วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งขุดคลองใหม่แก้น้ำท่วมนครศรีฯ ดันมวลน้ำลงทะเลไม่ให้ทะลักเข้าเมือง

กรมชลประทาน เตรียมขุดคลองใหม่ขนาดใหญ่อ้อมเมืองนครศรีฯ หวังผลักดันน้ำลงทะเลไม่ให้ทะลักเข้าตัวเมือง ขอเข้าใจหากโดนเวนคืนที่ เพราะทำเพื่อส่วนรวม ด้านชาวประมงปากพนัง นำเรือ 100 ลำช่วยผลักดันน้ำ สรุปล่าสุดกระทบ 23 อำเภอ ตาย 9 ราย

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 60 นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า เหตุการณ์มหาอุทกภัยน้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช ครั้งนี้ เกิดจากมวลน้ำจำนวนมหาศาลกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ โดยเฉพาะภาวะน้ำท่วมในช่วงแรกๆ หลังจากฝนลดและการเร่งระบายน้ำทำให้ระดับน้ำที่ท่วมลดลงเรื่อยๆ จนถึงวันนี้คาดว่าปริมาณน้ำที่ยังท่วมอยู่ในพื้นที่ต่างๆ มีประมาณ 600 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากการเร่งระบายน้ำทุกทาง ขณะนี้สามารถระบายน้ำไหลลงทะเลอ่าวไทยได้วันละประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาราว 10 กว่าวัน จะระบายน้ำที่ท่วมได้เกือบหมด ซึ่งนอกจากการระบายน้ำแล้ว กรมชลประทานต้องคำนวณและประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยจำเป็นต้องกักเก็บน้ำส่วนหนึ่งไว้ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อจากนี้

ในพื้นที่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช และตัวเมืองอื่นๆ ที่เป็นหัวเมืองใหญ่หรืออำเภอใหญ่ น้ำได้ลดลงมาก แต่ยังคงท่วมอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งเป็นที่ต่ำ อาทิ อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ และอีกบางอำเภอที่อยู่ใกล้เคียงกัน สิ่งสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมเกิดจากสิ่งกีดขวางทางน้ำทั้งสิ่งกีดขวางเก่าและสิ่งกีดขวางใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก กีดขวางทางน้ำที่จะไหลลงทะเล ประกอบกับศักยภาพของคลองท่าดี และคลองหยวด คลองสายสำคัญที่เป็นเส้นทางระบายน้ำ ศักยภาพของคลองได้ลดลง เนื่องจากปัญหาขยะทางน้ำและปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามสภาพสังคมเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรมชลประทาน เตรียมแผนงานในการแก้ปัญหาระยะยาวเอาไว้ อาทิ การสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ราบสูง แต่ติดขัดเรื่องที่ดิน สถานที่ที่จะสร้าง คือไม่สามารถหาที่ดินสร้างอ่างเก็บน้ำได้ อีกแผนงานคือการสร้างพื้นที่แก้มลิงในที่ราบหรือที่ลุ่มไว้รองรับน้ำ แต่ก็ติดขัดปัญหาเดียวกัน จึงต้องมีการผลักดันโครงการ สร้างถนนชลประทานอ้อมเมืองควบคู่ไปกับคลองชลประทานขนาดใหญ่แบบเดียวกับ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีเป็นจำนวนมากในฤดูฝนของภาคใต้ ไหลไปตามคลองของถนนอ้อมเมือง เป็นการดันน้ำให้อ้อมตัวเมืองหรือชุมชนเมือง ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วที่ อ.หาดใหญ่ และจะทำควบคู่ไปกับการสร้างและขุดลอกคลองใหม่ขนาดใหญ่อ้อมเมืองเช่นเดียวกันอีกจำนวน 3 สาย คาดว่าจะนำน้ำจากคลองท่าดี และคลองหยวด คลองป่าต้นน้ำที่มีต้นน้ำมาจากเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช ลงสู่ทะเลอ่าวไทยได้ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้น้ำจำนวนมหาศาลไม่ทะลักเข้าท่วมเมือง

“โครงการนี้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณปี 2561 เพื่อให้กรมชลประทานดำเนินการ อยู่ในขั้นตอนการออกแบบ การวางแผน และการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างคลองใหม่ หรือตัดถนนใหม่ แต่ยืนยันว่าจะได้รับเงินชดเชยหรือค่าเวนคืนที่เป็นธรรม จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจและให้ความร่วมมือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่ ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่และพบเห็นภาวะความเดือดร้อน จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานดำเนินการโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราช ในปีงบประมาณ 2560 แทนที่จะต้องรองบประมาณปี 2561”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานข้ามคลองระบายน้ำฉุกเฉิน ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านใน อ.ปากพนัง พร้อมเรือประมงพื้นบ้านจำนวนกว่า 100 ลำ รวมตัวจอดเรือเรียงแถวเป็นแนวเดียวกันเช่นเดียวกับเครื่องผลักดันน้ำของกองทัพ พร้อมติดเครื่องยนต์เรือประมงเพื่อช่วยผลักดันน้ำออกทะเลอีกทางหนึ่ง ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจกันระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานภาครัฐที่ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อผู้ประสบอุทกภัย

ทางด้าน นายกิติพงษ์ รองเดช จ่าจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานถึงพื้นที่ได้รับผลกระทบ ณ ปัจจุบัน รวม 23 อำเภอ 163 ตำบล 1,489 หมู่บ้าน 104 ชุมชน ราษฎรได้รับผลกระทบ จำนวน 795,304 คน 247,985 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย ชาย 8 ราย และหญิง 1 ราย ขณะนี้มีหน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ประกอบด้วย อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทัพเรือ กองร้อย ตชด.424 สิชล กองทัพภาคที่ 4 ตำรวจภูธร องค์กรการกุศล รวมถึงมูลนิธิต่างๆ.

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ คลิกที่นี่