วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บช.น.แจงยอดผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว 511 ราย

บช.น.แจงยอดผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว 511 ราย

  • Share:

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย

โฆษกบช.น. แจงยอดการจับกุมตั้งแต่ประกาศเคอร์ฟิวถึง 23 พ.ค. มีผู้ที่ฝ่าฝืนทั้งสิ้น 511 ราย ศาลพิจารณาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี...

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าววันนี้ (24 พ.ค.) ว่า หลังจากศูนย์อำนวยการร่วมแก้ไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือศอฉ. มีการประกาศเคอร์ฟิวต่อเนื่องอีกในวันที่ 24-25 พ.ค.53 ตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น. การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจบริเวณจุดตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจ มีการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดดำเนินคดีกับผู้ที่จงใจฝ่าฝืนเช่น รถรับจ้างสาธารณะวิ่งตระเวนโดยไม่มีผู้โดยสาร สถานบริการ สถานบันเทิง และร้านเกม ยกเว้นผู้ประกอบการที่มีความจำเป็น เช่น รถบรรทุกน้ำมัน รถขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค ของสดต่างๆ ที่ต้องส่งตลาด

โฆษก บช.น. กล่าวต่อว่า ส่วนที่อนุโลมให้คือ เจ้าหน้าที่แพทย์ที่ต้องเข้าเวรเป็นผลัด รวมทั้งผู้ป่วย หรือผู้จะที่เดินทางไปต่างประเทศ ถ้ามีหลักฐานยืนยันก็จะผ่อนผัน โดยจะบันทึกข้อมูลเอาไว้ เฉพาะเมื่อคืนวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้จับกุมผู้ที่ตั้งใจฝ่าฝืนและผู้ที่กระทำผิดออกนอกเคหสถานช่วงเคอร์ฟิวจำนวน 36 ราย และตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนทั้งสิ้น 511 ราย ศาลพิจารณาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงหมายจับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปบัญชีที่ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ และควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตามป.อาญา ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 75 หมายจับ แบ่งเป็นการตั้งเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนบริเวณแยกราชประสงค์ 17 หมาย ใช้วิทยุชุมชุมปลุกระดมมวลชนให้ก่อความวุ่นวาย และความรุนแรงในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด 27 หมาย มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธสงคราม 8 หมาย บุกรุกรัฐสภา 7 หมาย ก่อความวุ่นวายบริเวณสี่แยกคอกวัว 12 หมาย และออกหมายจับเพิ่มเติมในเหตุอื่นๆ 4 หมาย โดยจับกุมตามหมายจับแล้ว 22 หมาย เหลือต้องดำเนินการจับกุมอีก 52 หมาย ที่พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งติดตามจับกุม

โฆษก บช.น. กล่าวด้วยว่า ระหว่างนี้ยังมีเหตุยิงปืนเข้าไปที่ธนาคารกรุงเทพ ย่านลาดพร้าว รวมถึงพื้นที่ปริมณฑล และต่างจังหวัดมีเหตุวางเพลิงเผาโรงเรียน เพื่อความไม่ประมาท บช.น.จึงสั่งการให้มุ่งเน้นดูแลเหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ ก่อความวุ่นวายการใช้อาวุธปืน และระเบิดทำลาย โดยเฉพาะที่สถานศึกษา ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

นอกจากนี้ รรท.ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจ ปจ. ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ คดีเหตุการวางเพลิงเผาทรัพย์บางส่วนยังอยู่ระหว่างการจับกุม และหลายกรณี พนักงานสอบสวนได้นำคลิปวีดีโอและภาพถ่าย มาประกอบเพื่ออนุมัติหมายจับต่อศาลดำเนินการภายใน 1-2 วัน ถ้าประชาชนพบเหตุต่างๆ สามารถโทรแจ้งที่ 191 หรือศูนย์ปฏิบัติการบช.น. หมายเลขโทรศัพท์ 02-280-1396

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้