บริการข่าวไทยรัฐ

ความจำเป็นที่เห็นอยู่

แหวนนะโม จากวัดในจังหวัดนครศรีธรรมราช เบี้ยแก้ “หลวงปู่บุญ” วัดกลางบางแก้ว ตะกรุดโทน “หลวงพ่อเดิม” วัดหนองโพ กำไลข้อมือ “หวังต้าเซียน” จากฮ่องกง ฯลฯ

ตามข่าวกอสซิปในเทียบท่าหน้า 3 ไทยรัฐ ได้เปิดเผยเครื่องรางของขลังประจำกายของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม “พี่ใหญ่” บูรพาพยัคฆ์ที่ผ่านการรบศึกเหนือใต้มาอย่างโชกโชน

ขณะที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ก็เคยเปิดคอเสื้อให้นักข่าวดูสร้อยที่แขวนพระเต็มคอ แทบจะเป็น “อุโบสถเคลื่อนที่”

เจ้าตัวเคยบ่นกับพรรคพวกที่สนิทกัน หนักคอเป็นบ้า

เรื่องของเรื่อง มิตรรักแฟนคลับกองเชียร์ไม่ต้องห่วงพี่น้องบูรพาพยัคฆ์

ต่างคนต่างมีของดีของขลัง กองกำลัง “พระอารักขา” มากซะขนาดนี้ กระแสขู่ฆ่า “นายกฯลุงตู่” กับ “บิ๊กป้อม” ผ่านทางโลกโซเชียลมีเดีย โดยขบวนการหมิ่นสถาบันที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศลาว ตามการยืนยันการข่าวทางลึกโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ก็น่าจะเป็นแค่ข่าวสีสันคั่นเวลา

ที่สำคัญ ณ วันนี้เงื่อนสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังไม่อยู่ในเงื่อนไขถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน

ตรงกันข้ามตามแนวโน้มปรองดองที่เริ่มมีสัญญาณด้านบวก หลังฝุ่นควันเริ่มจางลง

ในอารมณ์ล่าสุดที่ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. พูดถึงประเด็นปรองดองระหว่างเดินทางไปขึ้นศาลในคดีกบฏว่า ขณะนี้อยู่ในระยะเวลาที่ฝ่ายรัฐบาลกำลังพยายามหาหนทางที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้กับประชาชนในชาติ

จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็นมากกว่าจุดยืนที่ได้บอกไว้ในอดีต เพราะอาจจะทำให้เกิดเป็นประเด็นความเห็นแย้งกับฝ่ายอื่นๆอยากให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าปรองดองให้ชัดเจนก่อน

ซึ่งนั่นก็ตรงกับแนวทางที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า ประเด็นปรองดองไม่ใช่เรื่องที่คนนั้นหรือคนนี้ออกมาพูดกันในแต่ละทีเป็นห่วงที่สื่อไปถามคนนั้นทีหรือคนนี้ที เพราะกลัวว่าจะทะเลาะกันก่อนเข้าห้อง

ควรรอให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามกระบวนการก่อน แล้วสื่อค่อยไปติดตามตอนนั้น

ถ้ายึดกันตามหลักการนี้ ดีกรีความร้อนแรงปมปรองดองก็จะลดโทนลงไป

เช่นเดียวกันในประเด็นของการปฏิรูป ถ้าตัดปมผลประโยชน์ที่แต่ละกลุ่มพยายามยื้อยุดฉุดกระชากกันออกไป โดยความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องยกเครื่องใหญ่มันก็เห็นๆอยู่

อย่างน้อยก็ดูจากกระแสข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงหลายวันนี้

ด้านหนึ่งก็ยุทธการกวาดล้างเครือข่าย “ไซซะนะ” ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ที่ยิ่งสาวลึกก็ยิ่งพบการโยงใยของขุมข่ายที่กระจายไปทุกวงการ

มาเฟีย ไฮโซ ดารา ข้าราชการ นักการเมือง ฯลฯ

สะท้อนภาพอาชญากรค้ายานรกที่แฝงตัวอยู่เกลื่อนเมือง แยกไม่ออกคนรวยคนชั่ว

ขณะที่อีกด้าน เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนธิกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บุกตรวจอายัดคฤหาสน์หรูของเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ระดับประเทศ ที่จังหวัดอุทัยธานี

จากพฤติการณ์มาเฟียปล่อยกู้นอกระบบ บังคับเก็บดอกเบี้ยโหด

โดยข้อมูลสาวลึกไปมีตัวการใหญ่ร่วมขบวนการเป็นนักการเมืองชื่อดังระดับชาติ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่ฟอกเงินสีเทาด้วยการนำเงินมาให้มาเฟียปล่อยกู้

ในขณะที่ปมฉาวสินบนข้ามชาติ “โรลส์รอยซ์” ที่เห็นหลายฝ่ายเทกแอ็กชั่นขึงขัง แต่ก็อย่างที่เห็น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาส่งมุกรับไม้กับสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยืนยันปริศนาอักษรย่อ “ก” กับ “ส” ตัวการงาบ

เล่นข่าวล้อกระแสไปรายวัน ส่อแววทำได้แค่ประจาน

ในสถานการณ์ที่ “วัฒนธรรมโกงประจำชาติไทย” ดังกระฉ่อนทั่วโลก สะเทือนภาวะเศรษฐกิจ ต่างชาติลดระดับความเชื่อมั่น เพราะพื้นฐานเมืองไทยไม่ตอบสนองกับมาตรฐานปราบคอร์รัปชัน

อาการเข้าขั้นโคม่า ประเทศใกล้ล้มละลาย

หนีไม่พ้นต้องลุยผ่าตัดใหญ่ กำจัด “เชื้อชั่ว” ที่ฝังรากลึก.

ทีมข่าวการเมือง