บริการข่าวไทยรัฐ

ปิด 2 จุดคัดกรอง เขตสร้างพระเมรุ 27ก.พ. ยกเสาเอก

กอร.รส.ปิดจุดคัดกรองประชาชน 2 จุด“หน้าวัดมหาธาตุ-สะพานผ่านพิภพ” เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ โดยเจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เร่งทำฐานรากของตัวอาคารพระเมรุมาศ ขึ้นเสาเหล็กยาวกว่า 24 เมตร ทั้ง 4 เสา พร้อมเสาเอก 1ต้น รองรับพิธียกเสาเอกพระเมรุมาศ ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ส่วนอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะในหลวงสวรรคต,พระเจ้าอยู่หัวสวรรคต,รัชกาลที่ 9 สวรรคต,สิ้นรัชกาลที่ 9,พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช,พระบารมี” เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.เป็นต้นไป

ประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดวันที่ 8 ก.พ. พสกนิกรทุกหมู่เหล่า อาทิ จากจังหวัดชลบุรี อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา น่าน สุรินทร์ ชุมพร ฯลฯ เดินทางมาไว้อาลัยและกราบพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ อาทิ นายศิริ จันทร์แจ่ม ชาวนาอายุ 65 ปี จาก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รวมตัวกับคณะ อบต.จำนวน 200 คน มากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ที่ทรงช่วยเหลือประชาชนในทุกๆอย่าง โดยเฉพาะเราซึ่งเป็นชาวนา พระองค์ทรงช่วยเหลือเรื่องน้ำ ทำให้ไม่เคยขาดแคลน ไม่ว่าจะน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง ได้อาศัยโครงการแก้มลิง ให้เกษตรกรมีน้ำใช้ทำนา ทั้งยังเป็นต้นแบบในทุกๆด้าน ทั้งความพอเพียง กตัญญู ที่ผ่านมาได้รวมกลุ่มกันสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลที่วัดในชุมชนจนครบ 100 วัน และสวดต่ออีกสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเรื่อยมาด้วยอยากส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย

ส่วนสนามหลวงตลอดทั้งวัน แม้สภาพอากาศค่อนข้างร้อน แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ย่อท้อ ทยอยเดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพ อย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัย บริเวณจุดคัดกรองโดยรอบพระบรมมหาราชวังอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 33,760 คน รวม 97 วัน มี 4,161,414 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,944,109 บาท รวม 97 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 350,761,614.34 บาท

ด้านความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้ทำตามลำดับแผนงานที่วางไว้ โดยขณะนี้คณะช่างวิศวกรรมด้านโครงสร้างพระเมรุมาศ และเจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรมได้เร่งดำเนินการจัดทำฐานรากของตัวอาคารพระเมรุมาศเพื่อที่จะขึ้นเสาเหล็กทั้ง 4 เสา พร้อมกับเสาเอกอีก 1 ต้น ซึ่งเสาแต่ละต้นมีความยาวมากกว่า 24 เมตร สำหรับเตรียมการรองรับพิธียกเสาเอกพระเมรุมาศ ในวันที่ 27 ก.พ.นี้

นายกิตติพันธ์กล่าวอีกว่า นอกจากการทำฐานรากพระเมรุมาศแล้ว คณะช่างยังได้จัดทำโครงสร้างฐานรากของพระที่นั่งทรงธรรม และอาคารประกอบอื่นๆ ไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งในส่วนของพระที่นั่งทรงธรรมนั้น มีการเทปูนตัวฐานรากไปแล้วบางส่วน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานหลักๆจะอยู่ที่ตัวอาคารของพระเมรุมาศเพราะต้องจัดทำฐานโครงสร้างหลักและขึ้นเสาให้แล้วเสร็จ จึงจะสามารถใช้พื้นที่สำหรับจัดทำโครงสร้างอาคารประกอบอื่นๆได้

ด้าน พล.ต.ต.วิชาญวัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวว่า เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ กอร.รส. และปรับพื้นที่ให้ทางเข้าให้เหมาะสมกับปริมาณคนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ จึงได้ปิดจุดคัดกรองประชาชน 2 จุด ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.นี้ ได้แก่ จุดคัดกรองที่ 3 หน้าวัดมหาธาตุ และจุดคัดกรองที่ 6 สะพานผ่านพิภพ ทำให้จุดคัดกรองจากเดิม 8 จุด เหลือเพียง 6 จุด ทั้งนี้ ประชาชน สามารถเข้ามาทางจุดคัดกรองที่ 4 หน้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จุดคัดกรองที่ 5 หน้าอนุสาวรีย์ทหารอาสา และจุดคัดกรองที่ 8 พระแม่ธรณีบีบมวยผมได้ เพราะทั้ง 3 จุดนี้ จะอยู่ฝั่งทิศเหนือของท้องสนามหลวง ซึ่งสะดวกต่อการมาต่อคิว

ส่วนที่อาคารนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบารมี” ที่อยู่ในท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารในช่วงค่ำวันที่ 9 ก.พ.นี้แล้ว จะเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาชมนิทรรศการภายในอาคาร ซึ่งประกอบไปด้วย 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 บุญของแผ่นดินไทย โซนที่ 2 พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) โซนที่ 3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ โซนที่ 4 พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5 ร้อยใจไทย ได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.เป็นต้นไป โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน จนถึงประมาณเดือน มิ.ย.นี้