บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พณ. ใช้เวที WEF โชว์วิสัยทัศน์ ดึงนักลงทุนส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม

พาณิชย์ ใช้เวที WEF 2017 โชว์วิสัยทัศน์ ดันไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรม ดึงนักลงทุนเข้าลงทุนผลิตอาหารแปรรูป-สมุนไพร พร้อมชี้แจงให้ที่ประชุมทราบถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 ทำให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น...

วันที่ 12 ม.ค. 60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17-20 ม.ค.60 จะเดินทางเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum 2017 ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยไทยจะใช้โอกาสนี้แสดงวิสัยทัศน์ที่จะเน้นการพัฒนาภาคการเกษตร และการผลิตแห่งอนาคต ที่จะมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมในภาคการผลิต และจะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลพร้อมให้สิทธิพิเศษในด้านการส่งเสริมการลงทุนเช่นเดียวกับการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ

ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม WEF จะมีภาคเอกชนรายใหญ่ๆ ของโลก เช่น บริษัท เนสท์เล่, ยูนิลีเวอร์, เป๊ปซี่โค, ไอบีเอ็ม ฯลฯ เข้าร่วมด้วย ซึ่งไทยจะใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้นักลงทุนเหล่านี้ โดยเฉพาะรายที่ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับอาหาร เช่น เนสท์เล่ เข้ามาลงทุนในสินค้าเกษตร ที่ต้องใช้นวัตกรรม หรือการแปรรูปสมุนไพรให้มากขึ้น จากเดิมที่เนสท์เล่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยทำให้ไทยสามารถผลิตสินค้าเกษตร โดยใช้นวัตกรรม และมีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น

“อย่างบริษัท เนสท์เล่ ที่ไม่ได้เพาะปลูกสินค้าเกษตรเลย แต่สามารถเป็นผู้ผลิตและส่งออกกาแฟ โกโก้ หรือสินค้าอื่นๆ ได้ทั่วโลก ซึ่งไทยจะเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป หรืออาหารสำหรับอนาคต เพราะไทยมีสินค้าเกษตรที่หลากหลายอยู่แล้ว หรือมาลงทุนแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และทำให้เศรษฐกิจฐานรากของไทยดีขึ้น”

นอกจากนี้ ตนจะมีโอกาสกล่าวปาฐกถาในหัวข้อเกษตรในอนาคต ซึ่งตนจะชี้แจงให้ที่ประชุมเห็นถึงแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานให้กับคนไทย และทำให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงในหัวข้อเกี่ยวการผลิตในอนาคต ซึ่งจะชี้แจงให้ที่ประชุมเห็นถึงการผลิตในอนาคตไม่ใช่เพียงแค่ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงเกษตรสมัยใหม่ ที่ใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรด้วย

สำหรับการประชุม WEF มีผู้นำจากภาคธุรกิจ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมจากทั่วโลกกว่า 2,500 คน จาก 100 กว่าประเทศมาร่วมประชุม เพื่อหารือถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับไทยในการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก และการหารือในเรื่องอาเซียนหลังครบ 50 ปี จะเป็นไปในทิศทางใดด้วย.