วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาคใต้ฝนลดลง ทะเลฝั่งอันดามันตอนบนคลื่นยังแรง

ภาคใต้ฝนเริ่มลดลง ทะเลฝั่งอันดามันตอนบนคลื่นยังแรง สูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกฝั่งต่ออีกวัน ขณะที่ไทยตอนบน รวมทั้งกรุงเทพฯ มีฝนต่อถึงพรุ่งนี้ ...

วันที่ 12 มกราคม 2560 จากการตรวจสอบสภาพอากาศ กับไทยรัฐทีวี เดอะเวตเตอร์คอมพานี เผยภาพถ่ายดาวเทียมแสดงกลุ่มก้อนเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้าเมืองไทยตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจนถึง ณ ขณะนี้ พบว่าพื้นที่ภาคใต้ท้องฟ้าเริ่มโล่งโปร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มเมฆฝนที่ปกคลุมก่อนหน้านี้บางตาลง แต่ในพื้นที่ทางตอนบนยังคงมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมอยู่ในหลายจุด ซึ่งพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฝนในเช้านี้ ได้แก่ จ.ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น และตราด

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดฝนในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้ อย่างหย่อมความกดอากาศต่ำ ตอนนี้ได้เคลื่อนปกคลุมบริเวณอ่าวเมาะตะมะแล้ว และคาดว่าวันนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ซึ่งลักษณะเช่นนี้จึงทำให้พื้นที่ภาคใต้มีฝนลดลง แต่คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไปยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่มีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวานนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้นั้น ก็เนื่องมาจากได้รับอิทธิพลของลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่พัดเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนจากการเหนี่ยวนำของหย่อมความกดอากาศต่ำที่เลื่อนขึ้นมาเข้าใกล้ประเทศเมียนมา จึงทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นลักษณะของฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงในระยะแรก

หลังจากนั้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ไปจนถึงต้นสัปดาห์หน้า วันที่ 14 - 17 มกราคม พบว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลง โดยภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลงได้ประมาณ 3-6 องศาเซลเซียส, ภาคอีสาน อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลงได้ 1-3 องซาเซลเซียส

ในขณะเดียวกันในช่วงวันที่ 16-17 มกราคม ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย ก็จะมีกำลังแรงขึ้นด้วย จึงทำให้ภาคใต้มีกลับมามีฝนตกเพิ่มขึ้น และคลื่นลมก็มีกำลังแรงขึ้นเช่นกัน ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ต้องระวังอันตรายจากฝนที่จะกลับมาตกหนัก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

ส่วนภาพรวมสภาพอากาศในวันนี้แต่ละภาค เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีฝน ร้อยละ 80 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี และระยอง อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 องศาเซลเซียส