บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สื่อสังคมประชาธิปไตย

ต้องถือว่าเป็นข่าวดีที่นายกรัฐมนตรียังเปิดโอกาสให้มีการทบทวนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า กำลังดูว่าประเทศประชาธิปไตย เขาทำกันอย่างไร หรือเราจะเป็นประชาธิปไตยแบบใหม่ที่ไม่ต้องมีอะไรเลย ขณะเดียวกัน ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปสื่อ ก็เปิดประตูให้แก้ไของค์ประกอบสภาวิชาชีพสื่อ และประเด็นอื่นๆ

การทบทวนหรือแก้ไขร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพฯ ซึ่งถูกองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนคัดค้านอย่างแข็งขัน ควรจะให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วม นอกจากตัวแทนภาครัฐแล้ว ควรมีตัวแทนภาคประชาชน และตัวแทนสื่อที่แท้จริงร่วมด้วย แต่ไม่ใช่เป็นแค่ไม้ประดับเพื่อสร้างความชอบธรรมให้สภา ต้องยึดหลักการประชาธิปไตย และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไทย

แบบอย่างของประเทศประชาธิปไตย อาจแยกเป็นแบบสหรัฐอเมริกาและแบบอังกฤษ รัฐธรรมนูญอเมริกันห้ามรัฐสภาออกกฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพในการพูด หรือเสรีภาพหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ จึงไม่มีกฎหมายควบคุมสื่อ แต่ไม่ใช่ “ประชาธิปไตยใหม่ที่ไม่มีอะไรเลย” เพราะสหรัฐฯเป็นประชาธิปไตยเก่าแก่กว่า 2 ร้อยปี และใช้รัฐธรรมนูญเป็นหลัก

ส่วนแบบอย่างประชาธิปไตยอีกประเทศหนึ่ง ได้แก่สหราชอาณาจักรที่คนไทยเรียกว่าอังกฤษ เป็นประเทศที่น่าศึกษา เพราะอังกฤษมี “สภาการหนังสือพิมพ์” เป็นองค์การควบคุมกันเองของสื่อที่มีประสิทธิภาพ สภาหนังสือพิมพ์อังกฤษมีองค์ประกอบอย่างไร มีอำนาจหน้าที่มากน้อยแค่ไหน ทำไมจึงประสบความสำเร็จในการควบคุมตนเองจนเป็นแบบอย่าง

ส่วนรัฐธรรมนูญไทยที่ประชาชนมีส่วนร่วมทุกฉบับ ยึดทางสายกลาง แม้จะค้ำประกันเสรีภาพในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นๆ แต่เปิดช่องให้รัฐออกกฎหมายจำกัดเสรีภาพได้ เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนอื่น หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ตามหลักเสรีภาพควบคู่ความรับผิดชอบ

ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมสื่อมากมาย ทั้งกฎหมายอาญา กฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน กฎหมายการพิมพ์ กฎหมายวิทยุและโทรทัศน์ และกฎหมาย กสทช. เป็นต้น แต่นายกรัฐมนตรีบ่นว่า กฎหมายปกติทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ รูปโป๊ หนังสือโป๊ จับไม่ได้ เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายตรงไปตรงมา แต่จับแล้วก็ฟ้องศาลไม่ใช่ตัดสินเอง

หนังสือพิมพ์และสื่ออื่นๆถูกฟ้องศาลเป็นประจำ หลายคนถูกลงโทษทางอาญา ถ้าบิดเบือนหรือใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ และสื่อก็ยอมรับคำพิพากษา แต่ไม่ควรออกกฎหมายเพื่อควบคุม หรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ นั่นก็คือการเสนอข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นโดยเสรี เพราะขัดหลักการปกครองประชาธิปไตย และอาจขัดต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ.