บช.ภ.7 เจออีก 30 คน ทุจริตสอบ 'นายสิบ' - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

บช.ภ.7 เจออีก 30 คน ทุจริตสอบ 'นายสิบ'

ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตการสอบนายสิบตำรวจ เรียกประชุม 9 บช. และ บก.ตชด. พบทุจริตทั้ง บช.น. และ บช.ภ.7 อีกกว่า 30 คน ส่วนอีก 10 บช.รอตรวจซ้ำ สั่งสรุปผลสอบสวน 16 ม.ค.นี้ ส่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตัดสิน โมฆะทั้งหมดหรือบางส่วน ด้านคณะทำงานสอบสวนสืบสวนระดมทีมสอบสวนสืบสวนครึ่งร้อย รับมือ 3 กลุ่มเข้าข่ายกระทำผิดกว่า 500 คน เตรียมขอหมายจับกลุ่มทุจริตประเดิมลอตแรก ส่วนจิระพจน์ เทศกิจเขตปทุมวันตัวการใหญ่ ตำรวจคุมตัวสอบเครียดนำชี้จุดรับเงินกลางดึก ก่อนได้ปล่อยตัวชั่วคราว

จากกรณีที่ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศฝร.บช.น. นำเอกสารการหลักฐานการสอบ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีกลุ่มผู้ที่ทุจริตการสอบนายสิบตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบทำเป็นขบวนการใหญ่ มีนายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน เป็นตัวการใหญ่ จ้างนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทย์ และคณะวิศวะ ระดับหัวกะทิเป็นมือปืนเข้าสอบเพื่อเฉลยคำตอบให้กลุ่มทุจริตลอก มีผู้เข้าข่ายกระทำผิดกว่า 300 ราย ทุจริตชัดเจน 51 ราย ต่อมานายจิระพจน์เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ให้การอ้างว่าลงมือทำคนเดียวได้ค่าหัวละ 3-4 แสนบาท ส่วนนักศึกษามือปืนรับจ้างเข้าสอบได้หัวละ 5 พันถึง 2 หมื่นบาท ขณะที่การตรวจสอบทุจริตของทุกกองบัญชาการ พบมีการทุจริตที่ บช.ภ.7 เพิ่มอีกแห่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ผบ.ตร.จะยกเลิกผลการสอบหรือไม่นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ม.ค. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับตัวแทนจาก บช.ภ.1-9 บช.ศชต. และ บช.ตชด. หลังพบการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ (นสต.) ที่ บช.น. และ บช.ภ.7 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.อ.เดชณรงค์ รรท.รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปผลการประชุมแล้วเสนอให้ ผบ.ตร.พิจารณาในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ว่าจะให้การสอบดังกล่าวเป็นโมฆะทั้งหมด หรือโมฆะบางส่วน หรืออาจจะมีแนวทางอื่น โดยยึดหลักการทำงาน 3 ประการ คือ ต้องรวดเร็วในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องรอบคอบ สามารถแยกแยะได้ว่ามีการกระทำผิดในรูปแบบใดบ้าง และต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้สมัครสอบและสอบผ่านโดยสุจริต จากรายงานการตรวจสอบทุจริตที่นำเสนอในการประชุมทั้ง 12 บช. พบว่ามี 2 บช.พบพิรุธการทุจริตสอบได้แก่ บช.น. และ บช.ภ.7 ทั้งนี้ บช.ภ.7 มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 4,182 คน มาสอบ 3,746 คน พบทุจริตกว่า 30 คน ส่วนอีก 10 บช.ไม่พบการทุจริต มอบหมายให้ผบช. แต่ละภาค ไปตรวจสอบซ้ำนำหลักนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมตรวจสอบ

พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวต่อว่า สำหรับแรงจูงใจที่ทำให้มีการทุจริตเฉพาะ บช.น. กับ บช.ภ.7 อาจจะเป็นเพราะว่า ทั้ง 2 บช.มีพื้นที่ในเมืองหลวงและใกล้เมืองหลวง เป็นศูนย์รวมผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นจำนวนมาก ประกอบกับ บช.ภ.7 มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร ทำให้คนเก่งเหล่านี้เดินทางไปมาสะดวก ปะปนเข้ามาร่วมสอบเพื่อทุจริตได้ง่ายกว่าบช.ภาคอื่นๆ ส่วนการดำเนินกับผู้ทุจริตขณะนี้อยู่ระหว่างรวบพยานหลักฐานและออกหมายจับ แต่ไม่ขอเปิดว่ามีจำนวนเท่าไหร่ นอกจากนี้มอบหมายให้ บก.ป.เข้าไปร่วมตรวจสอบกับ บช.น. หากพบคนกระทำความผิดมากกว่านี้จะต้องเร่งดำเนินการ

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายจิระพจน์ให้การรับสารภาพว่าทำคนเดียว แต่ก็มีบางประเด็นที่พาดพิงไปถึงผู้อื่นบ้าง ซึ่งรายละเอียดก็ขอยังไม่เปิดเผยอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ยืนยันจะต้องทำให้คดีจบปราศจากข้อสงสัย หลังพนักงานสอบปากคำนายจิระ–พจน์แล้วได้นำตัวไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพเมื่อคืนวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ตั้งแต่การชักชวนเด็กจากสถานติวเตอร์ ไปจนถึงสถานที่นัดหมาย สถานที่รับมอบเงิน รวมไปถึงสนามสอบ นายจิระพจน์ให้การเป็นประโยชน์มาก ให้ความร่วมมืออย่างดี ส่วนที่ว่านายจิระพจน์ก่อเหตุที่สนามสอบอื่นอีก นอกจากสนามสอบพื้นที่ สน.หัวหมากหรือไม่ ตนไม่อยากให้ตื่นตระหนกพันพัวกันไปใหญ่ ขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า มีผู้ติดต่อขอเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนจำนวนมาก ยังไม่จัดว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ เนื่องจากบางรายได้รับการติดต่อแต่เจ้าตัวปฏิเสธถือว่าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น ขณะนี้ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบเพิ่ม สั่งให้พนักงานสอบสวนไปขอศาลอาญา ออกหมายจับนักศึกษามือปืนรับจ้างที่ทำหน้าที่มาเฉลยข้อสอบในห้องสอบในวันนี้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยจำนวนได้ การสืบสวนสอบสวนขบวนการทุจริตนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ไม่กำหนดกรอบระยะเวลาทำงาน แต่เน้นย้ำให้ทำงานให้ครบถ้วนรัดกุม จนคดีจบอย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของโรงเรียนกวดวิชาหรือสถานติวเตอร์นั้น ตรวจสอบพยานหลักฐานยังไม่พบว่าร่วมกระทำความผิด เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล ขณะที่เรื่องการยกเลิกผลการสอบทั้งหมดหรือไม่นั้น ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นผู้พิจารณา ซึ่งขอให้ทุกคนเชื่อว่าการตัดสินดังกล่าวจะเป็นการตัดสินด้วยความเป็นธรรมอย่างแน่นอน

ต่อมา พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ได้เรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีทุจริตการสอบนายสิบตำรวจ เพื่อวางแนวทางในการทำงาน และมอบหมาย หน้าที่ให้คณะทำงาน โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.อดุลย์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้เรียกประชุมเพื่อวางแนวทางในการทำงาน และสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยได้มีการแจ้งคำสั่งให้รับทราบเพื่อปฏิบัติ ซึ่งการประชุมได้ข้อสรุป 3 ส่วน คือส่วนแรกทีมทำงานศูนย์ฝึกอบรมที่ได้สืบสวนอะไรมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้น ซึ่งใช้เวลาไปประมาณ 1 เดือนแล้วให้เป็นศูนย์กลางและจัดเตรียมข้อมูล เพื่อนำมาเสนอให้ที่ประชุมทราบต่อไป อีก 2 วัน โดยข้อมูลน่าจะครบถ้วนแล้ว ส่วนที่สองเรื่องการทำงานจะแยกกันระหว่างทีมสืบสวนกับสอบสวน แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนจำนวน 41 คน คณะพนักงานสืบสวน 11 คน ทีมสืบสวนจะต้องไปรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุข้อมูลทางโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน กล้องวงจรปิดเพิ่มเติม

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ส่วนทีมสอบสวนจะต้องมาดูในการสอบสวน คาดว่ามีผู้ถูกสอบสวนจำนวนมาก จะแบ่งเป็นชุดนัดผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแบ่งเป็น 3 ชุด ชุดแรกเป็นกลุ่มที่มีพฤติการณ์ทุจริตสอบชัดเจนรวม 51 คน ชุดที่สองเป็นกลุ่มผู้สมัครสอบที่คัดลอกข้อสอบประมาณ 346 คน และกลุ่มที่สามเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยลอกข้อสอบ 178 คน มอบ หมายให้หัวหน้าทีมไปจัดกำลังที่จะปฏิบัติและสถานที่ใช้ในการสอบสวน จัดระบบในการทำงานให้มีความชัดเจน หากจำนวนผู้ที่ต้องสอบสวนมีจำนวนมากขึ้นอาจใช้กองบัญชาการตำรวจนครบาล สโมสรตำรวจ หรือห้องประชุมที่สามารถรองรับจำนวนคนได้มาก จะพิจารณาจากจำนวนอีกครั้ง จึงมอบหมายให้ฝ่ายสอบสวนไปจัดระบบ ในวันศุกร์ที่ 13 ม.ค.นี้ ให้มาวางแผนการทำงานให้มีความชัดเจน ส่วนที่ 3 การสอบสวนมีความคืบหน้ามากขึ้นมีการโยงใยไปถึงกลุ่มอื่น ซึ่งไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว จึงต้องมีการจัดระบบติดตามรายละเอียด เมื่อทีมสืบสวนได้ข้อมูลข้อเท็จจริงแล้วก็จะมามอบให้ทีมสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดี

“ส่วนการออกหมายจับพนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมูลเอกสารยังไม่ครบถ้วน ยังไม่สามารถยื่นศาลได้ การออกหมายจับจะทยอยออกทีละส่วน พยานหลักฐานพาดพิงถึงใครก็จะดำเนินการทั้งหมด ยังไม่สรุปจำนวนบุคคลที่ถูกออกหมายจับว่าจะเป็นกลุ่มไหนหรือบุคคลใดบ้าง คาดว่าอีก 2 วันจะมีความชัดเจนว่าใครทำอะไร ผิดอย่างไร ข้อหาอะไร ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมนั้นมีความเชื่อมโยงกับนายจิระพจน์ แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นกลุ่มไหนอย่างไร” รอง ผบช.น.กล่าว