บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิษณุ เผย 10 อรหันต์แก้ร่างรธน.ฉบับใหม่มีชื่อ 'มีชัย-บวรศักดิ์-พรเพชร'

"วิษณุ" เปิดรายชื่อ 10 อรหันต์แก้ รธน.ฉบับประชามติ ตั้ง 'มีชัย' นำทัพร่วมทั้ง 'บวรศักดิ์-พรเพชร' พร้อมยืนยันไม่แตะแก้มาตราที่ไม่เกี่ยวข้อง แจง 5 ขั้นตอนตามโรดแม็ป แต่ไม่ฟันประกาศวันเลือกตั้งปลายปี 60 ได้หรือไม่...

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชามติว่า หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ในวันที่ 13 ม.ค.แล้วเสร็จ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องไปรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติกลับมาลงมาแก้ไขภายใน 30 วัน เมื่อรับพระราชทานลงมาแล้ว จะมีการตั้งบุคคลต่างๆ ที่เป็นกรรมการกฤษฎีกาที่มีตำแหน่งอื่นที่โยงกับรัฐธรรมนูญ มาดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตที่ได้พระราชทานมาทันที โดยทำ 2 หน้าที่ คือ 1.ยกร่างเฉพาะมาตรา และ 2.ตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน

คณะกรรมการชุดนี้ มี 10 คน ประกอบด้วย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ กรธ. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธานกรรมการ กรธ. นายอัชพร จารุจินดา กรรมการ กรธ. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายบวรศักด์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และตน โดยมีนายมีชัย เป็นประธานโดยใช้ชื่อว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน 

เมื่อถามว่า จะถือโอกาสแก้ไขมาตราอื่นๆ ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่ถือโอกาส เพียงแต่อาจมีกระทบกับหมวดอื่นที่เกี่ยวพันกับพระราชอำนาจ แต่รับรองไม่แก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพ แนวนโยบายแห่งรัฐ คณะรัฐมนตรี ศาล วิธีการเลือกตั้ง องค์กร พรรคการเมือง ส.ว. ส.ส. บทเฉพาะกาล ไม่แตะท่อนที่ถกเถียงกันตอนทำประชามติแน่และไม่ยืดเวลา ซึ่งตอนยกร่างก็ลอกมาจากของเดิม โดยแก้ในส่วนที่มีพระราชกระแสลงมา ซึ่งมีเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ไม่มีหมกเม็ด แก้ขาด แก้เกินแน่ เป็นการแก้ให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ปรับให้เข้ากับเหตุการณ์ เพราะถ้าไม่แก้เท่ากับว่า เราใช้หลักที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2475 และเมื่อแก้เสร็จจะยังไม่ประกาศ นายกฯจะนำส่งคณะองคมนตรีแล้วนำถวาย หากไม่เป็นไปตามที่มีพระราชกระแสมา ทางคณะองคมนตรีก็จะทักท้วง

เมื่อถามว่า เบ็ดเสร็จแล้วขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาเท่าไร นายวิษณุ กล่าวว่า หลังจากนายกฯขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติกลับมาแล้ว จะต้องนำกลับมาแก้ไขและนำขึ้นทูลเกล้าฯกลับไปภายใน 30 วัน จากนั้น เป็นเวลาที่อยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน

เมื่อถามว่า แนวทางการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งยังต้องเสร็จก่อนเหมือนเดิมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การร่างกฎหมายลูกยังยึดแนวทางเดิม กรธ.เคยกำหนดอย่างไรยังเป็นไปอย่างนั้น ไม่สลับ ไม่ตัดขั้นตอนที่มีอยู่ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การถวายร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ใน 90 วัน ก่อนพระราชทานเพื่อประกาศใช้ 2.กรธ.ทำกฎหมายลูกให้เสร็จตามกำหนด 240 วัน 3.ส่งสนช.พิจารณาใน 60 วันบวกอีก 30 วัน 4.นำขึ้นถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ภายใน 90 วันเมื่อทรงพระราชทานลงมาแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 5.เข้าสู่การเลือกตั้งใน 150 วัน นี้คือโรดแม็ป ทุกอย่างยังเป็นอย่างเดิม ที่เกินไม่ได้ แต่เร็วได้

เมื่อถามว่า ขณะนี้ ยังไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ถอยไปหลายเดือนที่แล้วเราเคยกำหนดได้ แต่บัดนี้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ตามที่นายกฯชี้แจงว่าต้องดำเนินการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งไม่อยากเอามาเป็นข้ออ้าง แต่เป็นความจริงที่อยู่ในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นจะตามมาด้วยพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ที่จะเป็นไปตามพระฤกษ์ที่จะมีการกำหนดอีกครั้ง แน่นอนการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นแทรกเข้ามาในช่วงเวลาอย่างนี้เป็นอันขาด แต่ยังอยู่ตามกำหนดตามโรดแม็ป เข้าใจว่าเมื่อไปถึงช่วงหนึ่ง แม้จะยังไม่เลือกตั้ง คงจะประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้าได้ เพราะเห็นหน้าเห็นหลังแล้ว จะปล่อยให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ทั้งตั้งพรรค ประชุมพรรค หาหัวคะแนน หาเสียง โดยยังไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับวันเลือกตั้งได้ก่อน ได้อย่างเท่าเทียมกันพอสมควร แต่ตนตอบไม่ได้ว่าจะประกาศเลือกตั้งปลายปีนี้หรือไม่ แต่ทุกอย่างนายกฯ ขอให้ใช้คำพูดอย่างเดียวกันว่า ยังอยู่ในโรดแม็ปเดิม.