'บิ๊กป้อม' ถกปรองดองนัดแรก ตั้ง 4 อนุฯ ดักคอห้ามชงนอกกรอบ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'บิ๊กป้อม' ถกปรองดองนัดแรก ตั้ง 4 อนุฯ ดักคอห้ามชงนอกกรอบ

"ประวิตร" ถกคณะสร้างปรองดองนัดแรก ตั้งอนุฯ กรรมการ 4 ฝ่าย บอก ผบ.เหล่าทัพมีความเหมาะสมนั่งเก้าอี้ ปธ.แต่ละชุด ตีกรอบฟังความเห็น 3 เดือนจบ ยังไม่ชัวร์เชิญพรรคการเมืองคุย 14 ก.พ.นี้ ชี้ลงนาม MOU หรือไม่ก็ได้ แต่ต้องได้ข้อสรุปร่วมกัน ย้ำห้ามชงเรื่องนอกกรอบ   

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 60 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมีที่ปรึกษาและคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม อาทิ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายปณิธาน วัฒนายากร ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สมาชิก สนช. พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตลอดจนถึงผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้แทนส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้แบ่งการทำงานออกเป็นอีก 4 ชุด คณะอนุกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย 1. คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานอนุกรรมการฯ 2. คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานอนุกรรมการฯ 3. คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานอนุกรรมการฯ และ 4. คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เป็นประธานอนุกรรมการฯ 


จากนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงผลการประชุมว่า เรื่องการปรองดองต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยจะดำเนินการควบคู่กันไปตั้งแต่ระดับบน คือ เชิญพรรคการเมือง ภาคธุรกิจ จนถึงระดับล่างจะมอบหาให้แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค และผู้ว่าราชการจังหวัดรับฟังข้อคิดเห็น และจะทำคู่ขนานไปกับคณะใหญ่ ซึ่งมีการตั้งกรอบการทำงานไว้ในการรับฟังความคิดเห็น คาดว่าใช้ประมาณ 3 เดือน คือ ตั้งแต่วันนี้จนถึง เม.ย.เมื่อได้ความคิดเห็นจากคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 1 แล้วจะส่งไปคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 2 เพื่อจับประเด็น วิเคราะห์บูรณาการ จากนั้นส่งต่อไปให้คณะอนุกรรมการฯ ที่ 3 บูรณาการทั้งหมด ส่วนเหตุผลที่ให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ามาเป็นประธานอนุกรรมการแต่ละชุดนั้น เนื่องจากมีความเหมาะสม เพราะเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้นำหน่วย ทั้งนี้ ไม่เป็นห่วงกรณีที่จะเชิญพรรคการเมืองมาร่วมแสดงความคิดเห็น เนื่องจากการเสนอความคิดเห็นต่างๆ ต้องอยู่ในกรอบ ที่กำหนดไว้ว่าควรจะพูดในเรื่องใดบ้างใน 10 ข้อ 


"ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเชิญนักการเมือง เพราะเป็นเพียงการประชุมคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองครั้งแรก เพื่อมาตกลงกันว่า ที่วางกรอบเอาไว้และคณะกรรมการฯ ทั้งหมดมีความคิดเห็นอย่างไร หรือมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อรับฟังและนำไปสู่การออกคำสั่งอย่างเป็นทางการต่อไป ส่วนจะเชิญพรรคการเมืองมาหารือในวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์หรือไม่นั้น จะเริ่มวันไหนยังไม่ทราบ แต่จะเรียงตามลำดับว่าจะเชิญใครก่อนหลังก็ว่ากันไป" พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องเสนอความคิดเห็นที่อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่ควรเสนอนอกกรอบเพราะจะไม่เกิดความปรองดองในอนาคต ส่วนการนำไปสู่การปฏิบัตินั้นอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะเป็นสัญญาประชาคมร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สัญญาประชาคมนี้พรรคการเมืองจะลงนามหรือไม่ลงนามก็ได้ เพียงแต่ขอให้ได้ข้อสรุปในการเดินหน้าปรองดองร่วมกัน เพื่อให้ประเทศมีความสงบและอยู่อย่างสันติในอนาคต เพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนที่กังวลว่าหากไม่มีการลงนามในสัญญาประชาคมจะทำให้บางกลุ่มบางฝ่ายไม่ทำตามนั้น ตนคิดว่าประชาชนรับรู้อยู่แล้วว่าตกลงกันไว้อย่างไร และใครที่ทำนอกเหนือจากสัญญาประชาคมถือเป็นเรื่องของประชาชนที่ต้องไปตัดสิน

เมื่อถามว่า ส่วนตัวคาดหวัง 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นเรื่องส่วนรวมทั้งหมด ตนทำคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม

เมื่อถามว่า การทำสัญญาประชาคมจะมีข้อตกลงห้ามทหารทำรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับทหาร ทหารไม่ทำรัฐประหาร และไม่จำเป็นต้องทำสัญญาประชาคม หากทหารทำรัฐประหารก็ต้องถูกยิงเป้า ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย ยกเว้นประชาชนเรียกร้อง ยืนยันว่าทหารไม่อยากทำรัฐประหาร ขอให้ไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช.ที่ทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 เพราะที่ผ่านมาไม่ได้นอนหลับมา 2 ปีกว่า ขอให้ไปดูรูปของนายกฯ ก่อนทํารัฐประหารกับหลังทำรัฐประหารว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร