ข่าว
100 year

มจร.-มจพ. วิจัยพบ'สารไกอา' ลดสารก่อมะเร็งจากการเผาศพ

ไทยรัฐออนไลน์26 ม.ค. 2560 19:20 น.
SHARE

มจร.-มจพ. จับมือค้นคว้าวิจัย พบ สารไกอา (GAIA) หรือ สารวิมุตติ สามารถลดสารพิษไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.60 ผศ.ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร. กล่าวว่า ตามที่ตนและคณะผู้วิจัย ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ดำเนินการวิจัยถึงแนวทางการแก้ปัญหาสารพิษไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งการเผาศพก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ทำให้เกิดสารไดออกซิน

โดยการวิจัยได้ใช้สารไกอา (GAIA) หรือ สารวิมุตติ มาใช้ดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยได้เริ่มทำการวิจัยเมื่อเดือนเม.ย.-ต.ค.2559 ที่วัดด่านสำโรง จ.สมุทรปราการ โดยทดลองกับ 4 ศพ ศพแรกไม่ได้ใช้สารไกอา พบสารไดออกซินหลังการเผาศพอยู่ที่ 1.302 นาโนกรัม ซึ่งสูงกว่า 0.5 นาโนกรัม ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดในประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อนำสารไกอามาทดลองกับศพที่ 2 โดยนำสารไกอาวางบนศพ พบว่า สามารถลดสารไดออกซินได้เหลือ 0.47 นาโนกรัม ต่อมาในศพที่ 3 และ4 ได้นำสารไกอามาใส่ในผ้าห่มศพ พบว่าได้ผลดีมากขึ้น โดยสามารถลดสารไดออกซินได้เหลือเพียง 0.123, 0.098 นาโนกรัม ตามลำดับ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาต่อไป เบื้องต้นจะมีการพัฒนาเป็นผ้าห่มศพที่มีสารไกอา ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับผ้าห่มศพดังกล่าวอยู่ประมาณ 2,500 บาทต่อศพเท่านั้น

ผศ.ดร.ภาณุวัฒน์ ปิ่นทอง หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรมน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า สารไกอาเป็นสารที่ผลิตมาจากแร่โอลิวีน ซึ่งเป็นแร่ภูเขาไฟพบในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นแมกนีเซียมออกไซด์ มีคุณสมบัติในการจับคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นตัวดูดซับที่สามารถนำมาใช้ในการกำจัดสารเคมีได้หลายชนิด

ทั้งนี้แมกนีเซียมออกไซด์ มีคุณสมบัติที่สามารถกักโลหะหนักไว้ในโครงสร้างผลึกได้ โดยไดออกซิน เป็นโลหะหนักชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เช่นจากการเผาศพ เตาเผาขยะ การผลิตและการหลอมโลหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าสารไกอา ยังสามารถใช้บำบัดโลหะหนักในดินและเถ้าได้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สารไกอาสารวิมุตติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนืองานวิจัย

Most Viewed