บริการข่าวไทยรัฐ

ดีเอสไอบุกทลายร้านขายรองเท้า-กระเป๋าก๊อบยี่ห้อดัง ย่านนวนคร ค่า 30 ล.

“ดีเอสไอ” บุกทลายร้านค้าและโกดังเก็บสินค้าประเภทรองเท้า กระเป๋า เข็มขัด ปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง ย่านนวนคร จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ก.พ.60 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา นายริชาร์ด รอส์ส ผู้สังเกตการณ์ป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสากล นายพรโรจน์ เก็งวินิจ ตัวแทนผู้เสียหายในประเทศไทย ร่วมแถลงผลการเข้าตรวจค้นโกดังและร้านค้า จำนวน 9 จุด ตลาดโรงเกลือมาเก็ต นวนคร ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลาง รองเท้า กระเป๋าและเข็มขัดยี่ห้อดัง ละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวนกว่า 35,000 ชิ้น มูลค่า ความเสียหาย 30 ล้านบาท

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ตามนโยบายปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ดีเอสไอ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเร่งรัดจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ โดยสั่งการให้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เข้าตรวจค้นจับกุมโกดังสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 4 แห่ง ของ น.ส.อารีย์ แซ่ตั้ง หรือ เจ้ไก่ เมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) สามารถยึดสินค้าได้หลายรายการ ความเสียหายร่วม 30 ล้านบาท พร้อมเอาผิดเกี่ยวกับคดีฟอกเงินต่อไป รวมทั้งได้ขยายผลตรวจค้น ตลาดโรงเกลือมาเก็ต ย่านนวนคร จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มเติมด้วย

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า ลักษณะภายในบริเวณตลาดดังกล่าว จะมีรูปแบบในการกระทำความผิดคล้ายกับที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้ค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้าน มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และมีการกระจายสินค้าเข้าสู่กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งในลักษณะการวางจำหน่ายหน้าร้าน และการจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ โดยการหลอกลวงผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าของแท้ มีการเก็บสินค้าไว้ในห้องลับหลังร้านค้าและโกดังภายในบริเวณที่เกิดเหตุ ดีเอสไอ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าตรวจค้นจับกุมในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันมิให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงและเป็นการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดเฉียบขาดต่อไป โดยในการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวกัมพูชาจำนวน 4 คน ฐานความผิดตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า ส่วนผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ จะได้ดำเนินการติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

"นอกจากนี้ ตั้งแต่ ก.ย.2559 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 12 คดี และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 48,000,000 บาท และเมื่อรวมกับคดีดังกล่าวข้างต้นจนถึงปัจจุบัน ดีเอสไอ ดำเนินการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้นรวม 21 คดี และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 78,000,000 บาท" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ด้าน พ.อ.พินิจ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ นำหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นโกดังและร้านค้า จำนวน 9 จุดในตลาดโรงเกลือมาเก็ต ย่านนวนคร พบของกลางจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นกว่า 35,000 ชิ้น และไม่มีการต่อต้านจากพ่อค้าแม่ค้าบริเวณดังกล่าว อีกทั้งเครือข่ายนี้เป็นอีกหนึ่งขบวนการรายใหญ่และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของ น.ส.อารีย์ แซ่ตั้ง หรือ เจ้ไก่ แต่อย่างใด

นายริชาร์ด กล่าวว่า ผลงานครั้งนี้ต้องชมเชยเนื่องจากมีการวางแผน ประสานงานและสืบสวน กระทั่งสามารถติดตามจับกุมโกดังละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าจำนวนมากได้ ซึ่งการปฏิบัติงานของ ดีเอสไอ นับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและเตรียมรายงานไปยังหน่วยงานในทวีปยุโรปและอเมริกาให้รับทราบต่อไป

นายพรโรจน์ เผยว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนสามารถปราบปรามป้องกันแหล่งลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ถือว่าประสบความสำเร็จในการยับยั้งความเสียหายได้เป็นอย่างดีและดำเนินการค่อนข้างจริงจัง.