บริการข่าวไทยรัฐ

สุราษฎร์ฯ เตรียมวางเรือผลักดันน้ำ 26 ลำ-คนตรังบางส่วนจิตตกคิดฆ่าตัวตาย

ทหารเรือ ชลประทานสุราษฎร์ธานี เตรียมวางเรือผลักดันน้ำ 3 จุด 26 ลำ เร่งระบายลงทะเล ด้าน จ.ตรัง แพทย์-พยาบาลตรวจผู้ประสบภัยศูนย์พักพิง พบจิตใจบอบช้ำ บางรายคิดสั้น เร่งพูดคุยเยียวยา เชื่อหลังน้ำลดสภาพจิตจะดีขึ้น

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 60 นาวาเอก ปรัชญา เลาะหนับ ผู้อำนวยการกองโรงงานอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ พร้อมด้วย นายมงกุฎ เศรษฐเอกพันธ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทานโครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ผู้นำท้องถิ่นลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่จะวางเรือผลักดันน้ำ 3 จุด คือ สะพานคลองพุนพิน และสถานแม่น้ำตาปี ถนน 417 รวมทั้งสะพานจุลจอมเกล้า เพื่อวางแผนในการติดตั้งเรือผลักดันน้ำที่ทางกรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ และกรุงเทพมหานคร รวม 26 ลำ จะนำมาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล

ขณะที่หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทานโครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำไม่น่าเป็นห่วง เพราะน้ำที่เข้าท่วม อ.พุนพิน มาเป็นระลอก ไม่ได้มาพร้อมกัน ส่วนที่ถนนภายในหมู่บ้านระหว่างวัดดอนมะลิ หมู่ที่ 7 ต.ท่าข้าม กับบ้านทับชัน หมู่ที่ 2 ต.กรูด และด้านในเป็นบ้านแม่แขก หมู่ที่ 3 ต.กรูด อ.พุนพิน มีน้ำท่วมเป็นระยะ และปริมาณน้ำสูงขึ้นตลอด ประชาชนเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ส่วนการช่วยเหลือยังมีหลายภาคส่วนเข้ามามอบถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสถานการณ์น้ำหลายพื้นที่ใน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงท่วมสูง โดยที่ห้องสมุดประชาชนเทศบาลตำบลย่านดินแดง ต.อิปัน อ.พระแสง ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 กว่า 20 ครัวเรือน ยังคงอพยพมาอาศัยอยู่ เนื่องจากระดับน้ำในชุมชนตลาดเก่ายังท่วมสูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำกว่า 2 เมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำตาปีที่รับน้ำมาจาก จ.นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่ ผ่านไป 3 วัน ระดับน้ำลดลงเพียง 20 ซม. และที่ถนนสายพระแสง-ทุ่งใหญ่ หมู่ 4 ต.อิปัน น้ำได้ท่วมเป็นระยะทางยาวกว่าครึ่งกิโลเมตร มีกลุ่มคนรักออฟโรดสุราษฎร์ธานี นำของยังชีพมาแจกจ่าย

ทางด้านโรงเรียนวัดไทรงาม ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง เทศบาลตำบลนาตาล่วง เปิดเป็นศูนย์พักพิงให้ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมอาศัยชั่วคราว ประมาณ 150 ราย โดยมี นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ พร้อมทีมเจ้าหน้าที่เยียวยาจิตใจ ลงพื้นที่ร่วมกับ สสจ.ตรัง โรงพยาบาลตรัง และ รพ.สต.นาตาล่วง บริการประชาชนและตรวจรักษาอาการเจ็บป่วย โดยมีประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมทยอยเข้ารับการรักษาอาการ นพ.ณัฐกร เผยว่า จากการตรวจพบว่า บางคนมีอาการป่วยเรื้อรังต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการตรวจติดตามสภาพจิตใจ มีการพูดคุยและให้กำลังใจ มีผู้ประสบภัยบางรายมีอาการวิตกกังวลและเครียดอย่างเห็นได้ชัด และยอมรับว่าคิดทำร้ายตัวเองเพื่อหนีปัญหาทุกอย่างจะได้จบสิ้น และบางคนถึงขั้นร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เนื่องจากกังวลว่าทรัพย์สินที่เสียหายจะซ่อมแซมไม่ได้ เพราะผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพไม่ได้

ผอ.รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ กล่าวสรุปพบว่า มีผู้ประสบภัยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ มีภาวะเครียดสูงประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง ซึ่งหลังน้ำลดลงก็จะสามารถปรับตัวได้ อาการดังกล่าวจะดีขึ้น ส่วนผู้ที่ยังคงมีอาการ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาติดตามอีกครั้งเพื่อหาทางเยียวยาต่อไป.

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ คลิกที่นี่