ดัชนีแข่งขัน SME ไตรมาส 4 ยังทรงตัว มอง ศก.ฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ดัชนีแข่งขัน SME ไตรมาส 4 ยังทรงตัว มอง ศก.ฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง

ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีการแข่งขันธุรกิจเอสเอ็มอี ไตรมาส 4 ทรงตัว รับห่วงปัจจัยเสี่ยง กระทบสภาพคล่องและต้นทุน ขณะที่ภาคธุรกิจส่วนใหญ่มองฟื้นตัวไตรมาส 2 ...

วันที่ 12 ม.ค. 60 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ไตรมาสที่ 4 ปี 59 เท่ากับ 48.4 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 3 และคาดว่าจะปรับเพิ่มเป็น 48.6 ในไตรมาสแรกปีนี้ และเป็น 49.1 ได้ในไตรมาส 2

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าเอสเอ็มอี ยังคงมองสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันว่ายังมีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะสภาพคล่องที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนสูงขึ้น แต่ยังเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในปีนี้ หากเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งการส่งออก ภาวะเศรษฐกิจโลก และไม่มีภัยพิบัติ

ทั้งนี้ เมื่อแยกดูเป็นรายดัชนี พบว่า ดัชนีสุขภาพของธุรกิจไตรมาส 4 เท่ากับ 42.1 ลดลงจากไตรมาส 3 ที่ 42.4 เพราะมีสภาพคล่องลดลง ยอดขายและกำไรไม่เพิ่มขึ้น ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ เท่ากับ 51.2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 51.1 ในไตรมาส 3 สะท้อนการแข่งขันทำธุรกิจกับรายอื่น และต่างชาติอยู่ในระดับทรงตัว และดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ เท่ากับ 51.8 เพิ่มขึ้นจาก 51.6 เพราะยังมีการลงทุนพัฒนาธุรกิจทั้งการตลาด วิจัย และเทคโนโลยีสารสนเทศ (ระบบไอที)

"ศูนย์ฯ ได้สำรวจความคิดเห็นของเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ ถึงสถานการณ์ธุรกิจในปี 59 ซึ่งส่วนใหญ่ 53.5% ตอบว่ายอดขาย หรือรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีเพียง 30.8% ระบุว่าใกล้เคียงกับเป้าหมาย และผู้ตอบส่วนใหญ่ยังมองว่า สถานการณ์ธุรกิจมีสัญญาณการฟื้นตัว คาดว่าธุรกิจน่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2 ปี 60 เป็นต้นไป"

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ 48.2% มองว่าเริ่มลงทุนได้อีกครั้งช่วงไตรมาส 2 นี้ โดยจะลงทุนเกี่ยวกับซื้อวัตถุดิบ การจ้างงาน การซื้อ ซ่อมแซมเครื่องจักร ขณะที่ยอดขายปีนี้ ยังไม่ดีนัก โดยธุรกิจที่ยังไม่ดี ได้แก่ ธุรกิจการผลิตที่เน้นตลาดส่งออก ซึ่งคาดว่ายอดขายจะต่ำกว่าปีก่อน ส่วนธุรกิจบริการท่องเที่ยว ยอดขายจะสูงกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ ยังจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสภาพคล่อง รองมาคือการลดต้นทุน การจัดกิจกรรมการขาย และทำการตลาดเชิงรุก การขยายตลาดและขยายช่องทางการจำหน่าย ทำตลาดโดยใช้สื่อออนไลน์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ได้ประเมินสถานภาพธุรกิจไทย โอกาส และความเสี่ยง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจตลอดปี 59 อยู่ที่ 93.6 ส่วนปี 60 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 106.4 เนื่องจากปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจดีขึ้น เช่น ภาวะเศรษฐกิจ นโยบายต่างๆ ของรัฐ กฎหมาย การวิจัย ทักษะแรงงาน เป็นต้น สำหรับทั้งปี 59 เทียบปี 58 ธุรกิจส่วนใหญ่ตอบว่าต้นทุน ยอดขาย กำไร การจ้างงาน ค่าจ้างไม่เปลี่ยนแปลงนัก แต่การสต๊อกสินค้า ส่วนใหญ่จะสต๊อกเพิ่มขึ้นในปี 60


advertisement