ถังเดียวเที่ยวพันกิโลเมตร MERCEDES BENZ GLC 250d COUPE AMG DYNAMIC PLUS - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ถังเดียวเที่ยวพันกิโลเมตร MERCEDES BENZ GLC 250d COUPE AMG DYNAMIC PLUS

การมาถึงของ Mercedes Benz GLC เวอร์ชั่นท้ายลาด Coupe เหมือนกับการประกาศให้ BMW X4 รับรู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีคู่แข่งร่วมสัญชาติที่น่ากลัว นี่คือ SUV ตราดาวในคราบรถสปอร์ต 5 ประตูแบบยกสูงที่พร้อมจะเอาชนะรถออฟโรดหรูท้ายลาดขนาดกลางของค่ายใบพัด ด้วยการขับที่ยอดเยี่ยมและภายในที่เหนือชั้นกว่ารถอย่าง X4 เป็นมวยดาวรุ่งพุ่งแรงที่พร้อมจะน็อกคู่ต่อสู้ด้วยสมรรถนะที่ดุเด็ดเผ็ดมัน

Mercedes-Benz GLC Coupe มีเรือนร่างที่น่าประทับใจจากการออกแบบ มันเป็นรถสปอร์ตพันธุ์ทางแบบผสมในกลุ่มยานยนต์ SUV ของ Mercedes Benz ด้วยมาตรฐานงานประกอบขั้นสูง ชุดบังคับเลี้ยวแบบใหม่เป็นพวงมาลัย Dynamic Select ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ 4MATIC กับเกียร์ใหม่ล่าสุด 9G-TRONIC เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด โหมดการขับเคลื่อน 5 รูปแบบที่ควบรวมความสะดวกสบายบนตัวถังแบบรถอเนกประสงค์ขนาดกลางและอุดมไปด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง

การควบรวมกันของรถ SUV รุ่น GLC มีตัวถัง 2 แบบให้ลูกค้าเลือก รุ่นมาตรฐานที่ออกขายก่อนหน้านี้คือคู่ต่อสู้โดยตรงของ BMW X3 สำหรับ GLC Coupe รุ่นท้ายลาดคันรีวิวที่กลายเป็นคู่แข่งของ BMW X4 มีความยาวด้านนอกของ 4,732 มิลลิเมตร กว้าง 1,890 มิลลิเมตร สูง 1,602 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,873 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,620 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,619 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,845 กิโลกรัม เปรียบเทียบกับ BMW X4 ที่มีขนาดความยาว 4,671 มิลลิเมตร กว้าง 1,881 มิลลิเมตร และสูง 1,624 มิลลิเมตร ฐานล้อของ X4 ยาว 2,810 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,616 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,632 มิลลิเมตร หนัก 1,825 กิโลกรัม จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า GLC Coupe นั้นมีความยาวและความกว้างมากกว่าเล็กน้อย ส่วนความสูงนั้น GLC Coupe เตี้ยกว่า X4 แค่ 22 มิลลิเมตร รถทั้งสองรุ่นสองยี่ห้อจึงมีความใกล้เคียงกันมากทั้งเรือนร่างและประสิทธิภาพของการขับขี่ 

ไฟหน้าแบบใหม่ เทคโนโลยีการหักเหแสง ลดหรือขยายลำแสงของไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Mercedes Benz Multibeam LED Headlights

Mertens Jane วิศวกรระบบไฟส่องสว่างของ Mercedes Benz อธิบายถึงระบบไฟส่องสว่าง multibeam led headlights technology ว่า ระบบไฟของรถรุ่นนี้มีการทำงานร่วมกันถึงสามแกนหลักๆ คือ องศาของพวงมาลัย เซ็นเซอร์ตรวจจับด้านหน้าและกล้อง โดยระบบจะปรับระดับความสูงของไฟ รวมถึงแบ่งช่องลดความแรงของไฟขณะที่มีรถวิ่งสวนมาในแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้ไฟหน้าไปแยงตา แต่ยังคงความสว่างในส่วนที่ไม่ส่องหรือแยงตารถคันอื่น การปรับไฟแบบอัตโนมัติทั้งความเข้มและทิศทางของแสง ยังครอบคลุมสภาพแวดล้อมต่างๆ รวมถึงอุณหภูมิและสภาพอากาศ สำหรับไฟท้ายมีการออกแบบหลอด LED ใหม่ เพื่อให้แสงสว่างที่คมชัด แถมยังปรับระดับความแรงของแสงไฟท้ายและไฟเบรกแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้รบกวนรถยนต์คันอื่นๆ ขณะติดสัญญาณไฟจราจร

กระจังหน้าแบบ diamond grille คล้ายกับการประดับประดาชุดกระจังหน้าด้วยเพชร!! ทั้งๆ ที่มันทำจากพลาสติกโครเมียมสีเงินสะท้อนแสง ฝากระโปรงหน้าทำจากอลูมินั่มอัลลอย สปอยเลอร์หน้า AMG สำหรับ Mercedes Benz GLC Coupe คันทดสอบรีวิวเป็นรุ่น GLC 250d Coupe AMG Dynamic Plus 4MATIC ราคา 4.5 ล้านบาท ทาง Mercedes Benz Thailand จัดเต็มด้วยล้ออัลลอยลายใบพัดจาก AMG ไซส์ใหญ่ยักษ์มโหระทึกขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางต่างไซส์แบบหน้าเล็กหลังใหญ่ของ Michelin รุ่น Latitude Sport ยางล้อหน้า 235/45ZR20 ส่วนล้อหลังยัดยางเส้นบิ๊กบึ้มขนาด 285/40ZR20 เปลี่ยนยางแต่ละทีถึงกับร้องกันโอดโอย

ทรงด้านข้างของ GLC 250d Coupe นั้นโดนใจลูกค้าไฮโซจำนวนมากจากการดีไซน์ให้มีส่วนผสมระหว่างรถแฮตช์แบ็คกับรถสปอร์ตที่เหนี่ยวนำเอาพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารเป็นจุดขาย แนวหลังคาที่ค่อยๆ ลาดเทไปยังส่วนท้ายคล้ายกับรถคูเป้ กรอบกระจกกรุด้วยงานอัลลอยสีเงินยกระดับความสง่างาม กระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยวหลอด LED ตามสมัยนิยม เสาหน้าบางและมีระดับความลาดเอียงสอดคล้องกับแนวหลังคาที่เทลาดไปยังส่วนท้ายด้วยความกลมกลืน เสาท้ายมีกระจกบานหลังทรงโค้งที่ค่อนข้างบดบังมุมมองส่วนท้ายของตัวรถจากการออกแบบให้มันเป็นรถที่มีท้ายแบบแฮตช์แบ็ค ทั้งๆ ที่ทำตัวเป็นรถ SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ไฟท้ายทรงยาวสวยงามแปลกตา เป็นจุดที่ทำให้บั้นท้ายของ GLC Coupe ดูดีขึ้น ฝาท้ายอัลลอยเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์ที่ใต้สปอยเลอร์หลังซึ่งออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกเมื่อคุณต้องขนของชิ้นโตๆ ยัดใส่ที่เก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหลัง แค่เตะขาไป-มา ฝาท้ายที่มีเซ็นเซอร์คอยตรวจจับจะสั่งงานให้ฝาท้ายเปิดออกแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องเอื้อมมือไปเปิด สปอยเลอร์หลังของ AMG ติดตั้งท่อระบายอัลลอยทั้งสองฝั่งแบบแยกส่วน พลาสติกกันกระแทกห่อหุ้มซุ้มล้อไปจนถึงชายล่างของสปอยเลอร์ทั้งหน้าและหลัง ส่วนหน้าใต้สปอยเลอร์เต็มไปด้วยรายละเอียดของชิ้นงานพลาสติกโครเมียมที่ต้องระวังให้ดีๆ หากคิดจะขับลุยแบบจัดหนัก

เวอร์ชั่นท้ายลาดของ SUV ขนาดกลางจาก Mercedes Benz ที่ใช้ชื่อของโมเดลว่า GLC Coupe แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในหลายมุมมอง มาตรฐานที่ดีของระบบขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงควบรวมกับความปลอดภัยของตัวรถซึ่งเป็นจุดขายของแบรนด์ตราดาว จุดเด่นของ GLC อยู่ที่ระบบการให้ความช่วยเหลือในระหว่างขับใช้งานและประสิทธิภาพของการใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับการปรับจูนใหม่ ทำให้ GLC Coupe ประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้นถึงร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับ GLK รุ่นก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน BODY AIR CONTROL หรือระบบอากาศพลศาสตร์ที่ผ่านการขัดเกลาในอุโมงค์ลมระหว่างการพัฒนาทำให้ตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีขึ้น (cd. GLC Coupe 0.31) วิศวกรรมระบบส่งกำลังขั้นสูงจาก Mercedes Benz ขยายขอบเขตด้าน Dynamic ของเกียร์ให้เหนือกว่ารถคู่แข่งในด้านอัตราทด การปล่อยมลภาวะที่ลดลงและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นจากเกียร์แบบใหม่ที่มีให้ใช้งานมากถึง 9 สปีด ควบรวมการทำงานของเกียร์เข้ากับโหมดการขับเคลื่อน 4 รูปแบบ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันลือลั่นที่ Benz เรียกว่า 4MATIC ความสะดวกสบายในการนั่งขับหรือโดยสาร ความคล่องตัวแบบสปอร์ต การออกแบบที่ชัดเจนและตระการตาของ New GLC Coupe กลายเป็นมาตรฐานสำหรับรถหรูในกลุ่ม SUV ของ Mercedes Benz 

ภายในของ GLC 250d Coupe AMG Dynamic Plus 4MATIC รุ่นแพงสุดของ GLC ที่ขายในประเทศไทยคล้ายกับ New C-Class W205 ไม่ว่าจะเป็นคอนโซล แดชบอร์ดแบบพลาสติกขึ้นรูปหุ้มด้วยงานหนังเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว วัสดุหรูหราราคาแพงพวกพลาสติกเกรดสูง อลูมินั่มอัลลอย ลายไม้สีดำด้านคล้ายเอาถ่านไม้ชิ้นโตมาประดับประดาที่บริเวณคอนโซลกลาง เบาะหุ้มหนังแท้ทุกตำแหน่ง เบาะคู่หน้าของคนขับและผู้โดยสารปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง รูปแบบของตัวเบาะในรถ GLC Coupe แตกต่างจากโมเดลอื่นๆ ของแบรนด์ตราดาว เป็นเบาะทรงสปอร์ตที่สามารถปรับให้ด้านข้างกระชับหรือผ่อนคลายสำหรับการขับที่มีความหลากหลายทั้งขับเร็วๆ หรือขับแบบคลานไปเรื่อยๆ เมื่อต้องลุยทางวิบาก

พวงมาลัยแบบสปอร์ต 3 ก้าน ทำจากอัลลอย หนังและพลาสติก เป็นพวงมาลัยทรงฐานตัดของ AMG ที่สวยงามออกแนวสปอร์ต หุ้มรอบวงด้วยหนังแท้พร้อมร่องกริ้บที่ช่วยให้กระชับ พวงมาลัยของ GLC Coupe ยังมีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นสำหรับการรับสายหรือวางโทรศัพท์มือถือ ก้านสวิตช์ของระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ก้านเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่ด้านขวาของพวงมาลัย กับแป้นชิฟเกียร์ Paddle Shift ขนาดเล็กที่หลังพวงมาลัย 

มาตรวัดแนวเดียวกับ New C-Class W205 แต่มีรายละเอียดภายในกรอบมาตรวัดแตกต่างกันเล็กน้อย เป็นมาตรวัดแบบเรืองแสงทรงกระบอกที่มีทั้งวัดรอบและวัดความเร็ว กึ่งกลางเป็นจอภาพ TFT MID multi information display คอยแจ้งสถานะของตัวรถทั้งการคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง อุณหภูมิ ตำแหน่งของเกียร์ 9 สปีด โหมดขับเคลื่อน การทำงานของระบบ Auto Start/stop และอื่นๆ อีกเพียบ สาธยายกันไม่หวาดไหว 

คอนโซลกลางมีรูปแบบที่หรูหราและเต็มไปด้วยรายละเอียดของชิ้นงาน แผงอัลลอยสีเงินคาดกลางคอนโซล ช่องแอร์แบบ 3 ช่อง จอมอนิเตอร์ขนาดกลาง คอยแจ้งเตือนการทำงานและการปรับตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถ เป็นจอภาพของระบบเครื่องเสียงและโหมดการขับเคลื่อน DYNAMIC SELECT เริ่มจากโหมดต่ำสุดหรือโหมดประหยัด ECO โหมด COMFORT ซึ่งเป็นโหมดมาตรฐานเมื่อสตาร์ตรถทุกครั้งจะเข้าสู่โหมดนี้ ตามด้วย SPORT Mode ที่เพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้ตอบสนองได้เร็วขึ้น สำหรับโหมด SPORT+ จัดเต็มพร้อมปลดปล่อยแรงบิดระดับ 500 นิวตันเมตรลงบนล้อขับเคลื่อนทุกล้อ แถมพกด้วยโหมดสุดท้าย INDIVIDUAL โหมดนี้ผู้ขับสามารถดอดเข้าไปปรับตั้งการทำงานและการตอบสนองของพวงมาลัย เครื่องยนต์ ระบบปรับอากาศและระบบ Auto Start/Stop ได้ตามใจชอบ 

ห้องโดยสารหรือ Cockpit ของ GLC Coupe มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้วยการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ของการใช้งานโดยเน้นความอเนกประสงค์และความสบาย ภายในไล่จากคอนโซล เบาะกับงานตกแต่งที่มีความหรูหรามากกว่าเดิม Mercedes Benz ใช้รูปแบบภายในอันสง่างามของ New C-Class มาปรับใช้กับรถอเนกประสงค์รุ่น GLC ด้วยการแปลงรูปแบบของคอนโซลและอุปกรณ์บางชิ้นที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความสวยงาม อุปกรณ์ราคาแพงประดับอยู่ทั่วไปหมด เช่น แผงประตู ปุ่มและสวิตช์สำหรับสั่งงานที่เน้นความหรู เป็นการย้ำเตือนไปถึงรถคู่แข่งอย่าง BMW X4 ด้วยงานออกแบบและตกแต่งห้องโดยสารที่อ้างอิงความหรู การปรับรุ่นแยกย่อยสำหรับการตกแต่งภายในที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน อุปกรณ์พวกอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย​​สอดคล้องกับมาตรฐานอันสูงส่งที่ถูกกำหนดโดยตัวรถรุ่นพี่อย่าง New GLE งานตกแต่งภายในของ GLC Coupe ที่มีความประณีตบรรจงจากงานประกอบสำหรับการเชื่อมโยงบรรยากาศภายในห้องโดยสารสไตล์ Mercedes Benz ผนวกเข้ากับการใช้งานผ่านผิวสัมผัสของวัสดุชั้นสูง เช่น งานหนัง ลายไม้สีดำผิวด้านที่จัดทำอย่างพิถีพิถันหลังคากระจกไฟฟ้าถูกติดตั้งเพื่อเพิ่มความสว่างและความรู้สึกโปร่งโล่ง

พนักเท้าแขนเชื่อมกับอุโมงค์เพลากลางแบ่งเขตแดนของพื้นที่ระหว่างคนขับกับผู้โดยสารตอนหน้าอย่างชัดเจนและออกมาในแนวสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เส้นสายของภายในมีความชัดเจนในตัวตนบนความหรูหรามีระดับ สร้างความรู้สึกของการเปิดพื้นที่และความพิถีพิถันของงานตกแต่งด้วยบรรยากาศที่มีความทันสมัยเทียบเท่า GLE ผู้พี่ ทัชแพดที่เชื่อมโยงการทำงานกับจอแสดงผลส่วนกลาง สั่งงานด้วยระบบสัมผัสเป็นนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อลดปุ่มกดหรือสวิตช์สั่งงานต่างๆ ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ คอนโซลกลางใช้งานไม้สีดำคล้ายถ่านแต่ให้ความรู้สึกถึงความเคร่งขรึมในฐานะที่เป็นยนตรกรรมแนวออฟโรดหรู

ต่ำลงมาจากจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสเป็นช่องแอร์ทรงกลม 3 วง กับแผงควบคุมอุณหภูมิแบบใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ระบบสัมผัสแบบทัชแพดครอบคลุมการใช้งานโดยสามารถเขียนตัวอักษรหรือตัวเลข ระบบ Comand Online สื่อสารกับโลกภายนอกด้วยอินเทอร์เน็ต ตำแหน่งศูนย์กลางของการแสดงผลแบบบูรณาการด้วยแผงควบคุมระบบปรับอากาศ ซึ่งจะถูกโยงขึ้นไปแสดงผลที่หน้าจอสำหรับการปรับตั้งระบบแอร์ในห้องโดยสาร ฟังก์ชั่นอันหลากหลายของการปรับตั้งที่ทำออกมาให้มีความน่าใช้งานผสมกับความง่ายในการเข้า-ออกจากเมนู จอภาพและกราฟิกที่สร้างความคมชัดด้วยรูปแบบที่น่าสนใจ ทำให้ภายในของ Mercedes Benz GLC Coupe มีความโดดเด่นกว่ารถคู่แข่งแบบเห็นๆ

Mercedes-Benz ใช้นวัตกรรมขั้นสูงในการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่พร้อมชุดส่งกำลังแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทแรงบิด ใน GLC Coupe มีการเพิ่มพลศาสตร์ของย่านกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ และระบบเกียร์ 9 อัตราทดที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาลง เป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพของการใช้เชื้อเพลิงในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงร้อยละ 19 รวมไปถึงการปล่อย CO2 ที่ต่ำลง โดยมีมาตรฐานมลพิษระดับ EURO-6 ฟังก์ชั่น Auto Start/Stop ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น และลดการปล่อย CO2 ขณะจอดอยู่กับที่

เครื่องยนต์ของ GLC 250d Coupe รุ่น Dynamic Plus เป็นเครื่องดีเซลคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่นแบบแถวเรียง 4 สูบ วางตามยาวขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิของไอดีก่อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจุดระเบิด เครื่องดีเซลตัวนี้มีความจุ 2,143 ซีซี ฝาสูบแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ อัตราส่วนกำลังอัด 16.2:1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบยิงตรงคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที ดูเหมือนแรงม้าจะธรรมดาเกินไปเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว 4.5 ล้านบาท แต่ขอให้ดูที่แรงบิด 500 นิวตันเมตร ซึ่งมาในรอบต่ำแค่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ขับ 4 แบบ 9G-Tronic Plus อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ด้วยระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพจากความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเทอร์โบ และชุดส่งกำลังที่ปรับอัตราทดมากว้างขวางและครอบคลุมทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ โดยเน้นแรงบิดไปที่รอบต่ำมากเป็นพิเศษ เป็นการดำเนินงานผลิตรถยนต์ที่ใช้กลยุทธ์อันชาญฉลาดผ่านโปรแกรมการขับ 5 รูปแบบ เชื่อมโยงกับเกียร์ใหม่ 9 สปีด โดยมีอัตราทดในเกียร์สูงที่เข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 9G-TRONIC หรือเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 อัตราทดรุ่นล่าสุด สร้างโดยวิศวกรของ Mercedes Benz ถูกติดตั้งให้เป็นเกียร์มาตรฐานใน GLC 220 d 4MATIC / GLC 250 d 4MATIC GLC 250 4MATIC รวมถึง GLC 250d Coupe ทั้งนี้ เพื่อให้เหนือกว่าเกียร์แบบ 8 สปีดในรถคู่แข่งอย่าง BMW X3-X4 โดยขึ้นอยู่กับโหมดที่ผู้ขับขี่ทำการเลือกสำหรับการควบคุมแบบ DYNAMIC

เกียร์ 9 สปีดมีอัตราทดเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับเกียร์รุ่นเก่าแบบ 7 สปีด ครอบคลุมทุกสภาพเส้นทาง โดยเน้นไปที่ความคล่องตัวและการตอบสนองที่ดีของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะย่านของแรงบิดที่กว้างมากยิ่งขึ้น เกียร์โอเวอร์ไดร์ฟหรือเกียร์ 9 เน้นไปที่ความประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด ศักยภาพในการส่งกำลังที่เหนือกว่าเกียร์แบบอื่นๆ เน้นคุณประโยชน์ของการขับใช้งานได้อย่างเต็มที่ เกียร์แบบใหม่ใน New GLC ยังมีการเปลี่ยนแปลงอัตราทดด้วยความว่องไวอย่างน่าประทับใจ จากความแม่นยำและเรียบเนียนราวกับเกียร์ CVT มอบอัตราเร่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเร่งความเร็วเพื่อแซง ผสานกับความอ่อนโยนนิ่มนวลเมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง สำหรับ GLC 250d Coupe 4MATIC ยังมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift เอาไว้สำหรับการปรับอัตราทดด้วยตัวของคนขับ เมื่อใช้งานในเส้นทางคดเคี้ยวหรือทางขึ้นลงเขาที่มีความสูงชัน

ตลอดระยะเวลา 1 อาทิตย์เต็มๆ ที่ได้อยู่ร่วมกันบนระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร เจ้า GLC 250d Coupe 4MATIC รุ่นแพงสุด Dynamic Plus ที่ยัดล้อขอบ 20 นิ้วมาให้จากโรงงานเป็นรถที่ขับได้ดีเอามากๆ สมรรถนะอันสูงส่งของมันทำให้รถทุกคันบนถนนดูช้าไปหมด ผมใช้การขับทดสอบยาวๆ 2 วันติด โดยวันแรกใช้เส้นทางนครนายก-ปราจีนบุรี-ด่านเนินหอมเขาใหญ่-มวกเหล็ก-ถนนมิตรภาพ-กรุงเทพฯ ส่วนวันที่สองขับจากกรุงเทพฯ ไปยังฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม-สระแก้ว-อรัญประเทศ รวมระยะทางมากกว่า 820 กิโลเมตร ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วยการวิ่งยาวเกือบๆ 1 พันกิโลเมตร ด้วยเชื้อเพลิงแค่ถังเดียวบน Sport Mode เป็นการขับทดสอบในรูปแบบโล่งเป็นกด ส่งกันยาวๆ ไม่ได้มานั่งขับแบบย่องเบาด้วยโหมดประหยัดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

Mercedes Benz GLC 250d Coupe 4MATIC AMG Dynamic มีจุดเด่นอยู่ที่แรงบิดจากเครื่องดีเซลความจุ 2,143 ซีซี เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีแค่ 4 สูบแต่กลับมีแรงบิดมโหฬารพอๆ กับเครื่องยนต์ V6 แรงฉุดลากหรือแรงบิดระดับ 500 นิวตันเมตร ปลดปล่อยออกมาจนเกือบหมดทันทีที่คันเร่งโดนกดจนจมมิดลงไปบนพรมปูพื้น อัตราเร่ง 0-100 ใน 7.6 วินาที นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นกันง่ายๆ น้ำหนักตัว 1,845 กิโลกรัม หากทำน้ำหนักให้น้อยลงกว่านี้สัก 100 กิโลกรัม รับรองว่าระเบิดระเบ้ออย่างแน่นอน

กำลังมหาศาลของเครื่องดีเซลกะทัดรัดส่งถ่ายลงไปยังล้อทั้ง 4 โดยให้ความรู้สึกแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เข็มวัดความเร็วกลับตวัดอย่างรวดเร็ว ขัดแย้งกับความนิ่งของมัน  เมื่อผมพยายามผลักดันให้มันทะยานเข้าไปในขีดจำกัดของตัวรถ ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในลักษณะไหลไม่ใช่กระชากกระชั้นเหมือนรถสปอร์ตคันเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ Mercedes Benz นั้นใส่ใจในเรื่องของความสบายและความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ  การวิ่งแบบนิ่งๆ ในย่านความเร็วสูงคือความถนัดของ GLC Coupe ไม่ว่าจะใส่มาหนักขนาดไหนหากผิวถนนเรียบพอ คุณจะรับรู้ได้เลยว่าหมอนี่เกาะถนนมากกว่ารูปแบบ SUV อย่างสิ้นเชิง มันคล้ายกับการวิ่งที่ยอดเยี่ยมของ Porsche Macan คู่แข่งที่วางเครื่องยนต์ V6 เพียงแต่ Porsche นั้นให้ความรู้สึกถึงแรงดึงที่มากกว่า ส่วน GLC 250d Coupe การอัดแบบเต็มเหนี่ยวมาพร้อมกับความเสถียร ซึ่งเกิดขึ้นจากล้อไซส์ยักษ์ขอบ 20 นิ้ว กับยางแก้มเตี้ยประสิทธิภาพดีของมิชลินนั่นเอง

แม้ตัวจะสูงถึง 1,602 มิลลิเมตร และมีระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถมากกว่าซาลูนขนาดกลางอย่าง E-Class W213 แต่การทรงตัวในย่านความเร็วสูงกลับทำได้เหนือกว่า BMW X4 อยู่นิดๆ เกิดจากช่วงล่างที่เซตมาลงตัวสุดๆ กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC แรงบิดที่กระจายไปยังล้อหน้า 40% และล้อหลังอีก 60% มอบความมั่นใจในการทะยานบนไฮเวย์ข้ามจังหวัด โหมด Sport มีคันเร่งที่ตอบสนองได้ไวขึ้น เกียร์ 9 สปีดนั้นอยู่ในลักษณะที่เตรียมพร้อมตลอดเวลาในโหมดท้ารบ แค่แตะเบรกเกียร์จะเปลี่ยนลงให้ 1-2 ตำแหน่ง หรือแค่กดคันเร่งมันจะลดเกียร์ลงมาให้มีความพอดีกับการเร่งความเร็วที่เต็มไปด้วยความมั่นคง เป็นรถที่มีความสามารถในการขับขี่ดีกว่า BMW X3 และ X4 อย่างชัดเจน ต้องขอบคุณการเซตค่าสปริงและระบบกันสะเทือนที่สอดรับกับสไตล์และย่านของกำลังอย่างที่สุด แม้จะอัดแบบไม่ยั้งพวงมาลัยในย่านความเร็วสูงก็ยังแน่นตั๊บ เหมาะกับการเปลี่ยนช่องทางเร็วๆ คล้ายกับการควบแฮตช์แบ็คแรงๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว  

แต่ละชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็น New GLC Coupe ทำให้รถรุ่นนี้วิ่งได้ดีอย่างน่าประหลาด ทั้งๆ ที่มันเป็น SUV ไซส์กลาง ไม่ใช่สปอร์ตคันเล็ก แต่ก็มีการขับแบบให้อารมณ์สนุกสนานไปตลอดทางคล้าย Mercedes Benz SLC 300 AMG !! ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเทน้ำหนักในโค้งหรือการเบรกหนักๆ ก็ยังไม่มีอาการซวนเซเป๋ปัดโผล่ออกมาให้เสียวสันหลัง มันเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้นิ่งเอามากๆ โดยมีระบบรองรับช่วยทำให้หน้ายาง 245 ที่ด้านหน้า และ 285 ที่ด้านหลัง แนบสนิทติดกับพื้นถนนอยู่ตลอดเวลา ไม่มีออกอาการให้เห็นว่าเกิดการโยนตัวเมื่อเจอแรงเหวี่ยง เป็นอีกจุดที่ทำให้ BMW ต้องกลับไปทำการบ้านให้มากกว่าที่เป็นอยู่ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ค่ายตราใบพัดจะต้องหาวิธีแก้เผ็ดด้วยการสร้างรถที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าออกมา ทำให้เกิดการแข่งขันด้านงานวิศวกรรมยานยนต์ ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดจะไปตกอยู่กับลูกค้าที่เลือกซื้อรถจากทั้งสองแบรนด์  

GLC Coupe เป็นรถพันธุ์ทางที่มีส่วนผสมของรถสปอร์ตพลังสูงกับรถ SUV อเนกประสงค์ รุ่น Dynamic Plus ราคา 4.5 ล้านบาท แพงกว่า GLC 250d Coupe รุ่นมาตรฐานถึง 4 แสนบาท สำหรับตัวเลขราคาค่าตัวของรถรุ่นนี้ GLC 250 d 4MATIC Coupe AMG Dynamic ​มีราคา 4,090,000 บาท ส่วนรถคันทดสอบ GLC 250 d 4MATIC Coupe 4MATIC AMG Plus​ ราคา 4,490,000 บาท เป็นราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มเมื่อเลือกซื้อรุ่นท็อปสุดที่ขายในประเทศไทย โดยจะได้ล้อ AMG ขอบ 20 นิ้วกับยางสปอร์ตสมรรถนะสูงของ Michelin

สไตล์การขับที่ดีเยี่ยมทำให้มันเหมือนรถยนต์สปอร์ตซาลูนชั้นดี มากกว่าจะเป็น SUV พันธุ์ทาง ผมสามารถหักพวงมาลัยเข้าโค้งได้ค่อนข้างรุนแรง เป็นรถที่คล่องตัวมากกว่า Mercedes Benz GLE Coupe รุ่นพี่อย่างเห็นได้ชัด พวงมาลัยที่หนักแน่นมีความเป็นธรรมชาติและให้ความรู้สึกมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ เมื่อเข้าโค้งแรงๆ บนเขาใหญ่ ผมรู้สึกได้ถึงแรงบิดที่ส่งถ่ายไปยังล้อหลังและช่วยดึงรถกลับเข้าเส้นทาง เครื่องดีเซลทำงานได้ราบเรียบและมีเสียงในรอบเดินเบาที่ไม่ดังจนทำให้เสียความรู้สึก การเก็บเสียงของห้องโดยสารทำได้ดีงามเอามากๆ

เครื่องเสียงติดรถยี่ห้อ Burmester High-End Surround Sound System พร้อมลำโพงคุณภาพสูงปรี้ด 12 ดอก จัดวางในตำแหน่งที่ได้รับการปรับตั้งและคำนวณมิติของเสียงมาเป็นอย่างดี แม้จะไม่กังวานใสกิ๊งเหมือน E220d AMG แต่ความคมชัดและมิติที่ดีของเสียงเพลงที่เล่นผ่านชุดเครื่องเสียงกับลำโพงคุณภาพสูงจะมอบความบันเทิงให้กับเจ้าของที่ชอบขับชอบฟังชนิดจุใจ

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คุณจะพบตัวเป็นๆ ของรถรุ่นนี้น้อยเต็มทน เนื่องจากราคาที่แพงกว่า GLC รุ่นตัวถังปกติ แรงบิด 500 นิวตันเมตร ไม่มีถนนโล่งพอให้ปล่อยม้าในแบบเทหมดคอก อุปกรณ์ที่ให้มามากเกินพอต่อการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ผมพยายามหาข้อตำหนิติติงของรถรุ่นนี้ กลับหาไม่เจอ การขับที่ดีของมันบดบังจุดด้อยด้านราคาที่แพงจนสะดุ้ง เป็นรถสำหรับเศรษฐีผู้ดีมีเงินที่ต้องการของดีมีคุณภาพ แม้จะแพงแต่ก็คุ้มเมื่อมันขับได้ดีขนาดนี้ เป็นยานพาหนะสมัยใหม่ที่คุณสามารถใช้งานได้ทุกวัน ไม่ว่าจะขับบนทางเรียบหรือเอาไปลุยทางวิบาก (แต่คงไม่มีใครกล้าเอาไปจัดเต็มบนทางโหดอย่างแน่นอน) สุดท้าย GLC Coupe เป็นรถที่ทำให้ BMW ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่หมด หากต้องการที่จะเอาชนะคะคานรถรุ่นนี้ ไม่เชื่อก็ไปลอง ไปหาขับทดสอบด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่าที่บรรยายมาทั้งหมดนั้นจริงหรือมั่ว.

MERCEDES BENZ GLC 250d COUPE 4MATIC AMG DYNAMIC PLUS
Engine
Total displacement (cc)................................2,143
Arrangement .............................................4 cyl. / 4valves in-line 4
Fuel delivery..............................................Common-rail diesel with twin turbochargers
Power: hp (kW) at rpm..............................204 (150) / 3,800
Torque: Nm at rpm.....................................500 / 1,600 - 1,800
Compression ratio......................................16.2:1
Transmission.............................................9G-TRONIC PLUS 9-speed automatic
Tyre sizes
Front........................................................235 /45ZR20 Michelin Latitude Sport
Rear.........................................................285 /40ZR20 Michelin Latitude Sport

Performance
Acceleration 0-62 mph (s).........................7.6
Top speed (mph)........................................138
Weights and capacities
Kerb weight (kg)........................................1,845
Perm. Gross Vehicle Weight (kg)...............2,520
Towing capacity - unbraked (kg)................750
Towing capacity - braked (kg)....................2,200
Boot capacity - Seats up.............................500
Boot capacity - Seats down.........................1,400
Fuel tank capacity / of which reserve (I).....66 / 7
Turning circle (m)........................................11.8
Wading depth (mm).....................................300

Fuel consumption[3]
Urban (mpg).................................................49.6
Extra-urban (mpg)[4]...................................60.1
Combined (mpg)...........................................56.5

CO₂ emissions[5]
Emissions standard.......................................EU-6
Co2...............................................................20" alloy wheels (285 / 40 tyres)143

ระบบความปลอดภัย
- ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system
- โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP)
- ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist
- ไฟเบรกกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light)
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS)
- ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST)
- ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
- เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC)
- ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist)
- ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator)
- ระบบเตือนแรงดันยาง (tyre pressure loss warning system)
- กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail  chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


advertisement