียวกัน แต่บางคนซวยหนักเพราะโดนหางเลข ดันเผลอไปบอกให้กำลังใจ งานนี้คนเลยมองว่า เข้าข้างใครรึเปล่านะ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" เลยพาไปย้อนดูการให้กำลังใจเพื่อนของแต่ละฝ่ายกัน...

ขอเริ่มต้นที่ คุณเชง มาสเตอร์พีซ ออร์แกไนซ์ของงาน ฝ่ายให้กำลังใจเอสเธอร์ก่อนเลย เพราะเป็นผู้เปิดประเด็นนี้ หากไม่ออกมาพูด ข่าวนี้ก็คงเงียบและไม่เป็นประเด็นโยงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย เริ่มจากว่า วันที่ 2 ก.พ. หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ ได้ถูกจ้างให้ออกงานอีเวนต์เปิดตัวบัตรเครดิตของธนาคารหนึ่ง ซึ่งในวันงานหนุ่มฌอห์ณต้องตอบคำถามกับสื่อถึงเรื่องที่สาวเอสเธอร์ ไม่ได้มาร่วมงานนี้หลังมีรายชื่อว่าฌอห์ณ และ เอสเธอร์ จะออกงานคู่กัน ซึ่งหนุ่มฌอห์ณก็ได้ชี้แจงรายละเอียดว่า เพิ่งจะทราบมาเมื่อ 2 วันก่อนว่าจะต้องออกงานคู่กัน ฝ่ายตนได้รับการคอนเฟิร์มงานนี้มา 3 อาทิตย์แล้ว แต่เพิ่งมาทราบว่าจะมีเอสเธอร์มาร่วมงานด้วยจากคนอื่น ตนก็ร่วมงานกับทุกคนได้ การเลือกก็อยู่ที่ลูกค้าเป็นคนเลือกว่าจะจ้างใคร ก่อนจะบอกว่าไม่มีงานคู่ติดต่อมาสักพักแล้ว ยืนยันการที่เอสเธอร์ไม่ได้มาร่วมงานไม่ใช่เลี่ยงเจอหน้ากัน เพราะจะมีละครคู่กันอีก ถ้าหากจะเลี่ยง ควรจะเลี่ยงละครดีกว่าเพราะต้องเจอกันนานกว่างานอีเวนต์ ที่เจอกันแค่ 1 ชั่วโมง นี่คือคำตอบที่หนุ่มฌอห์ณได้ชี้แจงกับนักข่าวไป

และหลังจากนั้นหนุ่ม เคน ภูภูมิ หวานใจของสาวเอสเธอร์ก็ได้โพสต์ข้อความในไอจีว่า Selfish people often mistake selfishness for strength. It takes no talent, no intelligence, no self-control and no effort to sacrifice other people for your ego. "คนเห็นแก่ตัวมักจะคิดว่าความเห็นตัวคือความแข็งแกร่ง มันไม่ใช่พรสวรรค์ มันไม่ใช่ความฉลาด มันไม่ใช่การควบคุมตัวเอง และที่สำคัญมันไม่ใช่การให้คนอื่นเสียสละเพื่ออีโก้ของคุณ" พร้อมแคปชั่นที่ว่า "อย่าเห็นแก่ตัว" ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยว่าหนุ่มเคนโพสต์ข้อความดังกล่าวเพื่อเหน็บ ฌอห์ณ ใช่หรือไม่

และในวันที่ 3 ก.พ. ซึ่งหนุ่มเคนก็ได้มีงานอีเวนต์เช่นกัน แต่เมื่อนักข่าวไปสอบถามเคน เจ้าตัวก็ได้ให้คำตอบว่า ไม่ได้โพสต์ไอจีเหน็บ ฌอห์ณ แต่เป็นเพราะว่าไปหาผู้ใหญ่และได้คำสอนข้อคิดที่ดีมา ประทับใจคำสอนเลยโพสต์ข้อความลงในไอจี บอกตัวเองงงมากที่ถูกจับไปโยงเป็นดราม่าของฌอห์ณและเอสเธอร์ ยันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานของเอสเธอร์แน่นอน หลังอีกฝ่ายยกเลิกงานอีเวนต์คู่ฌอห์ณกะทันหัน โบ้ยถามสาเหตุกับฝ่ายหญิงเอง บอกไม่เคยก้าวก่ายเรื่องงาน และสามารถร่วมงานและเจอหน้าอีกฝ่ายได้ ไม่หมางใจกันเพราะกระแสข่าว

แต่จู่ๆ ในวันที่ 5 ก.พ. ฝ่ายออร์แกไนซ์ที่จัดงานดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงผ่านอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนทนฟังคำตอบที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้ไม่ได้ จึงขอชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับหนุ่มฌอห์ณและผู้จัดการเป็นข้อๆ ดังนี้

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณี เอสเธอร์ ไม่ได้มาร่วมงานอีเวนต์ งานเปิดตัวบัตรเครดิตของ UOB ในฐานะที่เป็นเจ้าของ Masterpiece Organizer ที่ดูแลรับผิดชอบงานนี้ ขอบอกความจริงที่เกิดขึ้นดังนี้
1 มีการติดต่อให้ ฌอห์ณ ให้ไปร่วมงานนี้ก่อนวันงานล่วงหน้า 3 อาทิตย์ ผ่านผจก.ส่วนตัวชื่อแจง
2 ต่อมามีการติดต่อเอสเธอร์เพื่อมาร่วมงานนี้ผ่านทางคุณแม่ของน้อง 1 อาทิตย์ก่อนงานในช่วงตรุษจีน โปรดิวเซอร์ได้ถามแม่น้องว่าสามารถร่วมงานกับฌอห์ณได้หรือไม่ คุณแม่บอกว่าได้ ไม่ติดขัด
3 เมื่อเปิดทำงานหลังวันตรุษจีน โปรดิวเซอร์ของผมได้แจ้งผ่านคนชื่อแจงว่ามีเอสเธอร์มาร่วมงานด้วย แจงพูดว่าฌอห์ณไม่ขอร่วมงานกับเอสเธอร์ ไม่บอกสาเหตุว่าทำไม พร้อมตำหนิโปรดิวเซอร์ด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงที่ไม่สุภาพ
4 โปรดิวเซอร์มาปรึกษาผมว่าต้องทำอย่างไรต่อ ผมบอกว่าก็ต้องให้เกียรติฌอห์ณเพราะว่าติดต่อเขาไว้ก่อน และแคนเซิลคิวของเอสเธอร์ แต่ต้องพูดความจริงกับคุณแม่น้องว่าเพราะฌอห์ณไม่ทำงานร่วมด้วย
5 โปรดิวเซอร์แคนเซิลคิวของเอสเธอร์แล้วแจ้ง ผจก.แจง แจงถามต่อว่าบอกคุณแม่น้องว่าอย่างไร โปรดิวเซอร์บอกก็พูดความจริงว่าฌอห์ณไม่ร่วมงานด้วย แจงตำหนิโปรดิวเซอร์ด้วยอารมณ์โกรธว่าพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ทำไมไม่บอกว่าลูกค้าไม่เลือก ไม่ต้องการ

ผมได้ยินได้ฟังแล้วอดทนสำหรับทุกสิ่งอย่างเพื่อให้งานเสร็จลุล่วงผ่านไป แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายไปกว่านั้น จากถ้อยคำการสัมภาษณ์ของฌอห์ณ นำมาซึ่งความเสียหายของเอสเธอร์ ตัวผมและบริษัทผม และ เคน ภูภูมิ ข่าวออกไปว่า

1 เอสเธอร์เบี้ยวงาน ขอยืนยันว่าไม่จริง ที่ไม่มาเพราะฌอห์ณไม่ร่วมงานด้วย แล้วที่บอกว่าจะมีละครคู่กันกับน้อง ก็ไม่เป็นความจริงอีก ความจริงจากปากน้องและแม่คือไม่มีละครคู่กัน และที่บอกว่าถ้าจะหนีไม่เจอกัน หนีละครดีกว่าหนีงานอีเวนต์ คนพูดย่อมรู้ดีแก่ใจว่าใครที่หนีและไม่พูดความจริง และเมื่อสัมภาษณ์กับนักข่าวเสร็จ เจ้าตัวก็ดูหงุดหงิดที่ถูกถามเรื่องเอสเธอร์ แต่ผจก.แจงก็ปลอบประโลมว่าดีนะที่เราเตรียมคำตอบมาดี ทำท่าเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้ แล้วยิ้มอย่างพอใจด้วยกันทั้งคู่
2 มีการพูดพาดพึงถึงเคน ภูภูมิ ในถ้อยคำที่สัมภาษณ์ ทั้งๆ ที่เคนไม่ได้เกี่ยวกับงานนี้ สุภาพบุรุษเขาไม่ทำเรื่องแบบนี้กัน
3 เสร็จงานแล้วก็ยังไม่จบอีก ผจก.แจงโทรมาต่อว่าโปรดิวเซอร์ผมว่าทำให้เกิดเรื่อง บริษัทผมจะรับผิดชอบยังไง
นี่คือสิ่งที่ผมรับผิดชอบ คือการพูดความจริง #ความจริงชนะทุกสิ่ง #ความดีชนะทุกอย่าง อย่าต้องให้ผมพูดเรื่องระเบียบวินัยในการทำงานว่ามาช้า มาสายแล้วทำตัวยังไงในงาน ในฐานะ ผกก.และผู้จัดละครบอกเลยว่าใช้ไม่ได้นี่คือความจริงบางส่วน อย่าให้ผมต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้ ส่วนตัวไม่เคยโกรธหรือเกลียด เคยทำงานร่วมกันตอนเป็นพรีเซ็นเตอร์โค้กด้วยซ้ำ ตอนนั้นยังชมว่าเป็นเด็กดี อะไรที่ทำให้เปลี่ยนไป แล้วแท็กชื่อไอจีของเอสเธอร์ และเคน ภูภูมิ

หลังจากนั้นเอสเธอร์ก็ได้มาเมนต์ในอินสตาแกรมของออร์แกไนซ์ชื่อดังว่า "ขอบคุณมากๆ นะคะที่ออกมาช่วยเคลียร์ความเข้าใจผิดของหลายๆ คนที่มีต่อหนู ขอบคุณมากๆ ค่ะ ด้วยความเคารพนับถือ" ทางด้านหนุ่มเคนก็ได้โพสต์เป็นรูปอีโมชั่น ยกนิ้วโป้ง ชู 2 นิ้วสู้ตาย และรูปหน้ายิ้ม ในข้อความที่ออร์แกไนซ์โพสต์อีกด้วย

จากนั้นนางเอกสาวเอสเธอร์ ก็ได้โพสต์รูปของตัวเองพร้อมด้วยคุณแม่และออร์แกไนเซอร์คนดังกล่าว พร้อมข้อความว่า ขอบคุณมากๆ นะคะ ด้วยความเคารพและนับถือ

พอหลังจากที่ออแกไนซ์ และเอสเธอร์ ได้ออกมาพิมพ์ข้อความจำพวกนี้ ชาวเน็ตก็ได้เข้าไปวิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก บ้างก็เห็นด้วย บ้างก็ว่าฌอห์ณ แต่พิธีกรที่อยู่ในนั้นอย่าง ดีเจเอกกี้ ก็ออกอาการทนไม่ไหว เลยขอโพสต์ชี้แจงถึงฌอห์ณบ้าง บอกว่าวันนั้นตนและฌอห์ณมาพร้อมกันก่อนงานเริ่ม 1 ชม. และตนเองก็ทราบแค่ว่า เซเลบในงานมีแค่ ฌอห์ณ เท่านั้น

"เห็นข่าวที่ออกมาเรื่องของฌอห์ณ ว่ามาสาย ไม่มีระเบียบวินัยในการทำงาน ผมเป็นคนนึงที่เป็นพิธีกรในงานวันนั้น อยากบอกว่า น้องฌอห์ณเดินมาพร้อมพี่เอกกี้ เพื่อมาบรีฟสคริปต์จากทีมงาน ผมมาก่อนงานเริ่ม 1 ชม. มาก่อนเวลาที่ทีมงานนัด มาพร้อมฌอห์ณและแจง ผจก.ของฌอห์ณ นั่นหมายความว่าน้องมาก่อนเริ่มงาน 1 ชม. เช่นกันนะครับ พี่เอกกี้เป็นพยานได้ และงานนี้พี่เอกกี้ก็ทราบว่ามีเพียงแค่ฌอห์ณมาเป็นเซเลบเท่านั้น ในสคริปต์ที่ส่งมาก่อนล่วงหน้าก็มีเพียงแค่ชื่อฌอห์ณเท่านั้น วันนั้นน้องไม่ได้มาสายแน่นอนครับ แท็กชื่อไอจีฌอห์ณ #แล้วมันก็จะผ่านไป"

และในวันเดียวกัน ทาง แจง ผู้จัดการส่วนตัวของ ฌอห์ณ ก็ได้โพสต์ข้อความชี้แจงรายละเอียดในด้านของตนเช่นกัน โดยโพสต์เป็นรูปสคริปต์งานที่ทางทีมงานส่งไปให้และข้อความอธิบายว่า

ข้อเท็จจริงจากทางเราค่ะ
1 งานอีเวนต์นี้ได้ติดต่อเราเพื่อไปทำงานและได้วางมัดจำล่วงหน้า 3 อาทิตย์ก่อนวันงานหลังจากคอนเฟิร์มให้เราไปออกงานในฐานะเซเลบหลักคนเดียว เราก็ได้ตกลงทำงานตามที่ได้รับแจ้ง ‘ทั้งทางวาจาและเอกสาร...’
2 ทางผู้จัดงาน ‘ไม่ได้มีการแจ้งเพิ่มเติม’ ว่าจะมีใครนอกเหนือจากที่แจ้งในเอกสารก่อนหน้านี้มาร่วมงานด้วย เรามาทราบด้วยตัวเอง ก่อนจะถึงวันงานเพียงแค่ 3 วัน ซึ่งทางเราไม่ได้มีปัญหาในการร่วมงานกับอีกฝ่าย เพียงแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและต้องแจ้งรายละเอียดให้เราทราบล่วงหน้าว่าจะจ้างให้เราออกงานเดี่ยวหรืองานคู่ เพราะถ้าเป็นงานคู่เราจะใช้หลักเกณฑ์อื่นในการพิจารณา ซึ่งทางเจ้าของงานจะแคนเซิลเราก็ย่อมได้โดยไม่มีปัญหา
3 ในวันงานทางเราไปถึงงานก่อนเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมๆ กับพี่เอกกี้ พิธีกรของงาน และได้รับบรีฟงานพร้อมกัน
4 ในเรื่องของการสัมภาษณ์ที่ออกไป เราตอบว่าไม่ทราบถึงสาเหตุ เป็นเพราะเราให้เกียรติเจ้าของงานในการตัดสินใจ ท้ายที่สุดแล้วอยู่ที่ผู้ว่าจ้าง เรามีหน้าที่มาร่วมงานและทำงาน ‘ตามที่เราตกลง’ ให้ดีที่สุด

หลังจากนั้น ฌอห์ณ จินดาโชติ ก็ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเองว่า

ครั้งเป็นเด็กตีกับคนอื่น พ่อสอนเสมอว่า ถ้าอยากตีกันก็สู้กันไปแบบตัวๆ อย่ารุมอย่าถีบใครจากข้างหลัง อย่าไปเหน็บแนมกันมันไม่แมน

ครั้งเป็นเด็กเมื่อเกิดไรขึ้นอย่าไปขอร้องใครในทันที ดูดีๆ ก่อนว่าผิดไหม ถ้าไม่ผิดจะมีคนมายื่นมือช่วยเราโดยเราไม่ต้องร้องขอ แต่หากเราผิดก็คงมีแต่คนจะติติงเราเป็นธรรมดา แต่เราเป็นผู้ชายอย่าทำร้ายใคร อย่าทำร้ายผู้หญิง เราต้องอดทนหากโดนตบก็ยืนเฉยๆ รอให้เขาใจเย็นแล้วเขาจะเข้าใจเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เราอาจจะไม่ใช่คนดีของสังคมอย่างที่ใครเขาต้องการแต่เราก็เคยทำไรผิดมาและเรารู้ดีว่าการดื้อรั้นในสิ่งที่ตนผิดกับการยืนหยัดในสิ่งที่เราถูกมันความรู้สึกต่างกันนะ...

เราไม่ใช่สามีแห่งชาติของใครหรอก เราแค่เป็นลูกแม่ ลูกพ่อ น้องชาย และน้าๆ ของหลานก็เท่านั้นเอง...

ทางด้านพี่สาวของหนุ่มฌอห์น อย่าง พลอย จินดาโชติ ก็ได้ออกมาโพสต์รูปและข้อความในไอจีส่วนตัวดังนี้
ฌอห์ณ พี่รักและสนับสนุนในตัวน้องพี่คนนี้มาตลอด พี่เชื่อว่าความจริง ความดี ไม่มีอะไรสามารถมาหักล้างได้ นี่คือสัจธรรม ทุกวันนี้น้องทำดีที่สุด ทำทุกอย่างให้แม่และพี่ภูมิใจ อย่างที่บอกไป ไม่ต้องเครียด พูดความจริง ตอบข้อสงสัยไป ทุกๆ คนจะเข้าใจเอง พลอยในฐานะพี่สาว มีความสุข เมื่อเห็นคนรักและเข้าใจฌอห์ณ เหมือนที่พลอยและแม่รักและเข้าใจเค้า พลอยขอกราบขอบคุณพี่เอกกี้ ที่ออกมาชี้แจงความจริง ช่วยให้น้องชายพลอยไม่ถูกคนในสังคมเข้าใจผิด จากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง พี่เอกกี้เป็นสุภาพบุรุษที่สุดในสายตาพลอย ที่สละตัวเองออกมาชี้แจงความจริงในครั้งนี้ ขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งค่ะพี่

และทางด้านเอกกี้เองก็ขอพูดอีกครั้งกับประเด็นนี้ ในรายการ บันเทิงพลาซ่า ทางช่อง True4U ว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่ตนไปทำงานที่พัทยา คุณแจง ผู้จัดการของฌอห์ณ ก็โทรศัพท์มาบอกว่า คุณเชง มาสเตอร์พีซ ได้แฉฌอห์ณผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม และในตอนนั้น ตนคือคนเดียวที่อยู่ในงาน โดยที่งานจะมีในเวลาบ่าย 2 โมง แต่ทางทีมงานได้นัดพิธีกรมาบ่ายโมง เพื่อมาบรีฟสคริปต์ และตนก็ได้เจอฌอห์ณ ซึ่งเท่ากับว่าฌอห์ณได้มาก่อนเวลางานเริ่ม และตนเห็นแก่มนุษยธรรม อีกทั้งตนเป็นพยานคนเดียว ตนจึงโพสต์ว่าฌอห์ณไม่ได้มาสายแน่นอน ส่วนที่คุณเชงให้สัมภาษณ์ว่า การที่ฌอห์ณมาพร้อมเอกกี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มาสายนั้น ซึ่งตนคิดว่า ต่อไปถ้าจะออกงาน ก็บอกข้อจำกัดมาเลยดีกว่า จนทำให้โบ ธนากร สมทบว่า ถ้าทำงานบ่าย 2 ต้องมา 6 โมงเช้าหรือเปล่า 

เอกกี้ยังเสริมอีกว่า ในส่วนของการดีลงานนั้น ทางทีมงานได้บอกมาก่อนว่า จะมีการให้ฌอห์ณสัมภาษณ์กับเอกกี้ ถ่ายรูปกับผู้บริหาร และสัมภาษณ์นักข่าวที่แบ็กดรอป แต่ในวันนั้นที่หน้างาน ทางออร์แกไนซ์ได้มีการเพิ่มเติมงานขึ้นมาอีกอย่างคือ ฌอห์ณจะต้องไปเดินแบบเป็นฟินาเล่ และจ๊ะจ๋า พริมรตา จะเป็นคนถือเค้กขึ้นมาและให้ฌอห์ณเป่าเค้ก จนคุณแจง ผู้จัดการของฌอห์ณ ต้องไปตกลงกับคุณเชงว่า ฌอห์ณไม่สามารถเดินฟินาเล่ได้ เพราะไม่มีการดีลกันมาก่อนล่วงหน้า จนคุณเชงทำหน้านิ่งๆ และเดินไป

พร้อมกันนี้เอกกี้ยังให้ความเห็นว่า อย่างไรแล้วสคริปต์งานก็ออกก่อน ก็ควรที่จะมีการบอกกล่าวกับเซเลบกันก่อน การเพิ่มเติมงานใดๆ จากที่ดีลกันไว้นั้น ต้องมีการพูดคุยกันไว้เป็นระยะเวลาที่นานพอ และเป็นสิทธิ์ของเซเลบที่จะบอกว่า จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ส่วนในเรื่องของเอสเธอร์กับฌอห์ณนั้น ตนไม่ทราบจริงๆ 

และตัวผู้จัดการของฌอห์ณเองก็ยังบอกเอกกี้ว่า การที่ทางทีมงานติดต่อฌอห์ณไว้ก่อน 3 อาทิตย์ แล้วมาติดต่อเอสเธอร์ 1 อาทิตย์ แล้วค่อยมาแจ้งฌอห์ณก่อน 3 วัน ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่ติดต่อคู่กันตั้งแต่แรก

"ฌอห์ณไม่มีขึ้นโชว์ มาก่อน 1 ชั่วโมงไม่สาย อย่าแถ...อย่าแถค่ะ ดิฉันยอมรับว่าดิฉันเคยผิดเรื่องเซเลบ 5 ใบ และดิฉันขอโทษ สังคมให้อภัย แต่ถ้าผิดแล้วยังแถ ว้ายยยยยยย...สตรอว์เบอร์รี่ค่ะ เอาสตรอว์เบอร์รี่มากองตรงนี้เร็ว !!!!" 

และสาว แกรนด์ กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า (แกรนด์ เดอะสตาร์) ก็ได้ไปคอมเมนต์ใต้รูปของฌอห์ณ พร้อมกับให้กำลังใจว่า "คำบางคำไม่ต้องพูดนะ รู้ว่าเรารู้กัน" 

ส่วนทางด้านเพื่อนสนิทของ ฌอห์ณ อย่างหนุ่ม ฮั่น อิสริยะ ภัทรมานพ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้พร้อมกับฝากให้กำลังใจถึงฌอห์ณด้วยว่า หวังว่าเดี๋ยวเรื่องคงจะดีขึ้น ตนเองทราบข่าวบ้างนิดหน่อย แต่ว่าไม่รู้ลึกว่ารายละเอียดของเรื่องเป็นยังไง มันเป็นเรื่องของสองคน แต่ถ้าถามในฐานะที่รู้จักฌอห์ณ เขาก็ปกติน่ารักดี ทำงานกับใครก็ไม่มีปัญหา ส่วนมากที่ฌอห์ณโพสต์ข้อความ อาจจะเป็นข้อคิดก็ได้ ก็ให้กำลังใจฌอห์ณแล้วกัน ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี อย่างที่เขาบอกความจริงก็คือความจริง และจ​ริ​งๆ ก็ไม่อยากให้แบ่งทีม ทำงานอยู่วงการเดียวกัน อาจจะมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้นบ้าง ใคร​ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง ปล่อย​ให้เป็นเรื่องของเขาดีกว่า แต่ด้วยความที่เป็นฌอห์ณ เวลาเขาคิดจะทำหรือว่าตัดสินใจอะไร ค่อนข้างมีสมาธิ และคิดว่าสิ่งที่เขาพูดก็น่าจะเชื่อถือได้

แต่คนที่ดูเหมือนจะโดนหางเลขไปกับประเด็นนี้ก็คือคู่รัก หมาก ปริญ กับคิมเบอร์ลี่ คือมีอยู่วันหนึ่งหลังจากเกิดเรื่องดราม่านี้ หมากกับคิมกำลังไลฟ์สดกับแฟนคลับอยู่ในไอจี และฌอห์ณเองก็เข้ามาดูพอดี หมากเลยหลุดแซวฌอห์ณไปว่า "สู้ๆ นะพี่ โคตรซวยเลย" เท่านั้นแหละ คนเลยแคปทันพอดี บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องขำๆ แต่บางคนก็มองเป็นเรื่องดราม่า ว่าหมากเข้าข้างฌอห์ณ แต่งานนี้คิมเบอร์ลี่เลยขอชี้แจงแทนว่า "คือเราก็ดูข่าวอยู่ พี่หมากก็เลยให้กำลังใจพี่ฌอห์ณว่าสู้ๆ มั้งคะ พี่หมากแค่ให้กำลังใจพี่ฌอห์ณแค่นั้นค่ะ เพราะตอนไลฟ์พี่ฌอห์ณทักมาพอดี ทั้งคู่ก็สนิทกันตั้งแต่เล่นละครเรื่อง "ต้นรักริมรั้ว" ด้วยกัน แต่พอเขาย้ายไปเล่นอีกช่องเลยไม่ได้เจอกันถามว่ากลัวโดนโยงดราม่ามั้ย ก็ไม่หรอก เราก็ไม่ได้บอกว่าเข้าข้างเขานะ แค่บอกว่าสู้ๆ เท่านั้นเอง เราก็ให้กำลังใจในฐานะคนที่เคยร่วมงานกันมากกว่า จริงๆ ใครเป็นข่าวอะไรเราก็ให้กำลังใจหมด ถ้าคนจะมองว่าเข้าข้างคิมว่าอย่าโยงเลย มันคนละเรื่องกัน และเราเองก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นหรอก ก็อย่าเขียนให้เป็นประเด็นแล้วกันเนอะ (หัวเราะ) แต่จริงๆ เราก็ไม่ได้สนิทอะไรกับทั้งสองฝ่ายขนาดนั้น แต่เคยร่วมงานกัน พี่หมากก็แค่ให้กำลังใจว่าสู้ๆ นะ เพราะเขาเข้ามาพอดี"

แต่เรื่องก็ยังไม่จบเท่านั้น ทางด้านชาวเน็ตไม่จบ ยังคงเป็น #ทีมฌอห์ณ #ทีมเอสเธอร์ กันอยู่ ต่างพากันไปถล่มคุณแม่ของเอสเธอร์ในไอจี อีกทั้งยังจับผิดบางรูปของคุณแม่อีกด้วย ซึ่งบางรูปที่แม่เอสเธอร์ลงนั้นคนมองว่า ดูสนิทสนมกับ เคน ภูภูมิ มากเกินไป บางคนก็มองว่าไม่เหมาะสม ในฐานะที่เป็นแม่ทำไมถึงไปสนิทกับแฟนของลูกขนาดนั้น ซึ่งชาวเน็ตแต่ละคนก็ออกความเห็นกันต่างๆ นานา

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอยกเป็นอุทาหรณ์คนบันเทิง นี่แหละบทเรียนของคำคน วงการบันเทิงอยู่ในที่แจ้ง ดาราคือคนที่ยืนให้แสงไฟสปอตไลต์สาดส่อง บางครั้งน้ำผึ้งหยดเดียวของคนหนึ่งคนอาจทำเรื่องไปไกลกว่าที่คาดคิด!

Advertorial

ถ้าไม่ใช่ห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาลหรือห้องวิจัยที่ติดเครื่องกรองอากาศแบบพิเศษที่กรองอากาศแบบพิเศษชนิดดักจับได้แม้กระทั่งเชื้อโรค เชื่อแน่ว่า ในทุกสถานที่ย่อมจะต้องมี "ฝุ่น" อย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้แต่ในบ้าน ที่แม้ว่าจะเพียรทำความสะอาดเท่าไร ก็ยังคงมีฝุ่นละเอียดระดับละอองหลงเหลืออยู่ดี  


Genesis MINIMAX เครื่องดูดฝุ่นพลังเทอร์โบ จิ๋วแต่แจ๋ว ขนาดพกพาแต่ประสิทธิภาพเยี่ยม ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ที่จะแบ่งเบาภาระในการเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน ด้วยขนาดกะทัดรัด หยิบจับสะดวก ลองทางเลือกใหม่ให้บ้านคุณปลอดภัยจากฝุ่น และป้องกันคุณจากโรคที่เกิดจากฝุ่นในราคาพิเศษ จากราคาปกติ 3,990 บาท โปรโมชั่นพิเศษเหลือเพียง 1,990 บาทเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ฝุ่น" เล็กแต่ร้าย ภัยสุขภาพ