บริการข่าวไทยรัฐ

ก้อง ปิยะ เผยเคล็บลับ ทำอย่างไรให้ดูเป็นออแกไนซ์มืออาชีพ

ออแกไนซ์ อาชีพที่หลายคนมองว่าน่าจะง่าย และโกยเงินเข้ากระเป๋าได้เป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอนกับการจัดงานที่ใฃ้ดาราเป็นตัวชูโรง แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของอาชีพนี้จะต้องทำงานหนักแค่ไหนเพื่อให้ถูกใจลูกค้าที่เป็นเป้าหมายหลัก จึงทำให้คนที่ไม่แกร่งพอไม่สามารถไปต่อกับอาชีพออแกไนซ์นี้ได้ 

วันนี้สกู๊ปออนไลน์ของเราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าแม่ออแกไนซ์อย่าง ก้อง ปิยะ เศวตพิกุล เจ้าของบริษัทโซนิคยูส ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการนี้มานานเกือบ 20 ปี ที่จะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานในอาชีพนี้ และอะไรที่ทำให้ชื่อของก้อง ปิยะ ยังคงเป็นที่ไว้วางใจของเหล่าลูกค้ามาโดยตลอด ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจและเผยเคล็ดลับให้ได้ฟังที่นี่เป็นที่แรก 

เพราะอะไรถึงมาทำบริษัทออแกไนซ์?
“ที่อยากจะทำออแกไนซ์ เพราะว่ามันเป็นงานที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ คิดงานอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา มันมีความตื่นเต้นอยู่ในงานที่ทำตลอด มันทำให้ชีวิตเราดูสนุก ไม่น่าเบื่อ มีความท้าทาย จึงทำมาเรื่อยๆ ทำไปทำมาก็เกือบ 20 ปีแล้วนะสำหรับอาชีพนี้”

จำความรู้สึกของงานแรกที่ทำได้มั้ย?
“มันนานมากนะ (หัวเราะ) คงตื่นเต้นแหละ เพราะทุกวันนี้ก็ยังตื่นเต้นกับทุกงานที่เราต้องทำอยู่เลย และทุกครั้งที่ทำงานออกมาจนจบ ประสบความสำเร็จ ลูกค้าพอใจ เราจะมีความสุขมาก ทุกครั้งที่ลูกค้าโทรมาขอบคุณ ลูกค้าได้ลงข่าวในสื่อ ลูกค้าขายสินค้าดีขึ้น ลูกค้ามีกำไร เราคนทำก็แฮปปี้มีความสุขนะ งานชิ้นใหญ่ที่เคยทำก็เป็นงานของเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อนึงที่ปิดถนนราชดำเนินแล้วมีรถฟอร์มูล่าวันมาวิ่ง และงานภาพวาดของบริษัทนึง ที่เป็นภาพวาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาด 1 หมื่นตารางเมตรที่สนามหลวง โดยมีเด็ก 4 พันคนมาวาด อันนี้ก็ถือว่าเป็นงานใหญ่อีกชิ้นที่เราได้ทำ แต่บริษัทเราก็รับงานเล็กๆ ด้วยนะ งานบุญงานกุศลเราก็ทำค่ะ ไม่เกี่ยงงาน เพราะเป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว รู้สึกว่าได้ใช้วิชาชีพของเราไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นบ้างมันก็เป็นความสุขนะ”

หัวใจสำคัญของการทำออแกไนซ์คืออะไร?
“สำหรับเราสิ่งแรกที่ยึดคือผลประโยชน์ของลูกค้า เวลาทำงานก็คิดว่าสินค้าชิ้นนั้นเป็นของเรา เราจะต้องทำให้ได้เต็มที่ที่สุด เวลาลูกค้าอยากได้อะไร เราก็พยายามหาให้ดีที่สุด และทุกครั้งที่ทำงาน งานจะต้องออกมาราบลื่น ตามหลักที่ลูกค้าอยากได้ นำเสนองานของลูกค้าออกมาได้เป็นอย่างดี ทุกคนที่มาร่วมงานจะต้องได้งาน เพราะเราทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกค้าได้โปรโมตสินค้าให้ได้มากที่สุด ส่วนดาราเราก็ต้องดูแลในส่วนที่เราจ้างเค้ามาให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น ด้านนักข่าวที่มาร่วมงานก็ต้องได้งานในส่วนของเค้าด้วย อันนี้คือหัวใจสำคัญของการทำออแกไนซ์ของบริษัทเรา”

ปัญหาที่ออแกไนซ์ชอบเจอคือปัญหาอะไร?
“มันก็มีปัญหาทุกปัญหาแล้วแต่ว่าเราจะเจออะไร บางทีก็เป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ บางงานก็เป็นเกี่ยวกับแสงสีเสียง โครงสร้าง ทุกอย่างเราเจอมาหมดแล้ว แต่ถ้าเราเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว มันจะไม่ค่อยมีปัญหาเกิดขึ้น ถ้าหากว่าเรามีการวางแผน เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ก็จะไม่ค่อยเจอปัญหาอะไร อย่างเช่น จะต้องทำคิวแบบนี้ เราก็จะต้องเตรียมเอาไว้ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง 1 2 3 4 ตามลำดับขั้นตอนของมัน มันก็จะผ่านไปได้อย่างลุล่วงค่ะ”

จำเป็นมั้ยว่างานอีเวนต์จะต้องใช้ดารามาดึงความสนใจ โดยเฉพาะเอาดาราที่มีข่าว มีกระแส มาออกงานร่วมกัน?
“มันก็แล้วแต่ว่าวันนั้นเราจะใช้ดาราเป็นตัวหลักในการพรีเซนต์สินค้าหรือเปล่า วิธีการไม่เหมือนกัน ก็แล้วแต่วิธีการของแต่ละบริษัทว่าเป็นอย่างไร แต่ของบริษัทของเราถ้าเกิดจำเป็นต้องมีดารา เราก็จะถามว่าดาราที่ลูกค้าอยากได้คือใคร ให้ลูกค้าเป็นคนเลือก แล้วเราก็ทำการติดต่อดาราเพื่อล็อกคิวไว้ก่อน เมื่อล็อกคิวเสร็จแล้วก็พูดคุยรายละเอียดของการทำงาน ถามว่าเราเคยดิวดาราที่มีกระแสข่าวในช่วงนั้นมาออกงานมั้ย มีค่ะ แล้วแต่ลูกค้าด้วยนะ ลูกค้าบางคนก็ชอบ แต่ลูกค้าบางคนก็ไม่ชอบดาราที่เป็นข่าว ที่เป็นกระแส เพราะกลัวว่ากระแสจะมากลบงานของลูกค้า ซึ่งอันนี้เราก็ให้ลูกค้าเป็นคนเลือก เรามีหน้าที่ทำตามที่ลูกค้าต้องการ ถ้าลูกค้าต้องการดาราที่มีกระแส เราก็ทำตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลักค่ะ”

ทุกครั้งที่ต้องจ้างดาราเราจะต้องแจ้งดาราหรือไม่ว่าในงานมีดาราคนไหนมาร่วมงานบ้าง?
“ถ้าเป็นบริษัทของเรานะ เราจะต้องแจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้กับผู้ที่จะมาร่วมงานว่าขั้นตอนมีอะไรบ้าง ต้องถ่ายรูปหน้าแบล็กดรอป ขึ้นเวทีมั้ย ถ้าต้องขึ้นเวทีต้องทำอะไรบ้าง สัมภาษณ์กับสื่อ หรือถ่ายรูปกับลูกค้า นั่นคือสิ่งสำคัญที่เราจะต้องแจ้งให้เค้าทราบ เพราะว่าเค้าจะได้คิดในเรื่องของรายละเอียดของการทำงานและค่าใช้จ่ายของเค้าด้วย”

สำหรับการนัดคิวดาราที่จะมาร่วมงาน นัดเวลาอย่างไร?
“แล้วแต่งานค่ะ ถ้าบางงานต้องมีโชว์บนเวทีก็จะต้องนัดคิวซ้อม แต่บางงานที่ไม่ต้องมีการโชว์บนเวทีก็นัดก่อนมางาน 1 ชั่วโมงก็ได้ แล้วแต่การตกลงกัน หรือบางครั้งก็มาก่อนงานเริ่มสัก 15-20 นาทีก็ได้ ถ้าคิวบนเวทีไม่ยาก”

จริงมั้ยไม่ว่าจะมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น เรื่องราวนี้ก็จะต้องไม่หลุดไปเข้าหูคนข้างนอก?
“เรื่องนี้มันก็แล้วแต่นโยบายของแต่ละบริษัทนะคะ (ยิ้ม) แต่ในส่วนของบริษัทของเราเองทุกอย่างต้องอยู่ใต้อันเดอร์ของลูกค้า เพราะลูกค้าเป็นผู้จ้าง ต้องทำงานทุกอย่างเป็นไปตามที่ลูกค้ากำหนดและให้ได้ประโยชน์แก่ลูกค้ามากที่สุดของการทำงาน ส่วนเรื่องข่าวเม้าท์หลังเวที หลังงานถ้าในบริษัทของเราแทบจะไม่มีออกมาให้ได้ยินเลย มีการกำชับกับพนักงานทุกคนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในของบริษัทห้ามแพร่งพราย อันนี้ไม่ได้พาดพิงถึงใครนะคะ พูดในส่วนของบริษัทของเราเอง แต่คิดว่าทุกบริษัทก็มีส่วนคล้ายๆ กันหมดนะ”

เคยเจอดาราเบี้ยวงานหรือไม่?
“ยังไม่เคยเจอนะ เพราะว่าเราดิวงานก่อนหน้า แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็นกรณีที่ไม่สบายและสามารถพิสูจน์ได้ว่าดาราคนนั้นไม่สบายจริงๆ”

กรณีดาราบางคนขอแยกห้องแต่งตัว ไม่สัมภาษณ์ร่วมกับคนนี้ แก้ปัญหาอย่างไร?
“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เราก็ดูตามความเหมาะสม อย่างเรื่องห้องแต่งตัวเราก็ดูว่าเราสามารถทำให้ได้มั้ย เพราะบางคนเค้าต้องการความเป็นส่วนตัว เราไม่ได้มองว่าเค้าเรื่องมากนะ บางคนเค้ามีอุปกรณ์ ทีมงานช่างหน้าช่างผมของเค้ามาด้วย ต้องการความสะดวกในการเปลี่ยนเสื้อผ้า บางคนไม่เหมือนกันในการทำงาน บางคนอาจจะอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงนั้นเค้าก็ทำได้เลยถ้ามันเป็นห้องส่วนตัว เพราะฉะนั้นเองเราสามารถทำให้ตามความต้องการของดาราแต่ละคนอยู่แล้ว ขอเพียงแค่แจ้งเรามาให้เรียบร้อย เราก็เข้าใจและจะจัดการให้ตามที่ต้องการ จะทำอะไรเราก็ต้องนึกถึงใจเค้าใจเรา และข้อตกลงที่เราคุยกันไว้ตั้งแต่เริ่มว่าจ้างกันแล้วค่ะ”

เพราะเป็นคนในวงการบันเทิงด้วยหรือไม่ ถึงทำให้ดาราอยากร่วมงานกับออแกไนซ์ของก้อง ปิยะ หรือไม่กล้าเบี้ยวงานที่ก้องจัด?
“ไม่น่าจะเกี่ยวนะ แต่มันอยู่ที่ระบบของการทำงานมากกว่านะ จริงๆ หลายออแกไนซ์ที่เค้าทำอยู่ในทุกวันนี้ก็ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าดาราเยอะเหมือนกันนะ ซึ่งเค้าก็ไม่ใช่คนในวงการบันเทิงนะ แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้า และดารามั่นใจที่อยากจะร่วมงานกับเราคือการวางระบบมากกว่าค่ะ จริงๆ จะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด และทำให้ดาราหรือผู้ที่มาร่วมงานสบายใจที่สุดค่ะ”

เศรษฐกิจไม่ค่อยดีส่งผลกับงานออแกไนซ์บ้างมั้ย มีการจ้างงานน้อยลง?
“ส่งผลนะคะ แต่เราก็ต้องปรับให้งานของเราน่าสนใจและดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำใหลูกค้ารู้สึกว่า ถ้าจ้างเราแล้วจะคุ้มค่ากับเงินที่จ้างมา การแข่งขันของบริษัทออแกไนซ์มันอยู่ที่ผลงานและความน่าเชื่อถือ และฝีมือของทีมงานและบริษัทนะ เราจะต้องแข่งขันกันที่ผลงานและฝีมือที่มันโดดเด่น ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าชื่อเสียง”