บริการข่าวไทยรัฐ

ผลสำรวจ “วาเลนไทน์” ค่านิยมวัยรุ่นยังน่าห่วง

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ผมนั่งอ่านข่าวผลการสำรวจการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์และวันมาฆบูชา ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจไทยแล้ว ก็เกิดอาการใจหายวูบ ต้องนั่งปลงอยู่พักใหญ่

สืบเนื่องมาจากผลการสำรวจค่าใช้จ่ายเนื่องในวันเทศกาลวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ที่ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ท่านสรุปให้ฟังนั่นแหละครับ

ท่านอาจารย์บอกว่าจะมีเงินสะพัดในวันวาเลนไทน์ปีนี้ 3,707 ล้านบาท มีมูลค่าสูงสุดในรอบ 10 ปี แต่เพิ่มขึ้นเพียง 0.87 เปอร์เซ็นต์ (จากปีกลาย) ถือเป็นอัตราเพิ่มต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาบ ทิวลิป ลิลลี่ และค่าของขวัญที่จะซื้อให้แก่คนรัก ฯลฯ

ผลการสำรวจที่ทำให้ผมสะดุ้งและใจหายวูบอยู่ตรงนี้ครับ...อยู่ตรงที่อาจารย์ ดร.ธนวรรธน์ ท่านอธิบายว่า

“นักศึกษายังมีทัศนคติจะฉลองวันวาเลนไทน์ด้วยการมีเพศสัมพันธ์มากถึง 42.3 เปอร์เซ็นต์ โดยนิยมไปมีเพศสัมพันธ์ตามห้องพักรายวันมากที่สุด รองลงมาคืออพาร์ตเมนต์ โรงแรมม่านรูด ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมที่นิยมโรงแรมม่านรูด”

ที่สะดุ้งก็เพราะเป็นครั้งแรกสำหรับผมที่ได้อ่านพบรายงานการสำรวจอย่างเป็นวิชาการว่าด้วยการยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์

เมื่อก่อนจะเป็นการพูดลอยๆ ว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันเสียตัวของเยาวชนไทย ซึ่งได้มาจากการพบเห็น หรือสังเกตด้วยสายตาพบว่า หนุ่มสาว จำนวนมากนั่งรถเข้าโรงแรมม่านรูดต่างๆเสียมากกว่า

แต่นี่เป็นตัวเลขจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งจะต้องมีการตั้งคำถาม และจะต้องมีการตอบคำถาม อาจจะเป็นด้วยวาจา หรือด้วยลายลักษณ์อักษร จากหนุ่มสาวที่เป็นตัวอย่างในการสำรวจ

เท่ากับว่าเป็นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของหนุ่มๆ สาวๆ ในประเด็นที่ผู้สำรวจตั้งเป็นคำถามขึ้นดังกล่าว

คนแก่อย่างผมอ่านมาถึงตรงนี้ จึงอดที่จะใจหายวูบไปเสียมิได้

แต่ก็คงจะไม่ห้ามปรามอะไรหรอกลูกเอ๋ย เพราะชีวิตใครก็ชีวิตมัน ทุกคนย่อมมีอิสระในการใช้ชีวิตของตนเอง

อีกอย่างพ่อแม่ผู้ปกครองของลูกๆยังไม่ห้าม หรืออาจห้ามแล้วแต่ลูกๆไม่ฟัง จะให้คนนอกอย่างลุงไปห้ามซ้ำอีก คงจะห้ามไม่สำเร็จแน่นอน

เพียงแต่จะฝากข้อคิดความเห็นไว้นิดหนึ่งเท่านั้นว่า ทุกวันนี้ ประเทศไทยเรามีตำแหน่งในอันดับนานาชาติว่าด้วย “คุณแม่วัยรุ่น” คือมีวัยรุ่นที่คลอดลูกอยู่ในอัตราสูงพอสมควรทีเดียว

สถิติเก่าสถิติหนึ่งที่ผมจำได้ หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปีลงมาของเรามีการตั้งครรภ์และคลอดอยู่ในอัตราค่อนข้างสูง คิดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน แพ้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพียงประเทศเดียวเท่านั้น

อีกสถิติหนึ่งเก่าเหมือนกัน ตั้งแต่ปี 2555 ระบุว่า วัยรุ่นหญิงไทยอายุต่ำกว่า 20 ปี บ้านเราคลอดลูกโดยเฉลี่ยเกือบ 300 คนต่อวัน ในขณะที่อายุต่ำกว่า 15 ปีลงไป ก็คลอดถึงวันละประมาณ 10 คน

ก่อให้เกิดปัญหาสังคมอย่างมาก มีผลกระทบทั้งต่อตัวผู้เป็นแม่ซึ่งยังเป็นวัยรุ่น และตัวลูกหรือเด็กๆ ซึ่งจำนวนมากที่มักจะขาดการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่น เป็นเหตุให้กระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาเตือนวัยรุ่นหลายครั้งให้ระมัดระวังในเรื่องนี้

ถึงขั้นเตือนว่าต้องพกถุงยางอนามัยเพื่อนำมาใช้ป้องกันในช่วงเวลาจวนตัวก็เคยมาแล้ว

ถ้าผมจะช่วยทำหน้าที่อะไรได้บ้างในเรื่องนี้ ก็คงจะทำได้แค่ช่วยเตือนซ้ำๆแทนกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นแหละครับ

ด้วยการย้ำว่า 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์นั้น ตามธรรมเนียมฝรั่ง เขาถือเป็นวันแห่งความรักที่ครอบคลุมรักในทุกรูปแบบ เริ่มตั้งแต่รักพ่อรักแม่ ไปจนถึงรักเพื่อน รักครูบาอาจารย์ ฯลฯ

มาแสดงออกซึ่งความรักในลักษณะเช่นนี้กันเถอะ

แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ จะรักแบบมีเพศสัมพันธ์จนถึงขั้นจูงมือกันเข้าไปในห้องพักชั่วคราวรายวันอย่างที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ท่านสำรวจไว้ละก็...อย่าลืมพกถุงยางอนามัยไปด้วยนะลูกๆ...แล้วก็อย่าลืมใช้ด้วยล่ะ...เราเป็นรองแชมป์อาเซียน กรณีคุณแม่วัยรุ่นก็หนักอยู่แล้ว อย่าให้ถึงขั้นเลื่อนขึ้นเป็นแชมป์เลยนะลูกๆเอ๊ย.

“ซูม”