ศพเปลือยฝังดิน ทอมเหยื่อแก๊งอํามหิต ทีมสืบแกะรอยขุดในรีสอร์ต - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ศพเปลือยฝังดิน ทอมเหยื่อแก๊งอํามหิต ทีมสืบแกะรอยขุดในรีสอร์ต

จับแล้วนักร้อง‘ดาว’ตัวชนวน เหลือ‘อดีตตร.-2ทหารเหี้ยม’

พบแล้วศพสาวทอมถูกฆ่าฝังดินในรีสอร์ตเมืองกาญจน์ รวบเพิ่มอีก 2 แก๊งอุ้ม คนแรก “ดาว” สาวสนิท ผกก.สภ.บ้านโป่ง ชนวนอุ้มสาวหน้าหล่อถูกตะครุบได้ที่บุรีรัมย์ อีกคน เป็นพลเรือนติดต่อขอมอบตัวกับสืบใหญ่นครบาลที่เมืองกาญจน์ เหลืออีก 3 คนยังหลบหนี เป็นทหารและอดีตตำรวจ ขณะที่ “ไอ้โจ๊ก” เจ้าของรถกระบะถูกตำรวจคุมไปทำแผนชี้บ้านอดีตตำรวจคนดัง ยังปากแข็งแค่ขับมาส่งเท่านั้น เผยเหตุ พ.ต.อ.สั่งให้อุ้มไปสั่งสอน เป็นเพราะสาวหล่อมายืมเงิน 4-5 ล้านบาท จากสาวคนสนิทไปปรนเปรอหญิงอื่น ด้าน ทบ.ยัน ไม่ปกป้อง 2 ทหารร่วมแก๊ง

กรณี น.ส.สุภัคสรณ์ หรือหญิง พลไธสง อายุ 28 ปี สาวทอมหน้าตาดี อาชีพนักร้องร้านอาหารอีสาณหมู่เฮา ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ถูกอุ้มหายไปตั้งแต่คืนวันที่ 13 ธ.ค.59 ในพื้นที่ สน.หนองค้างพลู ต่อมาศาลจังหวัดตลิ่งชัน อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดี 7 คน มีทั้งทหาร ตำรวจในและนอกราชการร่วมกับพลเรือน มี พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก. สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อายุ 58 ปี ถูกกล่าวหาจ้างวานฆ่า สาเหตุไม่พอใจที่ น.ส.สุภัคสรณ์ มาติดพัน น.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์ กิ๊กสาวที่ตัวเองชอบพอและเป็น 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ต่อมา พ.ต.อ.อำนวย ได้ติดต่อขอมอบตัวเมื่อค่ำ วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา และถูกนำตัวไปสอบสวนต่อที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง เบื้องต้น พ.ต.อ.อำนวยยังคงให้การภาคเสธ

ความคืบหน้าในคดีอุ้มสาวหน้าหล่อ เมื่อเช้าวันที่ 11 ม.ค. มีรายงานว่าเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น. 9 ได้คุมตัวนายนิวัฒน์ สวยทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/4หมู่ 2 ต.ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ เข้าไปในห้องประชุม บช.น. โดยเวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้เดินทางเข้าสอบปากคำ พ.ต.อ.อำนวย และนายนิวัฒน์ ด้วยตัวเอง

กระทั่งเวลา 00.10 น. วันที่ 11 ม.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ออกมาเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 59 มีรายงานแจ้งความร้องทุกข์ มีกลุ่ม ชายฉกรรจ์มาอุ้มผู้หญิงลักษณะเป็นทอมคนหนึ่งในพื้นที่ สน.หนองค้างพลู และไม่มีใครพบอีกเลย ได้ติดตามตัวหญิงทอมดังกล่าว และติดตามผู้กระทำผิดมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 ม.ค. มีข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำความผิด ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 1 ในนั้นคือ พ.ต.อ.อำนวย และหลังจากรู้ว่าโดนหมายจับ ได้รับคำสั่งจาก รรท.ผบช.ภ.7 ให้เดินทางมามอบตัวที่ บช.น. ได้ใช้เวลาสอบสวนด้วยตัวเอง เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการที่จะได้ข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ พ.ต.อ.อำนวยยังคงให้การภาคเสธ ยอมรับว่ามีปัญหากับหญิงทอมจริง และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำตัวหญิงทอมไปสั่งสอนเท่านั้น ส่วนรายละเอียดต่างๆขอให้อยู่ในสำนวน ขณะนี้มีผู้ต้องหาขอเข้ามอบตัว 2 ราย คือ พ.ต.อ.อำนวย และนายนิวัฒน์ สวยทอง อายุ 32 ปี ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย

ผบช.น.กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะให้ ผกก.สน.หนองค้างพลู รับตัวทั้งคู่ไปแจ้งข้อกล่าวหา สอบสวนดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ยืนยันว่ามีมาตรฐานในการทำงาน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน ในความจริง ศาลออกหมายจับไว้หลายคน แต่เนื่องจากสื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปล่วงหน้า ผู้ต้องหาบางรายที่กำลังติดตามอยู่รู้ตัว ไหวตัวหลบหนีไปก่อน ทำให้ทำงานยากขึ้น แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดต่อไป

จากนั้นในเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้คุมตัว พ.ต.อ.อำนวย และนายนิวัฒน์ เดินทางมากักไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.หนองค้างพลู โดยแยกขัง อย่างไรก็ตามในช่วงเช้า จากการสังเกตและสอบถามสิบเวร พ.ต.อ.อำนวย ยังมีสีหน้าแจ่มใส อารมณ์ดีพูดคุยได้ตามปกติ มื้อเช้าสามารถรับประทานข้าวกล่องที่เจ้าหน้าที่จัดหาไว้ให้จนหมดเกลี้ยง กระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. มีชายและหญิง 5 คน เข้าติดต่อขอเยี่ยม พ.ต.อ.อำนวย ใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 20 นาที ก่อนเดินทางกลับ หนึ่งในนั้นให้สัมภาษณ์สั้นๆทั้งหมดมีศักดิ์เป็นอาและน้อง พ.ต.อ.อำนวย มาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มาวันนี้เพื่อขอเข้าไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ ยังไม่ได้เตรียมการมาขอยื่นประกันตัวในชั้นสอบสวน ได้พูดคุยแล้วเจ้าตัวยังมีอารมณ์สดชื่นแจ่มใส

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยอีกครั้งว่า พ.ต.อ.อำนวยให้การภาคเสธ บอกแค่นำตัว น.ส.สุภัคสรณ์ ไปสั่งสอนด้วยการตบหัวเท่านั้น ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ได้แบ่งทีมทำงานเป็น 3 ทีม คือ ชุดเร่งรัดติดตามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ชุดพนักงานสอบสวนทำสำนวน และชุดติดตามหาบุคคลที่สูญหาย ส่วนพ.ต.อ. อำนวย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว และจะนำตัวฝากขังศาลในวันที่ 12 ม.ค.นี้

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำ พ.ต.อ.อำนวย ได้ให้การถึงสาเหตุในการสั่งสอน น.ส.สุภัคสรณ์ เพราะมาขอยืมเงิน น.ส.กรรณิกา หรือ “ดาว” กรุมรัมย์ 1 ในผู้ต้องหา และเป็นผู้หญิงที่พ.ต.อ.อำนวยมาติดพันเป็นเงิน 4-5 ล้านบาท ทั้งๆที่เงินดังกล่าวเป็นของพ.ต.อ.อำนวย แต่มาผิดใจกันเพราะ น.ส.สุภัคสรณ์นำเงินจำนวนนี้ไปเลี้ยงผู้หญิงอื่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

ในส่วนของนายนิวัฒน์ หรือ “โจ๊ก” สวยทอง อายุ 32 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี ที่ถูกตำรวจจับกุมได้ในช่วงดึกวันที่ 10 ม.ค. ให้การค่อนข้างเป็นประโยชน์ โดยยอมรับว่ามากับผู้ต้องหารายอื่นๆ ก่อเหตุอุ้ม น.ส.สุภัคสรณ์ขึ้นรถกระบะไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นรุ่งเช้าวันที่ 14 ธ.ค.59 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก3คน คือ ร.ท.ชัยยุทธ หรือ “จบ” เบ็ญชาติ อายุ 41 ปี และนายภาณุเมศวร์ หรือ “จิ๋ว” มีลา อายุ 34 ปี พลทหารสังกัด มทบ.17 และนายสามารถ แสงสิน อายุ 50 ปี อดีตตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี พาน.ส.สุภัคสรณ์ออกจากเซฟเฮาส์ไป ทราบว่าทั้ง 3 คน ได้ทำร้าย น.ส.สุภัคสรณ์ และน่าจะนำร่างไปทิ้งไว้ในพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ห่างเซฟเฮาส์ประมาณ 30 กม.

ในส่วนนี้ ช่วงสายวันเดียวกัน พ.ต.ท.อดิศร แก้วโหมดตาด รอง ผกก. (สอบสวน) สน.หนองค้างพลู เจ้าของคดีพร้อมฝ่ายสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ได้ควบคุมตัวนายนิวัฒน์ เดินทางไปที่ สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รวมทั้งเก็บหลักฐานจากรถกระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ฒษ 4515 กรุงเทพมหานคร ของนายนิวัฒน์ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนคุมตัวไปยังบ้านเลขที่ 170/3 ซอยวาสนา หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ของนายสามารถ แสงสิน อายุ 50 ปี 1 ในผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีพื้นที่โล่งเป็นลานดินกว้าง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ นายนิวัฒน์อ้างว่า ขับรถกระบะนำตัว น.ส.สุภัคสรณ์ มาส่งให้นายสามารถ ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่ทราบเหตุการณ์หลังจากนั้น

สำหรับที่บ้านหลังดังกล่าว มีญาติๆของภรรยานายสามารถดูแลและแจ้งตำรวจว่า นายสามารถ ไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ได้ให้นายนิวัฒน์ไปชี้จุดที่ขับรถมาจอด นายนิวัฒน์พยายามบ่ายเบี่ยงการตอบคำถาม อ้างเพียงว่า แค่ขับรถมาส่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นายนิวัฒน์ชี้จุดแล้ว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำอุปกรณ์สารเคมี มาตรวจหารอยนิ้วมือแฝง ที่อาจจะติดอยู่ตามโต๊ะและเก้าอี้ไม้อย่างละเอียด ก่อนคุมตัวกลับไปที่ สน.หนองค้างพลู

ขณะที่ พ.ต.ท.อดิศร แก้วโหมดตาด รอง ผกก. (สอบสวน) สน.หนองค้างพลู กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชา เร่งรัดให้คลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ คดีมีความคืบหน้าไปมาก แนวทางการสอบสวนนายนิวัฒน์ หรือโจ๊ก สวยทอง ผู้ต้องหารับสารภาพร่วมกับพวกก่อเหตุอุ้ม น.ส.สุภัคสรณ์ ทำหน้าที่ขับรถพามาส่งที่บ้านหลังนี้ แต่ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.สุภัคสรณ์ เพียงแค่ทำหน้าที่ขับรถมาส่งเท่านั้น

ด้านการไล่ล่าผู้ต้องหาที่เหลือ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมเพิ่มอีก 2 คน เมื่อเวลา 13.15 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.ศรัญญู ต๊ะปัน รอง สว.สส.สน.หนองค้างพลู เข้าประสาน พ.ต.ท.สาธิต สถิตถาวร รอง ผกก.สส.ภ.จ.บุรีรัมย์ จับกุม น.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์ อายุ 38 ปี นักร้องสาวคนสนิท พ.ต.อ.อำนวย มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนำโฉนดที่ดินมาประเมินราคาเพื่อนำไปเป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัวหลังรู้ว่าถูกออกหมายจับในคดีนี้ ก่อนคุมตัวเข้ามาสอบสวนต่อที่ สน.หนองค้างพลู ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.และชุดสืบสวน บช.ภ.7 เดินทางไปในพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อรับตัว นายภูมิทัศน์ หรือ “อุ้ม” พิบูรณ์สวัสดิ์ อายุ 24 ปี ซึ่งประสานขอเข้ามอบตัว ก่อนถูกคุมตัวไปสอบสวนยัง บก.สส.บช.ภ.7 จ.นครปฐม

เบื้องต้น นายภูมิทัศน์ยอมรับว่า วันเกิดเหตุ นายนิวัฒน์เป็นคนขับพาตนกับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 คน คือ ร.ท.ชัยยุทธ หรือ “จบ” เบ็ญชาติ อายุ 41 ปี ทหารสังกัด พล.ร.9 และนายภาณุเมศวร์ หรือ “จิ๋ว” มีลา อายุ 34ปี ทหารชั้นประทวน สังกัดกองพันทหารช่างแห่งหนึ่ง ไปก่อเหตุโดยใช้วิธีขับรถกระบะปาดหน้า จยย.ของเหยื่อจนล้ม ที่หน้าเคอาร์แมนชั่น จากนั้นได้ช่วยกันลงไปยกรถ จยย.จอดไว้ข้างทาง ก่อนคุมตัว น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นรถแล้วขับวนออกจากซอยเพชรเกษม 116 แยก 8 มาทางพุทธมณฑล สาย 4 มุ่งหน้าไปอ้อมน้อย แวะรับนายสามารถ แสงสิน อายุ 50 ปี อดีตตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 คน แล้วมุ่งหน้าไปที่เซฟเฮาส์ในพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นชุดสืบวนได้คุมตัวส่ง สน.หนองค้างพลูเพื่อสอบสวนปากคำต่อไป โดยเฉพาะเบาะแส น.ส.สุภัคสรณ์ เป็นตายร้ายดีอย่างไร

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีนี้ได้จัดทีมสืบสวนออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ สำหรับกรณี น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ยังเป็นประเด็นที่ต้องดำเนินการสืบสวน ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า น.ส.สุภัคสรณ์ไปอยู่ที่ใด ส่วนจะเจอตัวหรือไม่เจอตัวจะทำให้มีปัญหาในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่จะให้ศาลเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการพิสูจน์ทราบเพื่อให้ศาลเข้าใจ สำหรับการจะมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง ออกจากราชการ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของต้นสังกัด คือ บช.ภ.7 ทั้งนี้คดีมีความคืบหน้าตามลำดับ

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีมี 2 ทหารร่วมแก๊ง “พ.ต.อ.” รับ ค่าจ้าง 2 แสน ว่า ทหารทั้ง 2 ราย สังกัด มณฑลทหารบกที่ 17 (มทบ.17) เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามจับกุมเพื่อมาดำเนินคดีนั้น โดยกองทัพบกจะอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย ขอย้ำว่าจะไม่ปกป้องกำลังพลที่กระทำความผิดใดๆทั้งสิ้น อีกทั้ง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำในเรื่องความประพฤติของกำลังพลอีกด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่นำโดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.และ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ได้สนธิกำลังกันจนกระทั่ง พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น. 9 ควานหาจุดพบศพคาดว่าเป็นสาวทอมเหยื่อโหด โดยถูกนำไปฝังไว้ที่หลังรีสอร์ตแห่งหนึ่งใกล้แม่น้ำแควน้อย ในพื้นที่ ต.หนองหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี อยู่ระหว่างที่ว่างของบ้าน 2 หลัง ข้างบ่อเกรอะ คาดว่าจะเป็นศพของ น.ส.สุภัคสรณ์ ตามที่มีการคาดการณ์กันไว้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ รวมถึงเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพื่อยืนยันให้ได้ว่าเป็นศพของผู้ใด

พล.ต.ท.ศานิตย์เผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ทำให้ทราบว่าสาวทอมเสียชีวิตแล้ว และถูกนำไปทิ้งในสถานที่ที่คุ้นเคยชื่อ สิตาฌานา รีสอร์ต พื้นที่ ต.หนองหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจค้นรีสอร์ตดังกล่าวและพบศพจริง เชื่อว่าน่าจะใช่ศพน.ส.สุภัคสรณ์ เบื้องต้นส่งศพไปที่นิติเวช เพื่อตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลและดีเอ็นเอเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ขุดลงพื้นดินไปประมาณ 1 เมตร พบศพถูกฝังนอนคว่ำหน้า เสื้อเปื่อยขาดไม่เห็นทรง เห็นรอยด้านหลังสักเป็นรูปฤาษีเดินดง มีรอยสักรอบแขนขวา ตรงกับตำหนิรูปพรรณผู้ตาย ส่วนท่อนล่างไม่ใส่อะไรเลย ทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะถูกละเมิดทางเพศด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้เร่งนำศพขึ้นจากพื้นส่งนิติเวชตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

ต่อมาเวลา 21.00 น. นายบุญชู พลไธสง บิดา น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง ได้นำเส้นผม เล็บ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู เพื่อเปรียบเทียบกับศพที่ขุดพบพร้อมยืนยันว่า บริเวณแขนขวาของบุตรสาวมีรอยสักคล้ายกับรอยสักบนศพที่ถูกขุดพบเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา รวมถึงบริเวณรอยสักยันต์บริเวณหลังของบุตรสาว มีลักษณะคล้ายกับศพที่พบเช่นกัน ตอนนี้ญาติบางส่วนได้เดินทางไปที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบดูว่าเป็นบุตรสาวหรือไม่ ส่วนจะเป็นบุตรสาวของตนหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย