วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาดา วิลลาเรจ นางแบบสุดฮอต เจ้าของฉายา 'เคท มอสส์' เมืองไทย

โดย GQ Thailand

ญาดา วิลลาเรจ สาววัย 18 ปี ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศสกำลัง ‘นอนให้สัมภาษณ์อยู่บนเตียง’ ที่ห้องพักของโรงแรม Hotel Muse เธอถูกบัญญัติให้เป็นนางแบบรุ่นใหม่ที่ฮอตที่สุดในวงการแฟชั่นไทยตอนนี้ (ในช่วงสองสัปดาห์ เธอมีคิวว่างให้ GQ แค่ครึ่งวัน ที่เหลือคือมีงานหมด!) ระหว่างที่คุณกำลังจะพลิกไปดูภาพเธอนอนแช่อ่างน้ำในหน้าถัดไป ญาดาน่าจะกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ในนิวยอร์ก

ใครๆ ต่างตั้งฉายาเธอว่าเป็น เคท มอสส์ เมืองไทย ด้วยใบหน้าละม้ายคล้ายซูเปอร์โมเดลคนนั้นในช่วงแรกเริ่มเข้ามาทำงานใหม่ๆ แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่เหมือนก็ตามที โดยเฉพาะความสวยเฉี่ยวเซ็กซี่ที่เธอบอกว่าเคท มอสส์ นั้นกินขาด ส่วนเธอเป็นแค่เด็กติ๊งต๊องคนหนึ่ง แต่เมื่อต้องสวมบทบาทนางแบบในฐานะ It Girl ของ GQ Thailand ฉบับนี้ ญาดาก็เปลี่ยนคาแรกเตอร์จาก ‘ยาดอง’ (ฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้) ให้เป็นสาวเซ็กซี่สุดเย้ายวนใจได้ในพริบตา

วันนี้ไม่หลับนะครับ (ผมเพิ่งร่วมงานกับญาดาเมื่อวันก่อน เธอสามารถนอนหลับได้บนขั้นบันไดในอุณหภูมิเกือบ 40 องศา)

ไม่หลับค่ะ (หัวเราะ) แหม เห็นไหมคะว่าหนู (เธอชอบแทนตัวเองว่า ‘หนู’ ทุกครั้ง) กินง่าย อยู่ง่าย ทำงานง่าย เรียกหนูมาทำงานบ่อยๆ นะคะ (หัวเราะอีกที)

ได้ข่าวว่าเพิ่งกลับมาจากการไปทำงานที่นิวยอร์ก เป็นไงบ้างครับ

ใช่ค่ะ ไปนิวยอร์กมาสามเดือน สนุกดีค่ะ งานอาจจะไม่ค่อยเยอะ แต่ได้เจอลูกค้าหลายคน ได้เมคเฟรนด์ การทำงานที่โน่นก็คล้ายๆ กับที่นี่นะคะ แต่เขาจะซีเรียสเรื่องเวลามาก อย่างเช่น ถ้าบอกว่าจะเสร็จสี่โมงก็คือสี่โมง เพราะถ้าเลยเวลานั้นเราจะได้โอเวอร์ไทม์ เป็นทุกงาน ไม่ใช่แค่งานโฆษณา

ได้งานอะไรบ้างครับ

ส่วนใหญ่ได้ถ่ายงานอี-คอม (E-Commerce) ค่ะ เพราะหนูตัวเล็ก ไม่ได้เดินแบบแน่นอน งานแมกกาซีนก็ไม่ค่อยได้ไปแคสต์เท่าไร ซึ่งหนูไม่ได้คาดหวังเยอะ เราไปเป็นนิวเฟซที่โน่น ถือว่าเริ่มจากศูนย์เลยค่ะ งานก็ไม่น่าจะเยอะ เราต้องวิ่งแคสติ้งเยอะ ได้งานมาแค่สิบงาน แค่นี้หนูก็แฮปปี้แล้ว คนที่นี่อาจจะคิดว่าหนูไปแล้วคงปังเลย คงได้งานเยอะ ไม่เลยค่ะ มันไม่ง่ายขนาดนั้น (เธอลากเสียงยาว) เพราะที่นิวยอร์กนางแบบเยอะมาก ช่วงที่ไปงานก็ไม่ค่อยมี ได้งานก็แฮปปี้แล้ว แต่เดี๋ยวจะกลับไปอีก เพราะเขาบอกว่าเดือนตุลาคมงานเยอะสุด ไปลองดูว่าจะได้งานเพิ่มหรือเปล่า

คาดหวังอะไรกลับการไปครั้งที่สองครับ

อยากได้แคมเปญโฆษณาสักแคมเปญ ไม่ต้องเป็นแบรนด์ใหญ่ก็ได้ค่ะ ขอเป็นแคมเปญแบรนด์ดีๆ สักแบรนด์ ซึ่งการจะได้งานมานั้นเราก็ต้องไปแคสติ้งเยอะๆ เข้าสังคมที่นั่น เจอคนเยอะๆ ด้วยค่ะ

สารภาพมาหน่อยว่าไปปาร์ตี้ที่ไหนมาบ้าง

ไม่เลย หนูเป็นเด็กดี (หัวเราะ) จริงๆ นะ หนูไม่ได้ไปสำมะเลเทเมาที่ไหนเลย อย่างมากก็เจอเพื่อน กินข้าว หนูรู้สึกว่านิวยอร์กไม่ค่อยมีอะไร หรือมี แต่ที่จริงหนูไม่ค่อยเที่ยวมากกว่า อย่างมากก็ไปนั่งชิลล์ตามสวน เพราะอากาศก็ดี ทำอะไรได้ง่ายกว่าเมืองไทย อยู่เมืองไทยต้องอยู่ห้างหรือห้องแอร์ แต่นิวยอร์กก็ใช่ว่าจะไม่ร้อนนะคะ ตอนหนูไปอุณหภูมิขึ้นถึง 35 องศาเลยค่ะ ไม่มีลมด้วย เหมือนอยู่ในเตาอบ แต่ก็ยังดีกว่าที่กรุงเทพฯ นิวยอร์กดีอย่างคือไปไหนมาไหนง่ายมาก นั่งซับเวย์ไปได้หมด หนูก็นั่งไปทั่วเลย ฮาร์เล็มยังไปเลยค่ะ (ย่านฮาร์เล็มที่ขึ้นชื่อเรื่องความไม่ปลอดภัย) ฮาร์เล็มตะวันออกด้วยนะคะ น่ากลัวมากกก... แม้จะเป็นตอนกลางวันก็ตาม ไม่ได้อยากไปเลย แต่ต้องไปทำงาน

ไม่คิดจะไปเมืองอื่นบ้างเหรอครับ เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสนี่ ไม่ไปปารีสล่ะ

หนูเซ็นสัญญากับ Wilhelmina London ด้วยค่ะ แต่ยังไม่ได้ไป คาดว่าอาจจะไปปีหน้า ซึ่งตอนนี้เอเจนซี่ที่นิวยอร์กก็กำลังหาเอเจนซี่ที่ปารีสให้ คิดว่าอาจจะไปปารีสก่อน เพราะงานถ่ายบิวตี้ที่นั่นน่าจะเยอะ อย่างที่บอกถ้าเทียบกับฝรั่งแล้ว หนูตัวเล็กมาก ไม่น่าได้เดินแบบแน่ๆ นอกเสียจากว่าได้เจอดีไซเนอร์แล้วเขาชอบเรามาก แต่ไม่เป็นไร เราก็ตั้งใจทำงานของเราไป

แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะ เอายังไงต่อ

ยังไม่ได้คิดเรื่องเรียนต่อเลยค่ะ (เธอเพิ่งจบไฮสกูล) เพราะหนึ่ง – ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร สอง – เรียนต่อมันแพง ทำงานเก็บเงินไปก่อน หนูคิดว่าถ้าเรายังไม่รู้ว่าชอบอะไรจริงๆ ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ก็อย่าเพิ่งไปเรียนเลย ถ้าเรียนแล้วไม่สนุก ทำงานสนุกกว่า ก็ทำงานไปก่อน ค่อยๆ คิด เรายังมีเวลาคิดอยู่ เราเพิ่ง 18 ปีเอง

ยังตื่นเต้นกับการถ่ายแบบอยู่ไหม น่าจะได้ทำงานมาเกือบทุกรูปแบบแล้วนะ

ก็น่าจะถ่ายมาหมดแล้วนะคะ เป็นนางแบบหัวล้านก็เคยถ่ายมาแล้ว แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ ทำงานที่นี่เหมือนมาเจอเพื่อน เพราะเรารู้จักแทบจะทุกคนในวงการแล้ว มาถ่ายงานก็เหมือนมาเจอเพื่อน เมาธ์มอยกัน สนุกๆ มากกว่า

หือ… ใช้คำว่าเมาธ์มอย นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นลูกครึ่ง ไม่รู้เลยนะว่าพูดไทยได้

ก็หนูเป็นคนไทยนี่คะ ศัพท์ที่ได้ก็ได้มาจากพี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการนี่แหละค่ะ ตอนอยู่เชียงใหม่หนูก็ไม่ได้พูดศัพท์แบบนี้หรอก (หัวเราะ) ไปนิวยอร์ก หนูรู้เลยว่าหนูเป็นคนไทยมากๆ หนูไปนิวยอร์กครั้งละสามเดือน ไปนานกว่านี้ไม่ได้ คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ ที่นิวยอร์กจะมีอพาร์ตเมนท์ของเอเจนซี่ให้นางแบบอยู่ รูมเมทคนแรกของหนูเป็นคนอินเดีย นิสัยดี เรียบร้อย โชคดีมาก ไม่เจอคน Bitchy รูมเมทคนที่สองเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน นิสัยดี แต่รกนิดหนึ่ง หนูต้องบอกให้ชีคอยเก็บข้าวของส่วนตัว ไม่งั้นห้องรก รู้สึกได้เลยว่าเราเหมือนแม่มาก (หัวเราะ)

แล้วไม่อยากเป็นนักแสดงหรือครับ เมื่อกี้ก็เห็นแอ็กติ้งได้อยู่นะ

ฮือ... (เธอทำท่าจะร้องไห้ เพราะทุกครั้งที่ถามเรื่องสนใจการแสดงไหม ญาดาจะตอบทันทีว่า “ไม่ดีกว่าค่ะ”) นั่นก็อีกเรื่องหนึ่งค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิด คิดแต่การเป็นนางแบบ ทำให้ดีๆ ไปเลย ถ้ามันไม่เวิร์ก ก็ค่อยหาทางใหม่

อัพเดตสถานะให้ฟังหน่อยสิครับ ได้ข่าวว่าหลังจากโสดก็ดูเหมือนจะกลับมาไม่โสดอีกแล้ว

ก็ไม่โสด แต่ก็ไม่มีแฟนค่ะ (หัวเราะ)

เอ๊ะ! ยังไง ขอเคลียร์กว่านี้

หนูก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน เหมือนเป็นแฟนแหละ แต่เขาไม่ได้อยู่เมืองไทย หนูก็เลยไม่อยากผูกมัดกันมากนัก เพราะว่าหนูเคยมีแฟนแล้วอยู่ไกลกัน อยู่กันคนละประเทศมาแล้ว แล้วมันไม่เวิร์ก ก็เลยบอกเขาว่า ตอนเราไม่อยู่ เธอจะทำอะไรก็ทำไป แต่ถ้าเรามาหาเธอเมื่อไร เราก็เป็นแฟนกัน อย่าไปซีเรียสมาก เรายังอายุน้อยกันอยู่ หนูทำใจได้นะคะ ช่างมัน แต่จริงๆ เขาก็ไม่ได้มีใครหรอก มีหนูคนเดียวนี่แหละ

เขาเป็นคนยังไงครับ ถึงสามารถคว้าหัวใจนางแบบที่กำลังฮอตที่สุดในเมืองไทยตอนนี้ได้

เขาเป็นคนเรียบร้อยค่ะ คิวต์ๆ หล่อด้วยแหละ เรียบร้อยแต่ก็ติ๊งต๊องเหมือนหนูนะ ติ๊งต๊องแต่ตั้งใจทำงาน แต่ก็บ้าได้ เขาต้องมีอะไรสักอย่างเหมือนหนู หนูถึงชอบ ซึ่งก็คือความติ๊งต๊องค่ะ หลายคนบอกว่าหนูดูเซ็กซี่ ซึ่งหนูคิดว่าหนูไม่เซ็กซี่เลย เพื่อนๆ ที่รู้จักหนูก็จะรู้กันว่าหนูติ๊งต๊องมากกว่า แต่ถามว่าถ่ายแบบเซ็กซี่ได้ไหม ได้ค่ะ เพราะมันคืองาน หนูติ๊งต๊องแต่หนูตั้งใจทำงาน

ว่าแต่แฟนอยู่ที่ไหนครับ

นิวยอร์กค่ะ เรียนแฟชั่นดีไซน์อยู่ที่ FIT (Fashion Institute of Technology)

นั่นไง รู้แล้วทำไมเธอถึงอยากไปทำงานที่นิวยอร์กบ่อยๆ

ไม่ใช่นะคะ (เธอรีบโบกไม้โบกมือพร้อมหัวเราะคิกคัก) หนูไปทำงานจริงๆ พี่ก็รู้หนูตั้งใจทำงาน

ที่มา - GQ Thailand
www.gqthailand.com 
www.facebook.com/gqmagazinethailand