เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ : รางรถไฟคดเป็นงู ช่วง 'บางสะพาน' สุราษฎร์ยังอ่วม - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

เกาะติดน้ำท่วมภาคใต้ : รางรถไฟคดเป็นงู ช่วง 'บางสะพาน' สุราษฎร์ยังอ่วม

(ภาพจาก : การรถไฟฯ)

น้ำท่วมใต้ยังหนัก ที่ จ.สุราษฎร์ธานี แม่น้ำตาปีเอ่อท่วมสูงต้องย้ายชาวบ้าน 28 ครอบครัวหนีน้ำ ส่วนที่ จ.สตูล หินภูเขาก้อนมหึมาเท่ารถ 6 ล้อถล่มขวางทางเข้าหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่วางสะพานเบลี่ย์เชื่อมถนนเพชรเกษม ช่วง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ถูกน้ำซัดขาดเปิดให้รถวิ่งลงใต้ได้แล้ว ขณะที่รางรถไฟถูกน้ำซัดเสียหายหนักจนบิดเป็นลูกคลื่น ส่วนสนามบินเมืองคอนยังกู้ไม่เสร็จ ต้องปิดเพิ่มอีก 2 วัน ด้านทหารเรือนำเรือผลักดันน้ำร่วมกับเรือประมงชาวบ้านเร่งระบายน้ำลุ่มน้ำปากพนัง ปภ.สรุปยอดสังเวยน้ำท่วม 12 จว. 31 ศพ ฉุดเศรษฐกิจพินาศเฉียด 2 หมื่นล้าน

สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ยังคงวิกฤติ แม้ว่าบางจังหวัดฝนจะหยุด ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่หลายพื้นที่น้ำยังท่วมสูง ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ขณะที่ธารน้ำใจยังคงหลั่งไหลไปช่วยผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

อพยพ 28 ครอบครัวหนีน้ำ

ต่อมาวันที่ 11 ม.ค.ที่บ้านบ่อพระ หมู่ 8 ต.อิปัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ถูกน้ำป่าไหลทะลักลงคลองอิปันเอ่อท่วมจมมิดทั้งหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนถึง 150 ครอบครัว ในจำนวนนี้บ้านน้ำท่วมอย่างหนัก 28 ครอบครัว ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง 3-4 เมตร ต้องอพยพมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนบ้านบ่อพระ นายธีระชัย ปานวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้จัดสรรห้องเรียนรองรับผู้ประสบอุทกภัย 6 ห้องไว้เป็นที่หลับนอนชั่วคราวและย้ายเด็กนักเรียนไปเรียนรวมกับเด็กห้องอื่นๆเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน อย่างไรก็ตามขณะนี้ฝนได้หยุดตกแล้ว ทำให้ระดับน้ำในคลองเริ่มทรงตัว คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ น้ำในคลองจะไหลลงแม่น้ำตาปีและค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อยๆ

มวลน้ำมหาศาลจ่อถล่มเพิ่ม

ที่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี นายถาวร พรหมฉิม นายอำเภอบ้านนาสาร ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านยูงงาม ต.ท่าชี หลังถูกน้ำท่วมบ้านรวม 50 ครัวเรือนสูงกว่า 1 เมตร บางหลังน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ส่วนการสัญจรต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว โดยนายถาวรกล่าวว่า แม่น้ำตาปีเริ่มเอ่อล้นไหลเข้าพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับผลกระทบ 2 ตำบล คือ ต.ท่าชี และ ต.ควนศรี รวม 7 หมู่บ้าน และต้องย้ายออกจากบ้าน 310 ครัวเรือน ขณะนี้มวลน้ำมหาศาลจากแม่น้ำตาปีไหลมาถึง อ.เคียนซา และ อ.บ้านนาเดิมแล้ว ได้แจ้งประชาชนส่วนใหญ่ขนย้ายทรัพย์สิน เนื่องจากระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น

ดินทรุด อบต.-บ้านพังพินาศ

ที่ อบต.ท่ามะพลา หมู่ 2 ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายอาคารหอประชุม อบต.ท่ามะพลาที่เกิดทรุดตัวพังเสียหาย และพบบ้านอีก 3 หลังที่ปลูกอยู่ริมลำห้วยวัดนอกพังถล่มลงมา โดยนายกิตติภพเปิดเผยว่า นอกจากบ้านเรือนชาวบ้านและอาคารหอประชุม อบต.ได้รับความเสียหายแล้ว ยังมีถนนหน้า อบต.เกิดทรุดตัวเป็นรอยแยกยาวเกือบ 100 เมตร ลึกเกือบครึ่งเมตร เบื้องต้นให้เจ้าของบ้านย้ายออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งขอกำลังทหารมาช่วยขนอุปกรณ์สำนักงาน อบต. และย้ายเจ้าหน้าที่ไปทำงานที่วัดราชบุรณชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากช่วงน้ำท่วมน้ำได้ไหลเซาะชั้นใต้ดินเป็นโพรงขนาดใหญ่ พอน้ำลดดินเกิดทรุดตัว

น้ำซัดรางรถไฟบิดเป็นลูกคลื่น

ส่วนที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้วเหลือไว้แต่ร่องรอยความเสียหาย โดยเฉพาะรางรถไฟถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลเซาะทางชำรุดหลายแห่ง โดยบริเวณช่วง กม.ที่ 377 ช่วงวัดเขาถ้ำม้าร้อง ต.พงศ์ประศาสน์ พบน้ำซัดหมอนจนเคลื่อน รางรถไฟบิดคดงอเป็นลูกคลื่น ใช้การไม่ได้ ส่วนที่ รพ.บางสะพานที่ถูกน้ำท่วมหนัก พบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แผงควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมด ระบบบำบัดน้ำเสีย และเครื่องมือแพทย์ได้รับความเสียหาย โดย นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผอ.รพ.บางสะพาน เปิดเผยว่า ทีมวิศวกรไฟฟ้า เครื่องยนต์ ประปา และโยธาจะเข้าฟื้นฟูระบบหลักของโรงพยาบาลทั้งหมดให้สามารถกลับมาใช้การให้ได้โดยเร็วที่สุด

ยันภาพรางรถไฟบิดเรื่องจริง

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกรณีมีการแชร์รูปภาพทางโลกโซเชียลเกี่ยวกับรางรถไฟถูกกระแสน้ำซัดจนบิดงอได้รับความเสียหายอย่างหนักช่วงตลาดบางสะพาน-แยกวัดเขาถ้ำม้าร้อง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์จริงได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้วโดยระบุสาเหตุของการบิดงอของรางรถไฟเกิดจากอุณหภูมิและแรงน้ำทำให้เกิดการทรุดตัวของดิน โดยวันที่ 12 ม.ค.จะส่งวิศวกรลงไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อซ่อมแซมรางที่ชำรุด แต่ยังไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน

เปิดเพชรเกษมรถวิ่งได้แล้ว

ส่วนการติดตั้งสะพานเบลี่ย์บริเวณคอสะพานบ้านหนองหญ้าปล้อง ถนนเพชรเกษม หมู่ 1 ต. ชัยเกษม และสะพานคลองวังยาว ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน ที่ถูกน้ำป่าพัดคอสะพานขาด ส่งผลให้รถมุ่งหน้าไป 14 จังหวัดภาคใต้ไม่ได้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เร่งทำสะพานแล้วเสร็จเมื่อเวลา 21.00 น. คืนวันที่ 10 ม.ค. โดยใช้เวลานานกว่า 10 ชม. โดยนายอภิชาติ ชาญธัญกร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เผยว่า กรมทางหลวงได้ทอดสะพานเบลี่ย์ทั้ง 2 แห่งเรียบร้อยแล้วทั้งขาขึ้นและขาล่องทั้งสะพานข้ามคลองหนองหญ้าปล้อง กม. 365+600 และสะพานข้ามคลองวังยาว หน้าหมวดทางหลวงบางสะพาน กม. 386+500 และเร่งระบายรถที่ตกค้างสะสมจนถึงเช้าวันนี้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากพอขึ้นสะพานจะมีช่องจราจรเดียว หลังจากนี้จะมีการซ่อมแซมสะพานต่อไป

สั่งทำสะพานเบลี่ย์อีก 2 ช่อง

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เดินทางไปตรวจน้ำท่วมที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมที่สำนักหมวดทางหลวงบางสะพาน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนเพชรเกษม จากนั้นลงพื้นที่ดูสะพานวังยาว เพื่อตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของสะพานเบลี่ย์ทั้งขาขึ้นและขาล่องพร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งสะพานเบลี่ย์เพิ่มให้ครบทั้ง 4 ช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ ให้เสร็จภายในวันที่ 12 ม.ค.

เล็งทำถนนเลียบทะเลลงใต้

นายอาคมเปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมีงบฉุนเฉินช่วยน้ำท่วมภาคใต้เพียง 1,000 กว่าล้านบาทและช่วงเร่งด่วนต้องนำมาใช้เพื่อบูรณะเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม แต่ยอมรับว่าไม่สามารถขยายเป็น 8 ช่องการจราจรตามที่ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียกร้องได้ โดยในเร็วๆนี้จะหารืออธิบดีกรมทางหลวงชนบทเพื่อพัฒนาถนนสายรองเส้นเลียบชายทะเลเชื่อมระหว่าง อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย เพื่อขยายผิวการจราจรเชื่อมต่อถึง อ.ปะทิว จ.ชุมพร สามารถรองรับการใช้รถใช้ถนนในภาวะภัยพิบัติและส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

สนามบินเมืองคอนปิดอีก 2 วัน

ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการหารือนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ที่ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมท่าอากาศยาน นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังปิด การทำการบินชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 6-11 ม.ค.เพื่อความปลอดภัย แต่จากการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงาน 3 หน่วย คือกรมท่าอากาศยาน บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย และกรมทางหลวงชนบท ได้ข้อสรุปจากการตรวจทดสอบระบบในสนามบินบริเวณรันเวย์และการตรวจสอบความแข็งแรงของผิวทางวิ่งยังไม่สามารถดำเนินการเสร็จทันตามกำหนดวันที่ 11 ม.ค.จึงต้องประกาศปิดสนามบินเพิ่มอีก 2 วัน คือวันที่ 12-13 ม.ค.หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย คาดว่าจะสามารถเปิดทำการบินได้ในวันที่ 14 ม.ค.นี้แน่นอน หากการตรวจสอบระบบความปลอดภัยรันเวย์สนามบินแล้วเสร็จ

ผวาไอ้เข้ยักษ์ “นาเดีย” โผล่

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านหมู่ 8 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง นครศรีธรรมราช แจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชช่วยเข้าจับจระเข้ที่สงสัยว่าจะเป็นจระเข้ยักษ์ชื่อ “นาเดีย” ที่มีข่าวหายไปจากคอกกรงขังจระเข้ภายในสวนสัตว์ทุ่งท่าลาดที่ตั้งอยู่ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 หรือทุ่งท่าลาด อ.เมืองนครศรีธรรมราช และมีชาวบ้านเห็นลอยโผล่ขณะนั่งเรืออยู่ในชุมชนที่ถูกน้ำท่วมสูง หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ออกไปไล่ล่า แต่ไม่พบร่องรอย สอบถามชาวบ้านยืนยันว่าเกล็ดบนหลังของจระเข้ตัวนี้มีสีเหลือบเหลืองตรงกับลักษณะของเจ้านาเดียที่หลุดออกจากสวนสัตว์ จึงจัดกำลังเร่งค้นหา เนื่องจากกลัวว่าจะไปทำร้ายชาวบ้าน

ทัพภาค 4 นำ ฮ.บินสำรวจพื้นที่

เช้าวันเดียวกัน ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 นำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพน้ำ พบว่ายังมีน้ำท่วมขังอยู่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทยหรือเขตลุ่มน้ำปากพนัง ส่วนพื้นที่ อ.สิชล อ.นบพิตำ และ อ.ท่าศาลา พบร่องรอยความเสียหายทั้งถนนหนทาง บ้านเรือนประชาชน และป่าไม้อย่างหนัก ขณะที่การเดินทางเข้าพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่ในภาวะเครียด ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม แม้ว่าทางราชการและเอกชนจะระดมความช่วยเหลือเข้าไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยกว้างมาก บางคนต้องขุดหัวมันและปลาที่พอหาได้มาปิ้งเผากินประทังความหิวโหย

นำเรือผลักดันน้ำช่วยปากพนัง

ด้าน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารเรือจากกรมอู่ทหารเรือที่มาติดตั้งเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 เครื่อง บริเวณสะพานข้ามคลองระบายน้ำฉุกเฉิน ใกล้กับโรงแรมซีเครีสอร์ต หมู่ 2 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังออกสู่ทะเลอ่าวไทยโดยตรง โดยใช้เวลา 15-20 วันในการระบายน้ำลงสู่ทะเลจนลดลงเป็นปกติ ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้หารือกับนายสมเกียรติ ทิศนุ่น ประธานชมรมคนลุ่มน้ำปากพนังพึ่งพาตนเอง เพื่อระดมเรือประมงขนาดกลาง 30 ลำมาติดเครื่องยนต์ผลักดันน้ำออกสู่ทะเลเพื่อช่วยผลักดันน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ให้ลดลงรวดเร็วกว่าเดิม คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 1 สัปดาห์

ทหารลงแขกเกี่ยวข้าวจมน้ำ

ขณะเดียวกัน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะยังได้นำถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 40 ชุดมอบให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยบ้านนาป่าไทร หมู่ 5 ต.คลองลุ อ.กันตัง จ.ตรัง โดยมีนายปรีชา ตั้นซ้าย นายก อบต. คลองลุ ให้การต้อนรับพร้อมนำกำลังทหารจาก 15 พัน.4 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ จ.ตรัง 30 นาย ร่วมลงแขกช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวที่จมน้ำเพื่อไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ สำหรับอำเภอกันตังเป็นพื้นที่ปลายน้ำรองรับน้ำจากแม่น้ำตรังไหลออกสู่ทะเลอันดามันที่ อ.กันตัง มีพื้นที่น้ำท่วม 6 ตำบลคือ ต.ควนธานี ต.โคกยาง ต.ย่านซื่อ ต.บางหมาก ต.บางเป้า และ ต.คลองลุ นาข้าวเสียหายไปแล้วกว่า 35 ไร่

ระทึกหินยักษ์ร่วงจากยอดเขา

ส่วนที่วัดเขาน้อย หมู่ 2 ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง สตูล เกิดหินภูเขาน้อยถล่มลงมาจากยอดเขาปิดเส้นทางหมู่บ้านใกล้ถนนสายตรัง-สตูล บางก้อนมีขนาดใหญ่กว่ารถบรรทุก 6 ล้อปิดทางสัญจร และยังไปขวางร่องน้ำสาธารณะ นายออหนี อาดำ อายุ 45 ปี หัวหน้าค่ายมวยเกียรติเขาน้อย อยู่ห่างจากภูเขาแค่ 50 เมตร เล่าเหตุการณ์ ขณะพานักมวยในค่าย 10 คนวิ่งออกกำลังกายตอน 7 โมงเช้า มาถึงบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุเห็นก้อนหินเล็กๆร่วงลงมาก่อน เลยบอกให้นักมวยหยุด สักพักมีเสียงดังคล้ายเสียงยางรถ 10 ล้อระเบิด และมีหินก้อนโตร่วงลงมาหลายก้อนจนต้องวิ่งหนี ดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย ด้านนายสุรศักดิ์ กนกเนตรจมร ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สตูล กล่าวว่า ภูเขาใน จ.สตูล ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ประกอบกับที่ผ่านมามีฝนตกหนัก ทำให้น้ำฝนกัดเซาะหินและดินสไลด์ลงมาหลังเกิดเหตุได้ประสานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สตูล ไปตรวจสอบและนำก้อนหินที่ขวางทางออกจากพื้นที่

คลื่นลมสงบ-เปิดหมู่เกาะพีพี

นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า ภายหลังจากคลื่นลมแรงและฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และเรือล่ม กระทั่งทางจังหวัดกระบี่ได้ประชุมร่วมกับอุทยานฯประกาศแจ้งปิดให้บริการนักท่องเที่ยวชั่วคราว ล่าสุดสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทางอุทยานฯจึงประกาศเปิดให้เข้าชมอุทยานฯได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ขอให้ชาวเรือและเรือนำเที่ยวติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

น้ำ-โคลนเข้าบ้านเสียหายยับ

ขณะที่ชาวบ้าน ต.ทับปริก ต.กระบี่น้อย และเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ต่างนำข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นที่นอน หมอน ตู้เสื้อผ้า และตู้เก็บข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจาไหลหลากเข้าท่วมและซัดเอาดินโคลนเข้าบ้านเสียหายย่อยยับใช้การไม่ได้ออกมากองหน้าบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองกระบี่นำไปทิ้ง บางบ้านแทบไม่เหลือสิ่งของเครื่องใช้เลย ส่วนบางครอบครัวถูกน้ำซัดบ้านพังเสียหาย ด้านนายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกระบี่ เผยว่า ได้เปิดศูนย์รับแจ้งความเสียหายที่เทศบาลเมืองกระบี่ ตลอด 3 วันที่ผ่านมา รับแจ้งแล้วกว่า 700 หลังคาเรือนใน 3 ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมคือชุมชนเมืองเก่าพัฒนาชุมชนรวมใจชน และชุมชนบ้านท่าคลอง รวมผู้เดือด ร้อนกว่า 5,000 คน คาดว่าคงใช้เวลานับเดือนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากความเสียหายกินบริเวณกว้าง และบางพื้นที่น้ำท่วมสูงสุดกว่า 3เมตร

พัทลุงพื้นที่ริมทะสาบยังหนัก

จ.พัทลุง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำเริ่มลดเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะริมเทือกเขาบรรทัด ได้แก่ อ.ป่าบอน อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ตะโหมด อ.ศรีบรรพต และ อ.ป่าพะยอม มีเพียงพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลามีน้ำท่วมสูง 1-1.50 เมตร ประกอบด้วย อ.ควนขนุน อ.เมืองพัทลุง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และอ.ปากพะยูน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและองค์กรการกุศลนำอาหารและถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ มีทีมแพทย์ลงพื้นที่รักษาผู้ป่วย และรักษาสภาพจิตใจหลังพบว่ามีประชาชนจำนวนมากป่วยเป็นโรคเครียด และโรคซึมเศร้าจากความเสียหายช่วงน้ำท่วม สำหรับ จ.พัทลุง มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 11 อำเภอ 65 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 128,036 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 ศพ

ทอ.ส่ง ฮ.ช่วยลำเลียงถุงยังชีพ

ด้าน พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เป็นผู้แทนกองทัพอากาศเดินทางลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำถุงยังชีพ จำนวน 500 ถุง เรือพร้อมไม้พาย เวชภัณฑ์และยาสามัญ เสื้อกันฝน เสื้อชูชีพ รองเท้ายางเดินในน้ำไปมอบให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัย โดยกองทัพอากาศจัดเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 11 (EC-725) และเครื่องบินโจมตีแบบธุรการที่ 2 (Peacemaker) ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เป้าหมายที่น้ำท่วมล้อมรอบและไม่สามารถส่งถุงยังชีพทางบกได้ ที่ ต.ทุ่ง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และบินสำรวจถ่ายภาพพื้นที่ประสบภัย และเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 11 (EC-725) บินเข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อลำเลียงถุงยังชีพมอบให้ประชาชนด้วยการโรยตัวลงไปในพื้นที่

การรถไฟฯเร่งซ่อมรางชำรุด

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยว่า การรถไฟฯติดตามสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมภาคใต้ต่อเนื่อง ล่าสุดกรณีน้ำท่วมทางรถไฟขาดที่ กม.377/9-378/4 ระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง หลังน้ำลดเกือบเข้าสู่ภาวะปกติได้สั่งการเร่งด่วนให้ฝ่ายการช่างโยธาดำเนินการซ่อมปรับปรุงทางโดยทันที สามารถซ่อมแซมทางได้แล้ว 300 เมตร อย่างไรก็ตาม จุดที่ลงหินมีความเสียหายค่อนข้างหนักมาก ลำบากต่อการดำเนินการ อาจต้องใช้เวลาในการปรับปรุงประเมินว่าน่าจะเปิดทางได้วันที่ 12 ม.ค. แต่เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร การรถไฟฯเปิดให้บริการเดินรถได้ถึงสถานีประจวบคีรีขันธ์เท่านั้น

บขส.เปิดเดินรถ 26 เส้นทาง

นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) กล่าวว่า ขณะนี้ บขส.เปิดเดินรถไปยังเส้นทางสู่จังหวัดภาคใต้ทั้ง 26 เส้นทางตามปกติ แต่ปรับเวลาเดินรถ โดยให้รถโดยสารที่วิ่งเส้นทางภาคใต้ทั้งเที่ยวไป-เที่ยวกลับออกจากสถานีขนส่งเร็วขึ้น เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้การจราจรติดขัดและทำให้การเดินทางล่าช้าใช้เวลาเดินทางมากขึ้นจากปกติ 2-3 ชั่วโมง อีกทั้งการปรับเวลาเดินรถจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อต่อรถไปยังจังหวัดอื่นๆด้วย ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตารางเดินรถได้ที่สถานีเดินรถ บขส. หรือโทร. Call Center 1490 เรียก บขส.ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกันสังคมลดเงินสมทบ

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติให้ลดอัตราเงินสมทบและขยายเวลานำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้กับนายจ้างลูกจ้างที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ดังนี้ 1.ลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง ลูกจ้าง ในเขตพื้นที่อุทกภัย 12 จังหวัดภาคใต้ ฝ่ายละร้อยละ 2 (ลดจากฝ่ายละร้อยละ 5 เหลือฝ่ายละร้อยละ 3) เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2560 ส่วนผู้ประกันตนจ่ายเดือนละ 288 บาท 2.ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนของเดือนมกราคม- มีนาคม 2560 โดยไม่เสียเงินเพิ่ม และ 3.สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย พ.ศ.2560 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ไม่สามารถทำงานได้หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายวัน ทั้งนี้ไม่เกิน 180 วัน

ปภ.สรุปน้ำท่วมใต้แล้ว 31 ศพ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. เป็นต้นมา เกิดอุทกภัย วาตภัย และน้ำป่าไหลหลากในภาคใต้รวม 12 จังหวัด 117 อำเภอ 700 ตำบล 5,145 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 394,509 ครัวเรือน 1,188,871 คน ผู้เสียชีวิต 31 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 17 แห่ง ถนน 592 จุด คอสะพาน 106 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ ยะลา และระนอง ยังคงมีสถานการณ์ใน 10 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 94 อำเภอ 579 ตำบล 4,073 หมู่บ้าน

น้ำท่วมใต้สูญเฉียด 2 หมื่นล้าน

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้ประเมินผลกระทบความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ น่าจะมีมูลค่าความเสียหาย 15,000-20,000 ล้านบาท ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือเกษตรกร นักท่องเที่ยว โรงงาน และภาคอุตสาหกรรม ต่างๆ โดยระบบโลจิสติกส์ที่เป็นกระบวนการขนส่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก และต้องใช้ระยะเวลาเยียวยาให้กลับมาเหมือนเดิม ส่วนสินค้าได้รับผลกระทบมากที่สุดคือยางพารา แต่หากมองว่ากระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของไทยมีน้อยมากหรืออาจไม่กระทบเลย

ธารน้ำใจหลั่งไหลซับน้ำตาใต้

ขณะที่ธารน้ำใจจากทั่วประเทศยังคงหลั่งไหลช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ โดยที่ศูนย์กระจายสินค้า สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด นายนันทวัฒน์ แก้วอำดี สหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำข้าวสารหอมมะลิ 67 ตันไปแจกจ่ายในพื้นที่ภาคใต้ ส่วน พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบสิ่งของบริจาคที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมือง นครราชสีมา ส่งมอบให้พี่น้องภาคใต้ในวันที่ 12 ม.ค. ด้านนายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย จัดตั้งศูนย์รับเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 จ.นครปฐม ปล่อยขบวนคาราวานรถบรรทุกสิ่งของบริจาคไปให้ผู้ประสบภัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

“สมเด็จช่วง” ช่วยพระ-สามเณร

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระ สังฆราช ได้มอบหมายให้พระปิฎกโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นำปัจจัยในนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จำนวน 2 ล้านบาท ไปมอบให้แก่พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนใต้ เพื่อนำไปช่วยเหลือวัด พระภิกษุ สามเณร และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ยังมีคำสั่งให้คณะสงฆ์หนใต้ตั้งศูนย์ในการให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์ ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ศูนย์ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราชด้วย

สหรัฐฯบริจาคเงิน 3.5 ล้านบาท

ด้านเว็บไซต์เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่สารจากนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยระบุว่า ในนามประชาชนชาวอเมริกัน ขอแสดงความเสียใจและเห็นใจเป็นอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวไทยที่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเนื่องจากอุทกภัยในภาคใต้ ฝนที่ตกหนักผิดฤดูกาลในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในกว่า 12 จังหวัดภาคใต้ ขณะนี้มีผู้ประสบภัยกว่า 1 ล้านคน และเสียชีวิตแล้วกว่า 20 คน ความเสียหายจากฝนตกหนักและน้ำท่วมได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง สหรัฐอเมริกาจึงขอร่วมใจกับประชาชนชาวไทย โดยจะมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ผ่านองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID) ให้แก่มูลนิธิ SAVE THE CHILDREN ในการดำเนินงานบรรเทาทุกข์ แก่ประชาชนในจังหวัดที่ประสบภัย

ยึดหลักเกณฑ์ช่วยน้ำท่วมปี 54

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 16.30 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาลรับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จากนั้นเป็นประธานประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยสาธารณภัย โดยนายออมสินให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า จะมีการจัดงานรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในวันที่ 15 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เวลา 18.00 น. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และรัฐมนตรี ร่วมงานเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ บริจาคเงินและสิ่งของไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิจารณาจากหลักเกณฑ์เมื่ออุทกภัยปี 54 เช่น การช่วยเหลือค่าทำศพผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท กรณีบ้านเสียหายทั้งหลังจะสร้างบ้านให้ใหม่ หรือกรณีที่บ้านเสียหายบางส่วนจะดำเนินการซ่อมแซม รวมถึงจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือ นายกฯ ได้พูดในที่ประชุม ครม.ถึงการบริหารจัดการพื้นที่ใหม่ เนื่องจากสาเหตุน้ำท่วมคือการสร้างถนนขวางทางน้ำ รวมถึงการวางผังเมืองที่ยังไม่ดีพอ นายกฯจึงสั่งการกระทรวงคมนาคมให้สร้างท่อลอดถนนที่ขวางทางน้ำ เป็นต้น