บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศธ.ดี๊ด๊าได้ระดับ 10-9 เพิ่มอีก 24 เก้าอี้

จ่อโละกว่า 50 อัตราทิ้งเปิดตำแหน่งใหม่ ถก ก.พ.เปิดทางรองรับ ม.44

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของ ศธ. โดยกำหนดให้มี อ.ก.พ.กระทรวงเพียงคณะเดียว และให้มีการเกลี่ยอัตรากำลังใน ศธ.เพื่อกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งเป็นศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และรอง ศธภ.เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารของ ศธ.เกิดประสิทธิภาพนั้น สิ่งที่ ศธ.ต้องดำเนินการหลังจากนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือการรวม อ.ก.พ.ทั้ง 5 คณะขององค์กรหลักเป็น อ.ก.พ.กระทรวงเพียงคณะเดียว ซึ่ง ศธ.ต้องไปทำความตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เกี่ยวกับรายละเอียดการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมายจำนวนไม่เกินสามคน และกรรมการที่แต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงใน ศธ.จำนวนไม่เกินห้าคน เนื่องจากสัดส่วนและคุณสมบัติของ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการไม่เหมือนกับกระทรวงอื่น

“นอกจากนี้จะมีการสอบถามไปยังทุกองค์กรหลักว่ามีเรื่องใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ของ อ.ก.พ.ทั้ง 5 คณะ เพื่อ อ.ก.พ.กระทรวงชุดใหม่จะได้สานต่อ รวมทั้งจะสอบถามด้วยว่ามีการตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือ
คณะทำงานใดก่อนหน้านี้หรือไม่ในเรื่องใดบ้าง จะได้แจ้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการทำงาน ทั้งนี้ ในวาระเริ่มแรก อ.ก.พ.กระทรวงชุดใหม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ระหว่างนี้ให้หารือ ก.พ. และเร่งสรรหากรรมการให้ครบองค์ประกอบภายใน 90 วัน” ปลัด ศธ.กล่าว

ดร.ชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่า ส่วนการให้ ศธ.มี ศธภ.จำนวน 12 ตำแหน่ง และมีรอง ศธภ.12 ตำแหน่ง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นการเพิ่มตำแหน่งระดับ 10 และ 9 ขึ้นมาจำนวนถึง 24 ตำแหน่ง โดย ศธ.จะต้องไปเกลี่ยอัตรากำลังภายใน ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับองค์กรหลักในเบื้องต้นแล้ว โดยจะมีการเกลี่ยอัตราจากทั้ง 5 องค์กรหลัก จำนวนกว่า 50 อัตรา แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือน 25 อัตราและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกกว่า 30 อัตรา ซึ่งทุกอัตราจะเป็นตำแหน่งว่างที่ไม่มีคนครองอยู่ อย่างไรก็ตาม จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 18 ม.ค.นี้

ปลัด ศธ. กล่าวด้วยว่า จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ภายในเดือน ม.ค.นี้เพื่อตัดโอนอัตรา และเสนอไปยัง ก.พ.เพื่อขอกำหนดตำแหน่งต่อไป ซึ่งคาดว่า ก.พ.น่าจะเห็นชอบกำหนดตำแหน่งได้ภายในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ อ.ก.พ.กระทรวงน่าจะครบองค์ประกอบและมีการตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเพื่อทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้คาดว่าน่าจะสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ศธภ.และรอง ศธภ.ทั้ง 24 ตำแหน่งได้ภายในเดือน เม.ย.นี้.