วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังถอยดึงสหกรณ์สู่อ้อมกอด

สมาชิกต่อต้านหนัก-ลั่นเลิกประกันสุขภาพ

คลังทำไม่สำเร็จสักอย่าง หลังถูกสหกรณ์ออมทรัพย์ต่อต้านอย่างหนัก จากกรณีดึงสหกรณ์จากอ้อมอกกระทรวงเกษตรฯ เช่นเดียวกันค่ารักษาพยาบาลที่จะให้เอกชนดำเนินการก็ต้องยกเลิก หลังถูกต่อต้านจากแพทย์และข้าราชการ ขณะที่ก่อนหน้านี้ประกาศยกเลิกลดภาษีเครื่องสำอางลงเหลือ 0% ไปแล้ว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้กระทรวงการคลังจะเสนอธรรมาภิบาลที่ดีในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ดีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำแนวทางที่กระทรวงการคลังวางไว้ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม หลังจากที่กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) ได้หารือกับตัวแทนของสหกรณ์ออมทรัพย์มีข้อสรุปว่า สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนไม่ยอมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง หลังจากที่หารือกันแล้วหลายรอบ

“กระทรวงการคลังและผู้แทนสหกรณ์หารือกันหลายครั้งจนมีข้อสรุปว่า สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ของสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ยอมมาอยู่กับกระทรวงการคลัง เพราะเกรงกฎระเบียบที่เข้มงวดตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หลังจากเกิดเหตุเครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น”

ดังนั้น หากสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลกระทรวงการคลัง ตนก็จะเสนอให้ ครม.ออกหลักเกณฑ์ทางด้านธรรมาภิบาลเพื่อให้สหกรณ์ออมทรัพย์ และเดรดิต ยูเนี่ยนนำไปปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต เช่น ธรรมภิบาลทางด้านการปล่อยสินเชื่อ การบริหารเงินสดและการดูแลผู้ฝากเงิน เป็นต้น เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ เหมือนกับเครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น

นายสมชัย กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.พิจารณานั้น จะนำวิธีการปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ใช้ในการควบคุมดูแลธนาคารพาณิชย์ไปใช้กับสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิต ยูเนี่ยน แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะแยกแยะตามขนาดของสหกรณ์ออมทรัพย์ เช่น ขนาดใหญ่ กลางและเล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมและตรวจสอบจากกระทรวงเกษตรฯ

ส่วนกรณีที่ให้บริษัทประกันชีวิตเอกชนจะเข้ามาดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลข้าราชการนั้น ล่าสุด ตนได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการให้บริษัทเอกชนเข้ามาดูแลเรื่องรักษาพยาบาลข้าราชการแล้ว เพราะถูกต่อต้านจากแพทย์ที่อยู่ข้างเดียวกับบริษัทยาและข้าราชการอย่างหนัก โดยจะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้กรมบัญชีกลางดำเนินการเหมือนเดิม เช่น การเพิ่มความเข้มงวดในการเบิกจ่ายเงิน การควบคุมใช้บัญชียาหลักและการควบคุมค่ารักษาโรค เป็นต้น โดยในปีงบประมาณ 2559 กรมบัญชีกลางได้รับมอบวงเงินค่ารักษาพยาบาล 60,000 ล้านบาท แต่เมื่อถึงสิ้นปีงบ ประมาณ 2559 ค่ารักษาพยาบาลมีการเบิกจ่ายจริงถึง 71,000 ล้านบาท

ส่วนนโยบายใหม่ๆของกระทรวงการคลังในปีนี้ ล่าสุด ได้สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปค้นหาแนวทางการเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศชาติจากดุลบริการ หลังจากดุลการค้าทางด้านการส่งออกไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยดุลบริการที่สามารถดำเนินการได้คือ การเป็นศูนย์กลางทางด้านรักษาพยาบาลและทางด้านการศึกษา เป็นต้น โดยจะเน้นไปที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นกรณีพิเศษเหมือนกับที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐ

นายสมชัยกล่าวว่า นอกจากการลงทุนของภาคเอกชนที่จะช่วยทำให้เกิดจุดเปลี่ยนประเทศไทยได้แล้ว ในปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ใส่งบประมาณไว้ถึง 10,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะมีส่วนช่วยในการดึงดูดอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น และเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เอกชนของไทยมีการลงทุนตาม

“กระทรวงการคลังน้อยใจมากที่ในปีที่ผ่านมา ภาคเอกชนไม่ยอมลงทุน ทั้งๆที่ได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการทางภาษีมากสุดในประวัติศาสตร์ ทั้งอ้อนวอน ทั้งประชาสัมพันธ์ไปมากมาย โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการลง ทุนมาหักภาษีได้ถึง 2 เท่า เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงาน การซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งมาตรการนี้ได้สิ้นสุดไปแล้วเมื่อสิ้นปี 2559 แต่เอกชนก็ยังไม่ยอมลงทุน แต่เราก็เข้าใจ ในเมื่อคุณไม่มั่นใจ คุณก็ไม่อยากลงทุน พอมาปีนี้นักลงทุนจะมาขอขยายมาตรการด้านการลงทุนเพิ่มอีก คงต้องรอดูนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ที่จะพิจารณาอีกรอบหรือไม่ และกำลังพิจารณาเงื่อนไขอยู่ เช่น การลงทุนในปีนี้ ต้องมากกว่าปีที่แล้ว เป็นต้น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ปลัดกระทรวงการคลังได้ประกาศยกเลิกมาตรการลดภาษีสินค้าคอสเมติกส์ เช่น น้ำหอม ลิปสติก เป็นต้น ลงเหลือ 0% ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.60 เนื่องจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เพราะการลดภาษีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยในประเทศ.