บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ครุราชันย์" ของครูไทย ในหลวงรัชกาลที่ 9 "พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน"

“ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้กันมากเข้าๆ แล้วจะเอาจิตใจที่ไหนมาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงใยในสิ่งเหล่านั้นก็จะค่อยๆบั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรดีเหลือไว้พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจหรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป”

พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแก่ครูอาวุโสในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2521

เนื่องในโอกาส “วันครู” 16 มกราคม เวียนมาบรรจบอีกครั้งในปี “ไก่ทอง” 2560 “ทีมการศึกษา” จึงขออัญเชิญ มาเตือนสติ และปลุกเร้าการทำหน้าที่ของแม่พิมพ์ของชาติกันอีกซักครั้ง

เพราะ “ครู” คือผู้ทรงคุณอันประเสริฐยิ่ง ที่คอยพร่ำสอนศิลปะวิทยาการ รวมถึงบ่มจิตใจให้แก่ลูกศิษย์ได้รู้จักผิดชอบชั่วดี

และด้วยเหตุที่ “ครู” เป็นผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อเด็กนักเรียน และประเทศชาติ ในคราวประชุมสามัญของคุรุสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2499 ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบและเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาพิจารณาเพื่อกำหนดให้มีวันครูขึ้น และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครู ซึ่งมีการจัดงานวันครูครั้งแรกวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2500 เป็นต้นมา

โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่ 61 ของการจัดงานวันครู ที่มีความพิเศษกว่าทุกๆครั้ง คณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ได้กำหนดหัวข้อแก่นสาระของการจัดงานว่า “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน” เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นครูของ แผ่นดินในทุกๆด้าน

คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ราชบัณฑิต ประธานกรรมการส่งเสริมและเผยแพร่การใช้ภาษาไทย ได้ให้ความหมายของคำว่า “บูรพาจารย์” มาจากคำว่า “บูรพะ” และ “อาจารย์”

“บูรพะ” หมายถึง ก่อน แรก เบื้องหน้า

“อาจารย์” หมายถึง ผู้สั่งสอนความรู้ที่มาก่อน หรือลำดับแรก ซึ่งเปรียบได้กับบิดา มารดาของบุตร หรือครูผู้ที่อยู่เบื้องหน้า เปรียบได้ดังครูผู้นำ หรือครูผู้ยิ่งใหญ่

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช จึงเปรียบดัง “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน”

พระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อปวงชนชาวไทย เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนไทย และชาวต่างชาติ พระราชกรณียกิจก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ อันทำให้พสกนิกรของพระองค์มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี กินดี มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีการศึกษา มีอาชีพที่มั่นคง และดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี นับเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนแก่ปวงชนชาวไทย

พระองค์เปรียบดัง “บูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน” จากการทรงงานต่างๆ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลากหลายด้าน อาทิ ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านแหล่งน้ำ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านส่งเสริมอาชีพ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสวัสดิการ

สังคม ด้านคมนาคมสื่อสาร เป็นต้น ก่อเกิดโครงการพระราชดำริ และโครงการตามพระราชประสงค์อย่างมากมายกว่า 2,000 โครงการ ทรงพัฒนาให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ไปด้วย

เสด็จ ณ พื้นที่ต่างๆในผืนแผ่นดินไทยด้วยพระองค์เอง ทรงสังเคราะห์ข้อมูลด้วยพระปรีชาสามารถ ทำให้พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยได้ชัดเจน และทรงสอน ทรงชี้แนะ และทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง จึงทรงเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ ผู้นำประชาชาวไทย

พระคุณลักษณะแห่งความเป็นครูของพระองค์มีครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งความรอบรู้ ความใฝ่รู้ ความใจกว้าง การใช้ภาษาและการสื่อสาร การสอน การค้นคว้าวิจัย การสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ คุณธรรมและจริยธรรม และการพัฒนา

คุณหญิงกุลทรัพย์ระบุด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีหลักในการทรงงานที่สำคัญ คือ หลักการแรก ทรงเน้นอยู่ตลอดเวลาว่า เวลาไปพัฒนาที่ไหนจะต้องไปช่วยให้ประชาชนสามารถช่วยตนเองได้

หลักการที่สอง พระองค์ใช้คำว่า “ให้ระเบิดจากภายใน” คือ ทำให้ประชาชนมีศักยภาพและตัดสินใจว่าอยากจะทำอะไร

หลักการที่สาม ทุกโครงการพระองค์ท่านให้ทรงคำนึงถึงด้านภูมิศาสตร์ และด้านสังคม-ศาสตร์ คือ ต้องพิจารณาทั้งสิ่งแวดล้อมและคนด้วย โดยต้องเอาคนมาเป็นตัวตั้ง ดังที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาพูดบ่อยๆ ว่าเป็นหลัก “ภูมิสังคมศาสตร์”

เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ได้ทำการศึกษาไว้คือ พระองค์ทรงใช้วิธีตั้งโจทย์ของประชาชน และหาหลักวิชาการแหล่งต่างๆ จากนั้นจึงนำมาสร้างสมมติฐาน หรือทฤษฎีที่จะใช้แก้ปัญหาให้กับประชาชน เสร็จแล้วจึงทำโครงการศึกษาวิจัย หรือทดลองจนได้ผล แล้วจึงนำไปเผยแพร่ปฏิบัติจริง

ด้วยพระบรมราชานุกูลต่อวงการศึกษาและผู้ประกอบวิชาชีพครูอย่างหาที่สุดมิได้นี้เอง จึงทรงเป็น “ครุราชันย์” “บรมครู” “พระบิดาของครูไทย” ทรงเป็นแบบอย่างของครูและพสกนิกรโดยแท้

ภาพที่ คุณหญิงกุลทรัพย์ ได้สะท้อนออกมาบ่งชี้ชัดเจนถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการศึกษาและผู้ประกอบวิชาชีพครู

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่แม่พิมพ์ทั่วประเทศจะต้องจดจำไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม

และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องไม่รีรอที่จะนำไปใช้เป็นต้นแบบสู่การปฏิบัติ และดำรงตนให้เหมาะสมอย่างจริงจัง

เพื่อให้ครูเป็นเบ้าหลอมที่สมบูรณ์ตามรอยเท้า “ครุราชันย์” แท้จริง...!!!

ทีมการศึกษา