พูดชัดสยบเจี๊ยวจ๊าว - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

พูดชัดสยบเจี๊ยวจ๊าว

ถือเป็นความกระจ่างที่มาพร้อมกับจุดปรับเปลี่ยน

ตามความชัดเจนแบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. แถลงข่าวชี้แจงด้วยตัวเองเลยว่า ได้รับการประสานจากสำนักราชเลขาธิการได้ทำเรื่องมาที่รัฐบาลว่า มีประเด็นที่ต้องหารือถึงเรื่องของหมวดพระมหากษัตริย์ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่องคมนตรีได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปแล้ว

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งว่า มีบทบัญญัติ 3-4 รายการที่จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชอำนาจของพระองค์

ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนแต่อย่างใด

หลังจากแก้ไขแล้วจึงไม่ต้องทำประชามติใหม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน

ขั้นตอนโรดแม็ปยังมีเหมือนเดิมทุกประการ เวลาทุกอย่างมีหมดตามกำหนด 240 วัน 150 วัน 90 วัน ทุกอย่างเริ่มสตาร์ตเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวรลงมา

ปลายปีนี้หลังพระราชพิธีพระบรมศพและบรมราชาภิเษกก็จะให้เดินการเมืองได้

พูดกันชัดถึงขั้นนี้ ก็น่าจะสยบเสียงเจี๊ยวจ๊าวไปได้พักใหญ่กับเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้ง

ที่แน่ๆตามกระบวนการที่มีการเร่งรัดอย่างเห็นได้ชัด ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถึงมติที่ประชุม ครม.ร่วมกับ สนช.ให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เป็นการด่วน

ทางวิป สนช.ก็มีมติให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม สนช.ในวันที่ 13 มกราคมทันที

โดยจะพิจารณา 3 วาระรวด ใช้กรรมาธิการเต็มสภา

ว่ากันตามเจตนาของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีการดึงเวลา

แต่นั่นก็ต้องเผื่อปัจจัย “ตัวแปร” ที่อาจสอดแทรกได้ ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์เปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่โรดแม็ปต้องคู่ขนานไปกับพระราชพิธี

ถือเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดหมาย

อย่างไรก็ดีมุมของการเลือกตั้งตามโรดแม็ป มันก็แค่เป้าหมายที่ผูกกับนักการเมืองกับนักลงทุนเท่านั้น จุดสำคัญมันยังมีเนื้องานด้านการปฏิรูปและการปรองดองที่ถือ

เป็นเรื่องโดยตรงของประชาชนคนไทยมากกว่า เพราะมันส่งผลถึงอนาคตในทางยาวๆ

ตามสถานการณ์แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องโชว์ความตั้งใจในการตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศในระยะที่ 2 เพื่อรองรับ “โมเดล” ที่เจ้าตัวร่างขึ้นเองกับมือช่วงหยุดปีใหม่

ภารกิจขันอาสาถือธงนำการปฏิรูป นำประเทศไทยคืนสู่ปกติสุข

ล้อไปกับระดับเสียงขานรับพิมพ์เขียวปรองดองฉบับของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน

ไม่นิรโทษกรรม แต่เปิดทางให้คนหนีคดีกลับมาต่อสู้คดี สามารถประกันตัวได้ คดีการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หากมอบตัวยอมรับผิดให้พักคดีไว้แบบมีเงื่อนไขห้ามยุ่งการเมือง ยึดสนามบิน สถานที่ราชการ ก่อการร้ายไม่เสียหาย ถือเป็นคดีไม่ร้ายแรง

มุกปรองดองเริ่มมีเสียงขานรับในเชิงบวก เสียงต้านเริ่มลดโทนลง

ในจังหวะการเผชิญชะตากรรมของบรรดาหัวขั้วอำนาจขัดแย้ง เจอของแข็งตามๆกัน

ล่าสุด “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มเสื้อแดงนปช. เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

เพราะสำนึกได้ และมีปัญหาสุขภาพ

ขณะที่อีกด้านก็มีข้อมูลจากสำนักข่าวอิศราว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีข้อกล่าวหา “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. ในฐานะอดีตรองนายกฯสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เนื่องจากส่อทุจริตต่อหน้าที่ราชการเกี่ยวกับการปล่อยให้สต๊อกน้ำมันปาล์มขาดแคลน เพื่อปั่นให้ราคาน้ำมันปาล์มในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เพื่อประโยชน์แก่พวกพ้องตน

พ่วงด้วยปมปกปิดทรัพย์สินที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และการออกเอกสารสิทธิที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย

“ลุงกำนัน” ส่อเค้าเหนื่อยหนัก

โดนชนักปักหลังในสถานการณ์แหลมๆเสียวๆพอดี.

ทีมข่าวการเมือง