บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วช.ยกเครื่องวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

วช. เตรียมขับเคลื่อน-ยกเครื่องวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย เพื่อให้คนมีรายได้ดีขึ้นทั้งประเทศ วางแนวทางกระจายความมั่งคั่งสู่ทุกภาคส่วนสังคม ให้มีความยั่งยืนพัฒนา...

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 60 ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า สภาวิจัยถือเป็นองค์กรหลักของประเทศ ทำหน้าที่เป็นผู้นำนโยบาย ทิศทางประเทศ นโยบายในปี 2560 จะมุ่งไปคือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยให้ความสำคัญทั้งในแง่ความคิด ไทยแลนด์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นเสมือนกับดักซึ่งไทยกำลังเผชิญอยู่ ทั้งในเรื่องของประเทศรายได้ปานกลาง ความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาเพื่อดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งภาครัฐได้ให้ความสำคัญมาก ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้วางเป้าหมายไว้คือ ทำอย่างไรให้คนในสังคมมีรายได้ดีขึ้นทั้งประเทศ โดยวางแนวทางให้มีการกระจายความมั่งคั่งต่างๆ ให้เข้าสู่ทุกภาคส่วนสังคม ให้มีความยั่งยืนพัฒนา

จากนี้ไปบทความการวิจัยจะต้องช่วยขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งแบ่งเป็นทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการร่วมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อน “ยกเครื่องวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ” มีกรรมการสภา 43 คน โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานสำคัญในการขับเคลื่อนระบบวิจัย ส่วน วช.มีบทบาทหน้าที่อยู่ใน 4 ด้าน คือ 1.ทำให้นโยบายวิจัยประเทศมีความชัดเจน ทิศทางแน่นอนสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เป็นนโยบายหนึ่งเดียว 2.ปรับปรุงระบบงบประมาณของการสนับสนุนการวิจัยให้สอดคล้องวัดผลตรวจสอบได้ 3.พัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 4.ปรับโครงสร้างองค์กร หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย 

“ระบบวิจัย กระบวนการขับเคลื่อน วช.ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานระดับนโยบายและยุทธศาสตร์วิจัย เน้นบทบาทหลักในกิจกรรม เรื่องหน่วยงานระดับนโยบายสนับสนุนให้ข้อมูล เช่น ประเด็นมุ่งเน้นนโยบายวิจัยอย่างไรให้เข้ากับสังคม” ศ.นพ.สิริฤกษ์ กล่าว

สำหรับภารกิจและพันธกิจ เลขาธิการ วช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนสภาวิจัยอยู่ในบทบาทช่วยทำให้เกิดความรู้ และนำไปใช้ในแง่กำหนด คือในเรื่องของการที่นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงคุณภาพชีวิตประชาชน สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง การใช้ความรู้วิทยาการคำนึงในเชิงสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจากนี้ไปต้องทำงานด้วยกัน ดำเนินการให้มีการนำเอาความรู้ต่างๆ ไปร่วมพัฒนาชุมชน กลุ่มจังหวัดต่างๆ จากศูนย์กลางสู่ชุมชน การเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับสังคมโลกในเชิงการวิจัยและนวัตกรรม 

ส่วนการขับเคลื่อนการวิจัยในปีงบประมาณ 2561 ต้องทำไปอย่างบูรณาการ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการวิจัยของประเทศมีหลักคิด 3 เรื่อง 1.การวิจัยจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมสังคม คุณภาพชีวิต และความมั่นคง 2.ยุทธศาสตร์มุ่งไปในทิศทางใด ขณะเดียวกันต้องมีความพร้อมสร้าง สะสมองค์ความรู้ เพื่อให้ไทยมีความพร้อมต่อความท้าทายใหม่ๆ 3.ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการวิจัยและพัฒนาอย่างเหมาะสม โดยรวมถือเป็นโอกาสดีของการวิจัยและนวัตกรรม เนื่องจากยุทธศาสตร์ชาติมีความชัดเจนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน ซึ่งรัฐได้สนับสนุนงบประมาณการวิจัยเพิ่มมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ด้านการเกษตร จะมุ่งให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ต่อพื้นที่กิจกรรมเพิ่ม ผลิตผลทางการเกษตรมีราคาสูง ปรับพืชผลที่เพาะปลูก มีผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยยึดหลักสมาร์ทฟาร์มมิ่ง.