วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ผู้ประกันตน' เฮ สปส.เพิ่ม 12 สิทธิ

ช่วงสายวันที่ 11 ม.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไปเปรียบเทียบกับระบบประกันหลักสุขภาพแห่งชาติ โดยมีการระบุว่า ระบบประกันหลักสุขภาพแห่งชาติดีกว่าระบบประกันสังคมว่า ข้อมูลบางประเด็นไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาทาง พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการดูแลลูกจ้างผู้ประกันตน ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์และการให้บริการ ในระยะเวลา 1 ปีเศษที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านบริการทางการแพทย์ให้ผู้ประกันตนถึง 12 รายการ รวมทั้งให้ความสำคัญกับกลไกประชารัฐในการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนมีส่วนในการให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ นำมาปรับปรุงและพัฒนางานประกันสังคมเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุด

นพ.สุรเดชกล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกันระหว่าง 2 ระบบ หากเจาะลึกในรายละเอียดจะมีอยู่ 4 เรื่องใหญ่ คือ 1.ยาที่ใช้รักษาในระบบประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้รับยาในบัญชียาหลักเป็นขั้นพื้นฐาน และสามารถเบิกใช้ยาอื่นๆที่อยู่นอกบัญชียาหลัก โดยความเห็นของแพทย์ได้หมด แต่ในอีกระบบจะเป็นยาในบัญชียาหลักเท่านั้น 2.กรณีไตวายเฉียบพลัน การรักษาในระบบประกันสังคมจะจ่ายเพิ่มให้กับสถานพยาบาลครั้งละ 3,000 บาท โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ในระบบอื่นจะเป็นเหมาจ่ายอย่างเดียว

“ถัดมาข้อที่ 3.การบำบัดทดแทนไต กรณีไตวายเรื้อรัง ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมสามารถฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาอย่างถาวรตามสภาพของผู้ป่วย ขณะที่อีกระบบการเข้าถึงสิทธิจะต้องเริ่มจากการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาถาวรก่อนเท่านั้น และ 4.การปลูกถ่ายอวัยวะ ในระบบอื่น เช่น การปลูกถ่ายหัวใจ และปลูกถ่ายตับในเด็ก การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ กระจกตา การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด จำกัดปีละไม่เกิน 30 ราย ขณะที่ระบบประกันสังคม การปลูกถ่ายอวัยวะพร้อมกันมากกว่า 1 รายการ รวมถึงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด การผ่าตัดกระจกตา ทำได้ไม่จำกัดจำนวน นอกเหนือจากทั้ง 4 ข้อแล้ว ระบบประกันสังคมยังดูแลผู้ประกันตนครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญชราภาพ การคุ้มครองทุพพลภาพ และเสียชีวิต การคุ้มครองการว่างงานและสิทธิประโยชน์สงเคราะห์บุตรด้วย” นพ.สุรเดชกล่าว