บริการข่าวไทยรัฐ

ถึงเวลาลุย

โดย โจโจ้

เปิดฉากดวลหมัดอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย ที่เมืองย่าโม โดยจะไปจบในวันที่ 16 ม.ค. ซึ่งในปีนี้มีนักมวยชายหญิงเข้าร่วมกว่า 200 คน จะว่าไปแล้วทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นรายการแจ้งเกิดของนักชกหลายคน

นักชกทีมชาติต่างก็เคยผ่านเวทีนี้มาแล้ว ก่อนที่จะก้าวไปติดธงที่หน้าอก โดยนักชกที่โชว์ฟอร์มเข้าตาของ มร.เซเดโย หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชมวยสากลทีมชาติไทย ชาวคิวบา มีโอกาสเก็บเสื้อผ้าเดินเข้าสู่แคมป์ทีมชาติแน่นอน

ที่พิเศษของปีนี้คือ เฮดโค้ชคิวบาได้ประกาศก่อนแข่งว่า หากนักชกทีมชาติคนใดแพ้นักชกโนเนมมีโอกาสแพ็กกระเป๋ากลับบ้านสูง ในฐานะที่ได้เปรียบและมีประสบการณ์มากกว่า แต่ถ้าพลาดแพ้นักชกทีมชาติด้วยกันก็ต้องมาวิเคราะห์ว่าแพ้เพราะอะไร

ซึ่งก็นับเป็นเรื่องดี ต้องยอมรับว่าในยุคนี้มีนักชกที่เก็บตัวในสถาบันพัฒนากีฬามวยสากลแห่งชาติที่มวกเหล็กเยอะมากกว่า 70 คน มีทั้งเยาวชนและชุดใหญ่ เพราะเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกทัวร์นาเมนต์ที่ทางไอบากำหนด

ตั้งแต่ได้โค้ชคิวบามาคุมเข้มต้องยอมรับว่าสร้างระเบียบวินัยให้กับนักชกในแคมป์เยอะมาก มีการแข่งขันกันสูง หากนักชกคนไหนไร้ระเบียบหรือไม่ขยันซ้อม ไม่มีการพัฒนา ก็มีโอกาสหลุดโผ เพราะการจะประสบความสำเร็จต้องมีนักชกที่พร้อมและสมบูรณ์ที่สุด

ยิ่งในปีนี้มีทัวร์นาเมนต์ที่เยอะมาก ทั้งชิงแชมป์เอเชีย ซีเกมส์ ชิงแชมป์โลก บางรายการก็คาบเกี่ยวกัน อย่างชิงแชมป์โลกกับซีเกมส์ ทำให้ต้องใช้นักชกที่พร้อมไปลุยเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด

โดยที่ “บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมฯ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า จากนี้ไปจะส่งนักชกไปแข่งทุกทัวร์นาเมนต์ทั้งเล็กและใหญ่ เพื่อหวังให้นักชกทุกคนมีการพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้กล้าแกร่ง โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือความสำเร็จในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

วันนี้ทีมมวยเสื้อกล้ามในยุค “บิ๊กบางจาก” เดินมาถูกทางแล้ว เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบทุกอย่างมียอดโค้ชที่มีฝีมือจากคิวบา มีงบประมาณในการเตรียมนักชกทั้งจากภาครัฐ เอกชน รวมถึงคณะกรรมการภายในสมาคมอย่าง “สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม” ที่คอยเป็นกองกำลังหนุน และ “บิ๊กชาย” สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตร ที่เป็นประธานเทคนิค ทำให้บรรยากาศภายในแคมป์ทีมชาติดูคึกคัก

เพราะทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกันและมีความชัดเจน ทำให้นักชกหรือบรรดาสตาฟฟ์โค้ชต่างก็รู้หน้าที่ของตัวเองว่าใครควรทำอะไร

จากนี้ไปเหลือเวลาไม่มากแล้ว ไล่ตั้งแต่ซีเกมส์ ที่จะเปิดฉากชิงเหรียญทองในเดือน ส.ค.นี้ โดยเป้าหมายที่วางไว้คือการทวงเจ้ากำปั้นกลับคืน

ได้เห็นการทุ่มเทและความตั้งใจจริงแล้ว ทำให้มั่นใจแทนแฟนกำปั้นว่าครั้งนี้อาจจะเป็นยุคทองของวงการมวยสมัครเล่นไทยอีกครั้ง

และเชื่อว่าทุกคนจะเอาใจช่วยให้ทีมกำปั้นไทยไปถึงฝั่งฝัน.

โจโจ้