วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ไพบูลย์' ยก 3 ข้อ สังคมแคลงใจ 'สมเด็จช่วง' ปมซุกรถหรู

'ไพบูลย์' ยก 3 ข้อ สังคมแคลงใจ 'สมเด็จช่วง' ปมซุกรถหรู

  • Share:

"ไพบูลย์" ยก 3 ข้อ เหตุแคลงใจ "สมเด็จช่วง" จากข้อครหาสังคม พร้อมดักทางฝ่ายเชียร์อย่าเคลื่อนไหว เกรงผลร้ายเกิดเสียงวิจารณ์กว้างขวาง

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.60 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เกี่ยวกับคดีรถเบนซ์ผิดกฎหมายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) โดยมีบางฝ่ายระบุว่า เป็นการรับรองว่าท่านบริสุทธิ์ทุกอย่างแล้วนั้นว่า ในฐานะที่ติดตามตรวจสอบกรณีนี้ เห็นว่าการที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเจ้าคุณแป๊ะ ไม่ได้ทำให้ สมเด็จช่วงพ้นจากข้อครหาหลายเรื่องของสังคมไปได้ โดยมีเหตุผล คือ 1.ในทางกฎหมาย ท่านซื้อและครอบครองรถเบนซ์ที่จดประกอบโดยผิดกฎหมาย แม้จะไม่เอาผิดทางอาญา แต่ในฐานะพระภิกษุชั้นสมเด็จราชาคณะไม่สมควรไปซื้อและครอบครองรถเบนซ์ผิดกฎหมาย เป็นที่ครหาติฉินของพุทธบริษัท และตามกฎหมายท่านยังต้องมีเรื่องค้างคาอีกหลายเรื่อง เช่น ตามประมวลรัษฎากรที่ยังต้องชำระค่าอากรแสตมป์รถเบนซ์คันดังกล่าวที่ชำระไม่ครบอีกแสนกว่าบาทให้กับกรมสรรพากร เป็นต้น 2.ในทางพระวินัย ท่านถูกยื่นกล่าวหาตามกฎนิคหกรรม ว่าได้เป็นผู้จ่ายเงินค่าซื้อรถเบนซ์ผิดกฎหมายคันดังกล่าวด้วยเช็คจำนวน 1 ล้านบาท จากบัญชีส่วนตัวของท่าน เป็นการกระทำผิดล่วงละเมิดพระธรรมวินัยสิกขาบทสำคัญ 2 ข้อ เป็นอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แต่ท่านและมหาเถรสมาคมยังไม่ได้ชี้แจงในเรื่องนี้

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า 3.ในการถูกกล่าวหาว่า ในฐานะเป็นผู้ปกครองคณะสงฆ์ แต่กลับปรากฏหลักฐานว่ามีการรับประโยชน์และให้การช่วยเหลือพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ซึ่งมีกรณีค้างคาหลายเรื่องอยู่ในคณะสงฆ์ เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและประธานมหาเถรสมาคม ซึ่งกรณีนี้ยังไม่มีการชี้แจงใดๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้ยังเป็นปัญหาค้างคาอยู่ จึงเห็นว่าฝ่ายสนับสนุนสมเด็จช่วงไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้อีก เกรงจะกลับกลายเป็นผลร้ายทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กระทบกระเทือนไปยังสมเด็จช่วงอีกครั้ง ทั้งที่ในขณะนี้เรื่องสงบลงแล้ว ดังนั้นควรช่วยกันปล่อยวางจากการอยากได้อยากมี ละเลิกจากการยึดมั่นถือมั่น เป็นวิถีของชาวพุทธ เพื่อทำให้เกิดความสงบร่มเย็นมาให้สมเด็จช่วง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวท่านมากกว่า.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้