บริการข่าวไทยรัฐ

‘มูลนิธิกระจกเงา’ เผยสถิติเด็กหายปีที่ผ่านมาลดลง ความรุนแรงสาเหตุหลัก

มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยสถิติเด็กหายปีที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลง โดยปัญหาความรุนแรงในครอบครัวยังเป็นสาเหตุหลักให้ออกจากบ้าน รวมถึงโซเชียลมีเดียมีส่วนสำคัญทำให้เด็กต้องการมีตัวตน

วันนี้ 9 ก.พ.60 นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา และ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันเปิดเผยสถิติเด็กหายในปี 2559 รวมถึงปัญหาเด็กหนีออกจากบ้านที่ยังคงมีความรุนแรง พร้อมเปิดตัวภาพจำลองเด็กที่หายออกไปจากบ้านนานถึง 3 ปี ที่ตำรวจพัฒนาการสเก็ตช์ภาพให้ตรงกับภาพปัจจุบันให้มากที่สุด

นายเอกลักษณ์ กล่าวว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา รับแจ้งเด็กหายทั้งสิ้น 424 คน น้อยกว่าปี 2558 จำนวน 158 ราย ซึ่งสาเหตุหลักที่เด็กหายไปกว่า 86% คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้านเอง ซึ่งมีอายุเฉลี่ยระหว่าง 13-15 ปี โดยเด็กหญิงหายออกจากบ้านมากกว่าเด็กชายเกือบ 3 เท่า ขณะที่ตัวเลขรับแจ้งเด็กหายของปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงขณะนี้พบว่ามีกว่า 40 คน เป็นเด็กชาย 11 คน และเด็กหญิง 24 คน โดยภาพรวมนั้นต้องดูปลายปีนี้อีกครั้ง ซึ่งมูลนิธิพบว่าเด็กที่หายออกจากบ้านมีปมปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัจจัยในการตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่ลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง ด่าทอ และการห้ามเด็กทำสิ่งต่างๆ โดยไม่บอกเหตุผล นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กที่หายออกจากบ้าน มีแนวโน้มถูกชักชวนไปอยู่กับแฟนหรือคนที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ และมีความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน หรือป้องกันไม่ถูกวิธี

นอกเหนือจากนี้ยังพบว่า มีผู้ปกครองมักตัดสินใจประกาศภาพติดตามหาบุตรหลานที่หายไปในสังคมออนไลน์ทันที ทั้งที่ในความเป็นจริงควรใช้กระบวนการสืบสวนก่อน  เพราะเด็กที่หายไปในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มีการติดต่อกับบุคคลอื่น และข้อมูลของเด็กจะถูกแชร์ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด แม้ว่าจะพบตัวเด็กหายคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งกระทบต่อสิทธิของเด็กในการกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า การสร้างภาพสเก็ตช์เด็กหายให้มีอายุเทียบเท่าปัจจุบัน หรือ Age Progression จะใช้หลักสากลคือเด็กหายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังตามหาไม่พบ จะทำการสเก็ตช์ภาพเพิ่มอายุ ทุก 2 ปี ส่วนเด็กหายที่มีอายุเกิน 18 ปี จะทำการสเก็ตช์ภาพทุก 5 ปี ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ลักษณะใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยลงพื้นที่ไปพบกับครอบครัวของเด็กหายเพื่อเก็บข้อมูลภาพถ่ายลักษณะใบหน้าของเด็กหายที่ถ่ายไว้ครั้งสุดท้าย พร้อมวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อให้ได้ภาพสเก็ตช์ที่มีความใกล้เคียงกับเด็กหายในช่วงอายุที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ซึ่งกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ร่วมมือกับมูลนิธิฯ ทำภาพสเก็ตช์ดังกล่าวมาแล้วจำนวน 6 ภาพ และภาพสเก็ตช์รายล่าสุดคือ เด็กชายเดชาวัต ยาต่อ หรือน้องเจต อายุขณะหาย 12 ปี หายตัวไปจากบ้านที่อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ปัจจุบันน้องเจตอายุ 15 ปีเต็ม จึงได้มีการทำภาพจำลองเพราะใบหน้าของน้องเจตจะเปลี่ยนไป.