'ปู' ปฏิบัติหน้าที่ทูต UNHCR สัมผัสผู้ลี้ภัย..จอร์แดน กลั้นน้ำตาไม่อยู่ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'ปู' ปฏิบัติหน้าที่ทูต UNHCR สัมผัสผู้ลี้ภัย..จอร์แดน กลั้นน้ำตาไม่อยู่

ถูกยกให้เป็นนางฟ้าเดินดินไปแล้วสำหรับนางเอกสาว ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ที่ยอมลำบากบินลัดฟ้านานกว่า 9 ชั่วโมง เพื่อไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยและศึกษาการทำงานของ UNHCR ที่ประเทศจอร์แดน ในฐานะ ทูตสันถวไมตรี UNHCR ประเทศไทย ซึ่งมีผู้ลี้ภัยกว่า 655,000 คน เกือบทั้งหมดคือชาวซีเรีย ซึ่งมากกว่าครึ่งคือเด็ก และผู้หญิงที่ต้องหนีจากสงคราม โดยปูได้ลงไปสัมผัสวิถีความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยในค่ายซาตารี ซึ่งเป็นค่ายผู้ลี้ภัยซีเรียที่ใหญ่สุดในตะวันออกกลาง และค่ายอัซราคที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ซึ่งปูได้เห็นการช่วยเหลือของ UNHCR ตั้งแต่พวกเขาต้องเป็นผู้ลี้ภัย จนถึงมอบทางออกที่ถาวรให้กับพวกเขา เช่นการลงทะเบียนช่วยกลุ่มที่เปราะบางเร่งด่วน เช่นเด็กไม่มีพ่อแม่ ผู้ได้รับบาดเจ็บหนัก มอบที่พักพิงและสิ่งของช่วยชีวิต เช่น เสื่อ ผ้าห่ม ชุดทำอาหาร เครื่องทำความร้อน ซึ่งสำคัญมากในอากาศที่ติดลบเช่นนี้

ซึ่ง ปู เผยความรู้สึกว่า “ครั้งแรกกับการไปค่ายต่างประเทศได้เห็นการทำงานของ UNHCR สถานที่ที่เราไปอยู่กลางทะเลทรายเลย หนาวมาก ขนาดปูใส่เสื้อกันหนาวก็ยังป่วยเลย แต่พวกเขาเดินทางกันมาหลายร้อยกิโลเมตร บางคนพิการ อุ้มลูกมา หนีสงคราม เงินบริจาคของทุกคนได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากช่วยชีวิตคน 6 แสนกว่าคนเพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังไม่ได้เป็นเหมือนที่เค้ามีมาก่อน สิ่งที่ปูได้เรียนรู้คือ ซีเรีย เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์มาก ทุกคนมีฐานะ บางคนเป็นครู บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นวิศวกร ชีวิตดีมาก ก่อนเค้าจะออกจากประเทศ เค้าไปไม่รู้กี่จังหวัดเพื่อหนีสงคราม จนไม่มีทางเลือกจริงๆ และปูเห็นภูมิภาคตรงนั้น ถ้าไม่หนีตายจริงๆ ปูก็ไม่เดินข้ามมาแน่นอน เพราะทรมานมาก บางคนบอกว่า ก่อนออกมายังเลือกพื้นบ้านอยู่เลยว่าจะใช้หินอ่อน หรือปาร์เก้ ในบ้าน แต่ตอนนี้ต้องใช้เสื่อกลางทะเลทราย เด็กบางคนได้ยินเสียงเครื่องบินไม่ได้เลยก็จะรู้สึกหวาดกลัว ปูติดตามข่าวซีเรียมาค่อนข้างเยอะ แต่พอเราได้เห็นของจริง ปูออกมาร้องไห้เลย สะเทือนใจมาก รู้สึกว่าผู้ลี้ภัยเป็นผลจากสงครามและความรุนแรงโดยตรงเลย เค้าไม่มีใครคุ้มครองหรือช่วย เหลือเค้า ครั้งนี้ผู้ลี้ภัยซีเรียเอาใจปูไปเต็มๆ เลย และที่ปูรู้สึกอินมากคือมีผู้ลี้ภัยผู้หญิงคนนึงบีบมือปู เค้าร้องไห้และบอกว่า เค้าหวังว่าประเทศของเราจะเรียนรู้ถึงความสำคัญของการอยู่อย่างสงบเพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่อยู่อย่างสงบ ไม่รักกัน สงครามคือผลที่ตามมาและเกิดความสูญเสียล้วนๆ”.